ข้อความต้นฉบับในหน้า
แต่ละองค์ มีสิงโตคู่หนึ่งต่างนั่งบนแท่นหิน ซึ่ง
แกะลวดลายคล้ายผ้าปักฉลุหรือลายผ้าปูโต๊ะต่าง
หันหน้ายิ้มกว้างให้กันจนเห็นฟันเต็มปากเชียวละ
มีลูกกระพรวนและพู่ที่คอ หางเป็นพวงงอนขึ้น
ทบลำตัวคล้ายเปลวไฟ เวลาดูสิงโตจีนตัวไหน
ตัวผู้ตัวไหนตัวเมียดูไม่ยากหรอก ถ้าตัวผู้นะ
เท้าหน้าข้างหนึ่งจับลูกโลกหินไว้ใต้อก ถ้าตัว
เมียก็จะมีลูกน้อยกำลังตะกายอกแม่อยู่ข้างหน้า
ถะทั้งสี่ มีรูปทรงคล้ายกันคือ ยอดเป็น
รูปน้ำเต้า คล้ายที่เราเคยเห็นตามศาลเจ้าจีน
ถัดลงมาคล้ายระฆังคว่ำยังงั้นแหละ ตั้งอยู่บน
ฐานบัวคว่ำบัวหงาย มีรูปสลักพระโพธิสัตว์ทาง
ด้านตะวันออก แล้วมีลายมังกรรอบปากระฆัง
ถัดลงมาชั้นที่ ๒ มีลายดอกไม้ใบไม้และสาย
อีแปะ ลายวงกลมมีเส้นสี่เหลี่ยมอยู่ข้างในมีรู
ตรงกลาง เป็นเงินปลีกของจีนสมัยโบราณไงจ๊ะ)
ถัดลงมาก็เป็นฐานซ้อนเป็นชั้น ๆ ลวดลายไม่ค่อย
มีแล้วละ สงสัยไม่ถูกมือเด็ก ๆ ก็คงถูกลม
ถูกฝนและแสงแดดลูบไล้จนลายหายไปกระมัง
น้าน้อยเล่าว่า เมื่อสมัยน้ายังเด็ก ๆ เคยเห็น
ตุ๊กตาหินเป็นรูปตาแป๊ะ รูปสิงโต ตัวเล็กตัวน้อย
ประดับอยู่รอบ ๆ ฐานชั้น ๒ ชั้น ๓ น่าเสีย
ดายที่เดี๋ยวนี้ไม่เหลือเลย เพราะมีคนมาเที่ยว
วัดเลยยืมไปตั้งที่บ้านบ้าง โชว์ที่ร้านค้าบ้าง แล้ว
ลืมคืน ลูกหลานเลยนึกว่าเป็นสมบัติส่วนตัวของ
บรรพบุรุษของตนเองกระมัง ฐานถะเดี๋ยวนี้จึงดู
โล้น ๆ ไม่สวยเท่าที่ควร
แต่ตรง
องค์ละที่ดูดีกว่าเพื่อน คือองค์ที่อยู่ใกล้
ตัวประตูกำแพงแก้ว ด้านเหนือของพระอุโบสถ
ที่จริงยอดก็เหมือน ๆ กันแหละจ้ะ
ระฆังคว่ำมีรูปสลักพระโพธิสัตว์ทั้ง ๔ ทิศ งาม
เห็นเด่นชัดดี ส่วนฐานชั้นล่างสุดท้าเป็นรูป
สี่เหลี่ยมจตุรัส ฉันส่งรูปมาให้เบญจดูเป็นขวัญ
ตาด้วยเลยนะจ้ะ เพ่งหาพระโพธิสัตว์หน่อยนะ
ก็โร่! ฉันไม่มีชุมชนิดถึงภาพได้นี่จ๊ะ เบญจ์ก็ต้อง
ใช้ตาทิพย์ช่วยชิ
หน้าประตูกำแพงแก้ว มีเสาหินสูงทรง
หกเหลี่ยมหนึ่งคู่ ยอดบนเป็นดอกบัวตูม ฉัน
เห็นห่วงอยู่สองด้านข้างก่อนถึงตัวดอกบัว ไม่รู้
ว่ามีไว้สำหรับแขวนโคมไฟเปล่า หรือจะใช้จึง
ม่านกั้นเป็นฉนวนแบบโบราณเวลาพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จฯ และมีเจ้านายฝ่ายในตามเสด็จฯ แต่
ฉันก็หาเสาแถวศาลาท่าฉนวนริมน้ำไม่เจอนะ
ถ้าจะขึงนิดเดียวแค่บังประตูกำแพงแก้วมันก็กระไร
อยู่นะ เฮ้อ! เรื่องเกิดไม่ทันนี่พูดยากจัง เพราะ
ไม่เห็น ของบางอย่างก็ถูกเคลื่อนย้ายถูกทําลาย
ทำให้ไม่เข้าใจ เลยอธิบายไม่ถูก
เบญจา ฉันเมื่อยมือเสียแล้ว ไว้พา
เบญจชมพระอุโบสถพระวิหารฉบับหน้าแล้วกันนะ
เมื่อยจริง ไม่เชื่อลองเขียนจดหมายยาว ๆ
อย่างฉัน แล้วจะรู้สึก
ๆ นะ
หวังว่าเบญจคงสุขสบายดีนะ (แน่นอน....
ก็เป็นฝ่ายอ่านเท่านั้น
ทุกคนคิดถึงเบญจ์
มากจ้ะ
รักและคิดถึงเบญจ์ทุกวันเลย
ลักขณา ศกุนะสิงห์
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๘๗