ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้รู้แล้ว บางที่จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ลัว ๆ ไป
เห็นแล้วแต่ความรู้ความเห็นนี่แหละ เสีย บางทีก็ชัดดี บางทีก็ลัว ๆ
เราไม่เข้าใจนะ ท่านจะเห็นอย่างไร เพราะกายมนุษย์ละเอียดเล่าให้ฟัง
รู้อย่างไร ผิดกับเรารี เออ อย่างนี้ ก็จำเอามา ไม่ได้รู้เองเห็นเอง แต่
กล่าวให้ฟังได้ รู้แล้วเห็นแล้วน่ะ รู้ ว่ากายมนุษย์ละเอียดที่นอนฝันไป
อย่างไร เรื่องรู้น่ะเราก็รู้เหมือนกัน นั่นน่ะ มันรู้เองเห็นเองละ
ไม่เห็น เรื่องเห็นน่ะ เราก็เห็น แต่เรื่องนี้ ผู้เทศน์นี้ได้ไต่
เหมือนกันแต่ไม่รู้อย่างนี้ก็มี นี่ สวนทางพระพุทธศาสนาชัดเจนแล้ว
ท่านทั้งรู้ทั้งเห็น ทั้งรู้ทั้งเห็นน่ะรู้ได้ หลายชั้น จริง ความรู้ความเห็น
อย่างไร เรารู้เห็นด้วยตามนุษย์เรา ไม่ใช่รู้เห็นแต่เพียงว่ากายมนุษย์กับ
นี่ สิ่งทั้งหลายมนุษย์เราก็รู้ รู้เห็น
ด้วยตามนุษย์เรานี่แหละ อย่างนี้
ก็รู้เห็นชนิดหนึ่ง
รู้เห็นอีกชนิดหนึ่ง รู้เห็น
อย่างนอนฝัน ฝันไปทำในเรื่องฝัน
ใจมนุษย์นี้เท่านั้น รู้เห็นกายมนุษย์
ละเอียดก็มีเห็นมีรู้เหมือนกัน ไม่ใช่
มีเห็นมีรู้แต่กายมนุษย์ละเอียดเท่านั้น
ฝันในฝันยังมีอีก กายทิพย์ยังเห็นอีก
กายทิพย์ยังมีเห็นมีรู้อีก ไม่ใช่เท่านั้น
หน้าที่ของฝันไป กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ละเอียดก็มีเห็นมีรู้อีกเหมือน
มันไปทำหน้าที่ฝันมันไป ทำหน้าที่ กัน แบบเดียวกัน ชัดกว่ากันอีก
ฝันจนเสร็จเรื่องแล้วก็ ในเรื่องนั้นรู้ ถ้าละเอียดเข้าไป ชัดหนักเข้า ละ
เห็นมาตลอดเหมือนกัน เพราะไม่รู้ เฉียดเข้าไป จัดหนักเข้า ไม่ใช่เท่า
ไม่เห็นเอามาเล่าให้ฟังไม่ได้ เพราะ นั้น กายรูปพรหม ที่อยู่ในพรหม ๑๖
มันรู้เห็นเพราะว่าเห็นอะไรรู้เห็นล่ะ ชั้นน่ะ มีเห็นมีตู้แบบเดียวกับมนุษย์
ไอ้ตามนุษย์นี่ไปเห็น ไอ้ใจมนุษย์ นี่แหละ ไม่ใช่เท่านั้น กายรูปพรหม
นี่ไปรู้ เปล่า ตามนุษย์นี้หลับ ใจ ละเอียดที่อยู่ในรูปพรหมนั่นแหละมี
มนุษย์ก็หลับ ไม่รู้ไม่เห็น ตามนุษย์ เห็นมีรู้อีกเหมือนกัน สูงขึ้นไปกว่า
ใจมนุษย์ไม่รู้ แต่ว่ากายมนุษย์ละ นั้น กายอรูปพรหมก็มีรู้ที่เห็น
เอียดที่นอนฝันออกไป กายมนุษย์ เหมือนกัน กายอรูปพรหมละเอียด
ละเอียดไอ้ที่ไปเกิดมาเกิดน่ะ เวลา ก็มีรู้มีเห็นเหมือนกัน เอ๊ะ! ก็เป็น
นอนฝัน มันไปทำหน้าที่ฝันของมัน อรูปพรหมแล้ว จะมีอะไรอีกหรือ?
