เรื่องราวในวัด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 2 หน้า 82
หน้าที่ 82 / 112

สรุปเนื้อหา

ตามลักขณ์เที่ยว เริ่มลงตั้งแต่ฉบับที่ ๕๙ ปีที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๓ วัดราชโอรสฯ (ต่อจากฉบับที่แล้ว) สวัสดีจ้ะ เบญจ์สหายรัก เบญจ์ที่รัก ฉันขอตอบ คำถามของเบญจ์ก่อน ที่ถามว่า ระฆังใบที่ชาวบ้านสร้างถวายวัดเมื่อ ๒๕ พุทธศตวรรษ ที่เคย แขวนตรงประตูโค้งข้างบันไดขึ้น พระมณฑปพระพุทธบาทจำลอง นั้น เดี๋ยวนี้อยู่ที่ไหน เพราะ พระมณฑปถูกรื้อไปแล้ว ที่จริง มันไม่ได้หายไปไหนหรอก ท่าน เจ้าอาวาสได้นำมาแขวนที่หอ ระฆังแทนใบเก่าที่ร้าว ของเก่า ท่านก็ไม่ทิ้งนะ อีกหน่อยจะทำ เป็นพิพิธภัณฑ์ของเก่าของวัดจะ เบญจ์ เรื่องวัดราชโอรสฯ ทำท่าจะ ยาวอีกแล้วละ ก็จดหมายฉบับก่อนฉันเพิ่งเล่า ตลาดน้ำวัดไทร ประวัติความเป็นมาเท่านั้น ยังไม่ได้เล่าความ ซึ่งเจริญแทนตลาดน้ำวัด เป็นไปเลย แล้วยังไม่ได้พาเบญจ์ชมสถานที่ จอมทอง สำคัญในวัดเลย จริงไ

หัวข้อประเด็น

- เรื่องราวในวัด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ตามลักขณ์เที่ยว เริ่มลงตั้งแต่ฉบับที่ ๕๙ ปีที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๓ วัดราชโอรสฯ (ต่อจากฉบับที่แล้ว) สวัสดีจ้ะ เบญจ์สหายรัก เบญจ์ที่รัก ฉันขอตอบ คำถามของเบญจ์ก่อน ที่ถามว่า ระฆังใบที่ชาวบ้านสร้างถวายวัดเมื่อ ๒๕ พุทธศตวรรษ ที่เคย แขวนตรงประตูโค้งข้างบันไดขึ้น พระมณฑปพระพุทธบาทจำลอง นั้น เดี๋ยวนี้อยู่ที่ไหน เพราะ พระมณฑปถูกรื้อไปแล้ว ที่จริง มันไม่ได้หายไปไหนหรอก ท่าน เจ้าอาวาสได้นำมาแขวนที่หอ ระฆังแทนใบเก่าที่ร้าว ของเก่า ท่านก็ไม่ทิ้งนะ อีกหน่อยจะทำ เป็นพิพิธภัณฑ์ของเก่าของวัดจะ เบญจ์ เรื่องวัดราชโอรสฯ ทำท่าจะ ยาวอีกแล้วละ ก็จดหมายฉบับก่อนฉันเพิ่งเล่า ตลาดน้ำวัดไทร ประวัติความเป็นมาเท่านั้น ยังไม่ได้เล่าความ ซึ่งเจริญแทนตลาดน้ำวัด เป็นไปเลย แล้วยังไม่ได้พาเบญจ์ชมสถานที่ จอมทอง สำคัญในวัดเลย จริงไหม... จริงไหม วันนี้ ตั้งใจฝอยต่อตามที่ฉันได้อ่านได้เห็น ได้ยินได้ ฟังมาให้เบญจ์ได้อ่านได้รู้จนหูอื้อตาลายไปเลย ดีไหม.... ดีไหม เอาละจะเริ่มเล่าละนะ ขณะที่พี่นิภาถ่ายรูปหอระฆัง ฉันได้ยิน เสียงหวูดรถไฟ ฉันมองหาที่มาของเสียง พลัน ๔๐ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ สายตาก็เหลือบเห็นรางรถไฟลอย อยู่หน้าวัด จึงโลดแล่นมาโดย เร็วทันได้เห็นขบวนรถไฟวิ่งข้าม คลองด่านผ่านมาข้างวัดทางทิศใต้ ฉันเลี้ยวมองตามจนสุดขบวนลับ ตาไป พลันก็ต้องสะดุ้งด้วยปะ ใบหน้ายิ้มละไมของน้าน้อยลอย อยู่ใกล้ ๆ เกือบติดตัว โธ่! จะ ไม่สะดุ้งยังไงล่ะ ก็กำลังเพลิน ดูรถไฟ น้าน้อยตามมาถึงตัวฉัน เมื่อไรไม่รู้ "วิ่งเป็นเด็กไม่หายเชียวนะ ลักขณ์ เห็นรถไฟเป็นวิ่งตามไปดู ฉันหัวเราะขำตัวเอง ก็ฉัน ชอบนั่งรถไฟ อีกทั้งพิสมัยเสียง แล่นฉีกฉักของมัน เบญจ์ก็รู้นิสัย ฉันคนนา "นิภา ลักษณ์ มานี่ซิ" ว่าแล้วน้าน้อยก็ เดินนำเราทั้งสองมายืนริมเขื่อน สูดลมดมกลิ่น น้ำเน่าของคลองด่านหน้าวัด สีของน้ำเป็นสี น้ำตาลเข้มอมดำราวกับสีน้ำมันเครื่องรถที่เราจะ เปลี่ยนทิ้งอย่างไรก็อย่างนั้นแหละ พี่นิภาบ่น ว่าน่าให้ชื่อใหม่เป็นคลองนิลกาฬเสียจริง ๆ "หลานรู้มั้ย แต่ก่อนนี้บริเวณหน้าวัด เคยเป็นตลาดน้ำแห่งแรกมาก่อนนะ" "เหรอคะ นานแล้วยังคะ มีชื่อไหมคะ" พี่นิภาสงสัยเลยตัวคำถามแล้วอ้างต่อ "ภาเคย
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More