ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นอย่างยิ่งในพระองค์ ทั้งนี้ทั้งนั้นพระองค์ต้อง
ทรงตั้งมั่นในความดี ในความดีความสามารถ
นั้น จะต้องมีความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวอยู่ในตัวด้วย
แล้วก็แน่นอน พระองค์ต้องทรงมีระเบียบวินัย
คุณสมบัติเหล่านี้เองกระมังที่บางทีทำให้คนรู้สึก
ว่า พระองค์เข้มงวดจนกลายเป็นเจ้านายที่ดุไป
คนก็เลยกลัวเกรงพระบารมีพระองค์ท่านมาก
จนอาจมีการถวายพระนามลับหลังว่า "เสือ" ก็
เป็นได้จริงมั้ย อย่างที่คนชอบพูดว่า "ดุเหมือน
เสือ" ไงล่ะ เบญจ์คงเคยได้ยินนะจ๊ะ
คนแถวบ้านหม้อกลัวใจเขาเลยละ
ที่ฉันอธิบายยืดยาวอย่างนี้ก็เพื่อเป็นการ
เสริมให้เบญจเข้าใจตามที่ฉันสันนิษฐานแหละจ้ะ
ที่ว่า "เสือ" คงมาจากคำ "โอ้" อันอาจเป็นคำที่
คนจีนเคยถวายสมัญญาอย่างยกย่องแด่กรม
หมื่นเจษฎาบดินทร์ เมื่อครั้งทรงกำกับกรมท่า
ก็เป็นได้นะจ๊ะ ก็พระองค์เก่งจริง ๆ นี่นา เก่ง
ทุกด้านด้วย แล้วคนไทยก็แปลคำ "โอ้" ว่า
"เสือ" ตามความหมายของจีน เลยพลอยเรียก
แท่นประทับของพระองค์ว่า "แท่นเสือ” นี่ฉัน
อนึ่ง คุณกิ่งเคยอธิบายให้ฉันฟังว่า ถ้า
คนจีนเรียกใครว่า "โฮ้" แปลว่า "เสือ" ถือเป็น
คำชมนะ หมายถึงเก่งกล้าสามารถ กล้าเสี่ยง
เสาหินหกเหลี่ยม
อันตราย กล้าตัดสินใจชนิดที่เรียกว่า คนใจถึง หน้าประตูกำแพงแก้วเข้าสู่
จนคนกลัวใจไงล่ะ คุณกุ้งเคยเล่าว่าที่ตำบล เขตพระอุโบสถ
บ้านหม้อ ใกล้พาหุรัดนี่แหละ มีชาวจีนคนหนึ่ง
ใคร ๆ ก็เรียกเขาว่า "โอ้เจ๊ก"
เขาเป็นพ่อค้า
ที่ดี ใจนักเลง ไม่ใช่ประเภทพ่อค้านักเลงโต
อันธพาลนะ แต่ที่เขาถูกขนานนามเช่นนั้นเพราะ
เขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเองสูง กล้าตัดสินใจ
ในขณะที่คนอื่นไม่กล้าหรือลังเล กล้าเสี่ยงกล้า
ทำตามที่ตัดสินใจไปแล้ว พูดคำไหนก็เป็นคำนั้น
และไม่ตีโพยตีพายเมื่อเกิดพลาดพลั้งหรือขาดทุน
สันนิษฐานเองนะ ไม่รู้ผิดหรือถูก ไม่ใช่สันนิษ
ฐานให้เข้ากับข้อความที่ปรากฏบนพนักแท่นว่า
แท่นพ่อเสือรัชกาลที่ ๓” หรอกนะ เพราะนี่
คงเพิ่งเขียนสมัยหลัง ๆ นี้เอง แต่ฉันไม่รู้ว่า
เขียนขึ้นเมื่อใด เฮ้อ จบเรื่องแท่นเสือเสียที อ้อ...
ลืมบอกไปว่าใกล้แท่นเสือ มีต้นประดู่ใหญ่ใบดก
ทนา ฉันไปยืนพักใต้ต้นฟังนกร้องจิ๊บจ๊าบ
สบายใจดีจัง
ฉันเดินใกล้กำแพงแก้วพระอุโบสถเข้าไป
อีกหน่อย ก็ได้ชมสถูปจีน ซึ่งเรียกกันว่า "ละ"
อย่างใกล้ชิดติดตา มี ๔ องค์นะ ตงเรยง
เป็นระยะขนานไปกับกำแพงแก้วด้านตะวันออก
ถะหินทั้งสี่ มีขนาดใหญ่ สูง ๕ ชั้น หน้าถะ
๔๖ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