ไฟพราหมณ์ ไฟพุทธ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 2 หน้า 21
หน้าที่ 21 / 112

สรุปเนื้อหา

ประสานใจ ไฟพราหมณ์ ไฟพุทธ ในศาสนาอื่น ๆ เช่น ศาสนา พราหมณ์ มีการบูชาไฟแก่เทพเจ้า แห่งไฟหรือที่เรียกว่า "พระอัคนีเทพ อย่างจริงจังและมีกฎเกณฑ์ พระอัคนีเทพ มีสามรูปคือ ใน โลกมีรูปเป็นไฟ ในบรรยากาศมีรูป เป็นแสงสว่าง และในสวรรค์มีรูปเป็น ดวงอาทิตย์ ซึ่งมีหน้าที่เป็นสื่อกลาง ระหว่างมนุษย์กับทวยเทพในสรวง สวรรค์ ดังนั้นการประจบอัคนีเทพ ตามพิธีรีตองที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ จึงมีความสำคัญต่อพวก พระเวท อารยันอย่างใหญ่หลวงที่เดียว โอ้ดวงไฟดวงนี้ช่างดีนัก เป็นดวงไฟที่จักตัดกิเลสา เป็นดวงไฟประสานใจในอุรา เชื่อมนำใจไปนิพพานสุขศานติ์เอย พระพุทธศาสนามีการบูชาไฟ แสดงพระธรรมเทศนา ซึ่งได้แก่ อัค เหมือนกัน แต่คนละนัยกับศาสนา คิต, อัคคปาริจริยา, อาทิตตปริยายสูตร พราหมณ์ พระพุทธศาสนาได้ใช้ "ไฟ" หรือที่เปรียบเทียบแสงส

หัวข้อประเด็น

- ไฟพราหมณ์ ไฟพุทธ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ไป ประสานใจ ไฟพราหมณ์ ไฟพุทธ ในศาสนาอื่น ๆ เช่น ศาสนา พราหมณ์ มีการบูชาไฟแก่เทพเจ้า แห่งไฟหรือที่เรียกว่า "พระอัคนีเทพ อย่างจริงจังและมีกฎเกณฑ์ พระอัคนีเทพ มีสามรูปคือ ใน โลกมีรูปเป็นไฟ ในบรรยากาศมีรูป เป็นแสงสว่าง และในสวรรค์มีรูปเป็น ดวงอาทิตย์ ซึ่งมีหน้าที่เป็นสื่อกลาง ระหว่างมนุษย์กับทวยเทพในสรวง สวรรค์ ดังนั้นการประจบอัคนีเทพ ตามพิธีรีตองที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ จึงมีความสำคัญต่อพวก พระเวท อารยันอย่างใหญ่หลวงที่เดียว โอ้ดวงไฟดวงนี้ช่างดีนัก เป็นดวงไฟที่จักตัดกิเลสา เป็นดวงไฟประสานใจในอุรา เชื่อมนำใจไปนิพพานสุขศานติ์เอย พระพุทธศาสนามีการบูชาไฟ แสดงพระธรรมเทศนา ซึ่งได้แก่ อัค เหมือนกัน แต่คนละนัยกับศาสนา คิต, อัคคปาริจริยา, อาทิตตปริยายสูตร พราหมณ์ พระพุทธศาสนาได้ใช้ "ไฟ" หรือที่เปรียบเทียบแสงสว่างของไฟว่า มาประกอบในคำสั่งสอนและในศาสนา เหมือนกับปัญญา เป็นต้น พิธี เพื่อเป็นสื่อให้รำลึกถึงพระธรรม คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่ง อัคคิ : ไฟ ๓ อย่าง เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของเหล่ามนุษย์ และเทวดาทั้งหลาย "ไฟ" ในพุทธทัศน์ เทคนิคการสอนของพระสัมมา- สัมพุทธเจ้าประการหนึ่ง คือการยก ตัวอย่าง ยกอุปมาเปรียบเทียบสิ่งที่ ผู้ฟังได้พบเห็นได้คุ้นเคยในชีวิตประจำ วันบ่อย ๆ ทำให้เข้าใจง่าย แม้ว่า เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องนามธรรมอันละเอียด อ่อนมากก็ตาม ความกระวนกระวายไม่เป็นสุข แล้ว ส่งผลให้ก่อทุจริตอกุศลทั้งกาย วาจา และใจ พระบรมศาสดาจึงแนะนำให้ ละไฟทั้ง ๓ นี้เสีย อัคคปาริจริยา (ไฟที่ควรบำรุง ๓) Q. อายุในยัคคิ (ไฟอันควรแก่ ของคำนับบูชา) หมายถึง ให้ทดแทน พระคุณผู้มีบุญคุณแก่เรา ได้แก่ บิดา มารดา ครูอาจารย์ ๒. คหปตัคคี (ไฟในบ้าน) หมายถึง ให้บำรุงดูแลรักษาผู้ที่อยู่ใน ความปกครองของเรา ได้แก่ บุตร ภรรยา (สามี) บริวาร - ต. ทักขิไณยัคคิ (ไฟอันควรแก่ ทักษิณา) หมายถึง ให้อุปัฏฐากบำรุง ผู้ที่มีคุณธรรม ผู้สั่งสอนธรรม ได้แก่ พระภิกษุสามเณรผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรง นำหมวดธรรมนี้ สอนแก่พวกศาสนา - ๑. ราคคค ไฟคือราคะ ได้แก่ พราหมณ์ เพราะพวกเขาจะมีเตาไฟ ความติดใจ กระสันอยากได้ - ๒. โทสัคคิ ไฟคือโทสะ ได้แก่ ความไม่พอใจ ความหงุดหงิด ความ ขัดเคือง ความพยาบาท คิดประทุษร้าย - ๓. โมหัคคี ไฟคือโมหะ ได้แก่ ความหลง ไม่เข้าใจในบาปบุญคุณโทษ ความหงอยเหงาหดหู่ ความฟุ้งซ่าน สงสัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุปมา กิเลสทั้ง ๓ กองคือ ราคะ โทสะ โมหะ ประจำตัว แล้วคอยเติมเชื้อไฟไม่ให้ ดับตลอดชีวิตของเขา พระพุทธองค์ ทรงสอนพวกเขาว่า อย่าเสียเวลาบูชา ไฟ อย่ามัวเสียเวลาเติมไฟในเตาอยู่ เลย ให้ใช้เวลามาดูแลบุคคลรอบข้าง จะดีกว่า มีสาระกว่าคนละ อาทิตตปริยายสูตร ในอาทิตตปริยายสูตรตอนหนึ่ง ที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัส "ไฟ" นี้ก็เป็นอุปมาหนึ่งที่พระ ว่ามีลักษณะเหมือนกับไฟที่แผดเผาใจ แก่ชฎิล ๓ พี่น้องผู้บูชาไฟ มีใจความว่า พุทธองค์ทรงหยิบยกมาเป็นสื่อในการ ของเราให้เร่าร้อน บีบคั้นจิตใจให้เกิด "อายตนะภายใน (ตา หู จมูก กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๑๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More