มันทั้งรู้ทั้งเห็นเหมือนกัน อรูป แปลว่า "ไม่มีรูป" ไม่ใช่หรือ?
จะตื่นขึ้น กายมนุษย์ละเอียดที่มัน อ๊ะ! ก็อมนุษย์มีถมไปไงล่ะ อมนุษย์
ฝันนั่น มันก็เอาเรื่องนั้นมาราย
น่ะ นอกจากมนุษย์นะ สัตว์เดียรัจ
กับกายมนุษย์หยาบนี้ พอรายงาน ฉาน มันก็อมนุษย์ เปรต อสุรกาย
เสร็จกายมนุษย์หยาบนี่ก็ตื่นขึ้น ตื่น
ขึ้นก็จำได้ จำได้ก็เล่าแทน เล่าแทน
กายมนุษย์ละเอียดไป บางทีก็ลัว ๆ
พอเวลา
นี่คือมนุษย์
เทวดา ๖ ชั้นฟ้า
อมนุษย์ทั้งนั้นไม่ใช่มนุษย์ มนุษย์ก็
มนุษย์ส่วนหนึ่ง ก็นี่อรูปพรหม มัน
ไม่ใช่รูปพรหม ละเอียดกว่ารูปพรหม
เขาเรียกว่า อรูปพรหม มันพ้นจาก
รูปพรหมไปเสีย เรียกว่า อรูปพรหม
ส่วนพระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้รู้
ผู้เห็นน่ะ รู้เห็นได้อย่างไร ต้องขึ้น
ไปอีก เลยรูปพรหม อรูปพรหมขึ้น
ไป ก็มีกายธรรม รูปพระปฏิมากร
เกตุดอกบัวตูม ใส่เป็นกระจกคัน
ฉ่องส่องเงาหน้า หน้าตักหย่อนกว่า
๕ วา สูงหย่อนกว่า ๕ วา กาย
ธรรมมีกายธรรมละเอียด กายธรรม
ละเอียดหน้าตัก ๕ วา สูง ๕ วา
อปเปหิ
นั่นกายธรรม นั่นแหละเป็นพระ
ตถาคตเจ้าทีเดียว ที่พระองค์ทรง
กล่าวกับพระวักกลิว่า
วกกล วักกลิ จงถอยออกไป อิม
ปูติกาย น ทสฺสน์ คูโย ร่างกาย
ตถาคตเป็นของเปื่อยเน่า โย โ
วกกล โสม ปสฺสติ ธัมม์ ปสฺสติ
ว่า ดูก่อนวักกลิ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้
นั้นเห็นเราตถาคต ธมฺมทาโย ห่
อิติปิ เราตถาคตคือ ธรรมกาย
ธรรมกายเป็นตัวพระตถาคตเจ้า
เชียวนะ ธรรมกายโคตรภู ธรรม
กายหยาบธรรมกายละเอียดโคตรภู
ธรรมกายหยาบธรรมกายละเอียด
โสดา ธรรมกายหยาบกรรมกาย
อ
ละเอียดของพระสกิทาคา ธรรม-
กายหยาบธรรมกายละเอียดของ
พระอนาคา นั่นยังละ ยังไม่ได้เป็น
พระพุทธเจ้า ที่ ชานตา ปสฺสตา
ธรรมกายหยาบธรรมกายละเอียด
ของพระอรหัตนั่นแน่ะ ตถาคตเจ้า
องค์นี้แหละ องค์ที่สุดนี้แน่ะ ที่ท่าน
รับสั่งว่า อุททิฏฐิ โข เตน ภควตา
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๙