ความไม่ประมาทและการหลุดพ้นจากตัณหา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 2 หน้า 98
หน้าที่ 98 / 112

สรุปเนื้อหา

โลกิยารมณ์ มาปรนเปรอนายอันทารุณ ธรรมของพระองค์ลงในความไม่ประมาท ตามนัยแห่งหัตถิปโทปมสูตร ที่ทรง เปรียบความไม่ประมาทเหมือนรอยเท้าช้าง ของเรา ใหญ่กว่ารอยเท้าแห่งปาณกชาติทั้งมวล อโศกปัญหา แม้ปัจฉิมพจน์แห่งพระพุทธองค์ เมื่อ ตระหนักในความไม่ประมาท ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรา ได้รับจากสิ่งนั้น ก็เป็นเพียงรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นายผู้เหี้ยมโหดโปรยให้เพื่อ ปรินิพพานสมัยก็ทรงให้ภิกษุทั้งหลาย “โลกไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักเบื่อเป็น เป็นเหยื่อล่อไว้ใช้เราต่อไป นายคือกิเลส ทาสของตัณหา คำนี้แว่วอยู่ในโสต- จึงเป็นนายที่ทารุณกว่าผู้ทา" ใดๆ เพราะ "พระคุณเจ้า! อาการของความ ประสาทแห่งจอมราชันตลอดเวลา แม้ มันทำให้เราต้องระหกระเหิน บอบช้ำ ไม่ประมาทนั้นเป็นอย่างไร?" พระองค์จะเข้าสู่พระแท่นบรรทมแล้วก็หา และทุกข์ทรมา

หัวข้อประเด็น

- ความไม่ประมาทและการหลุดพ้นจากตัณหา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

โลกิยารมณ์ มาปรนเปรอนายอันทารุณ ธรรมของพระองค์ลงในความไม่ประมาท ตามนัยแห่งหัตถิปโทปมสูตร ที่ทรง เปรียบความไม่ประมาทเหมือนรอยเท้าช้าง ๑๕ ของเรา ใหญ่กว่ารอยเท้าแห่งปาณกชาติทั้งมวล อโศกปัญหา แม้ปัจฉิมพจน์แห่งพระพุทธองค์ เมื่อ ตระหนักในความไม่ประมาท ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรา ได้รับจากสิ่งนั้น ก็เป็นเพียงรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นายผู้เหี้ยมโหดโปรยให้เพื่อ ปรินิพพานสมัยก็ทรงให้ภิกษุทั้งหลาย “โลกไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักเบื่อเป็น เป็นเหยื่อล่อไว้ใช้เราต่อไป นายคือกิเลส ทาสของตัณหา คำนี้แว่วอยู่ในโสต- จึงเป็นนายที่ทารุณกว่าผู้ทา" ใดๆ เพราะ "พระคุณเจ้า! อาการของความ ประสาทแห่งจอมราชันตลอดเวลา แม้ มันทำให้เราต้องระหกระเหิน บอบช้ำ ไม่ประมาทนั้นเป็นอย่างไร?" พระองค์จะเข้าสู่พระแท่นบรรทมแล้วก็หา และทุกข์ทรมานครั้งแล้วครั้งเล่า ชาติ "ขยกรายพระพร อาการของ ได้ก้าวลงสู่นิทรารมณ์อันสนิทไม่ พระ แล้วชาติเล่า ความไม่ประมาทนั้น คือระวังใจให้ องค์ได้ทรงสำนึกว่า ได้ปล่อยตนให้เป็น นอกจากดิ้นรนอยากได้สิ่งต่าง ๆ กำหนัดในอารมณ์อันน่ากำหนัด ระวังใจ ทาสของตัณหามาเป็นเวลานาน จริงอยู่ อารมณ์ต่างชนิดแล้ว มนุษย์เรายังดิ้น มิให้ขัดเคืองแม้ในอารมณ์อันน่าขัดเคือง โดยสายตาแห่งชาวโลกทั่วไป พระองค์ จนอยากเป็นสิ่งที่ตัวยังไม่ได้เป็น เมื่อได้ ระวังใจมิให้หลงแม้ในอารมณ์อันน่าหลง ทรงเป็นอิสราธิบดี เป็นใหญ่ในแผ่นดิน เป็นแล้ว พอใจหรือ? เปล่าเลย เขาดิน ระวังใจมีให้มัวเมาในอารมณ์อันน่ามัวเมา” อันกว้างใหญ่ไพศาล มีข้าทาสบริวาร ในเพื่อให้เป็นอย่างอื่นต่อไปอีก กระหยิ่ม จอมจักรพรรดิทรงสดับคำถวาย มากมายในปฐพีมณฑลนี้ อะไรเล่าที่ ยินดีต่ออารมณ์ใหม่ ภาวะใหม่ซึ่งยังมิได้ มี มิได้เป็น มองเห็นผู้อื่นมีความสุขกว่า ตัวไปเสียหมด ความสุขของเราเองเป็น สิ่งที่เราเห็นยาก เพราะไม่พอ ความสุข ของผู้อื่นเราเห็นง่าย แต่น้อยเหลือเกินที่ จะมองเห็นความทุกข์ ซึ่งสุมอยู่ในอก ของผู้อื่น เรายังลังเลในข้อที่ว่า "ไม่มี วิสัชนา แล้วทรงปีติปราโมช นมัสการ พระองค์ประสงค์แล้วจะไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่ง แล้วตรัสว่า ซึ่งมีอำนาจเหนือพระองค์อยู่คือ ความ "พระคุณเจ้า! กถาของพระคุณเจ้า ดิ้นรน พระองค์เป็นผู้มีอำนาจ แต่ความ สละสลวย ภาษาไพเราะ เนื้อธรรมงาม ดิ้นรนมีอำนาจเหนือพระองค์ พระองค์ ทั้งเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุด ข้าพเจ้า ต้องตกเป็นทาสแห่งตัณหา แน่นอน ถ้า พอใจในธรรมกถาของพระคุณเจ้า ทำ พระองค์ไม่รีบกำจัดมันเสียบ้าง มันจะ ไฉนข้าพเจ้าจะได้รู้จักนามของพระคุณเจ้า ต้องฉุดกระชากลากถูพระองค์ไป ลากไป ความสุขใดเสมอด้วยความสงบ” และ ด้วยอาการลังเลนั่นเอง ทำให้เราดิ่งลง บ้าง และลากไป "มหาบพิตร! อาตมภาพยังเป็น แม้สามเณรนิโครธจะยังไม่อธิบาย ไป ๆ เพื่อคลุกกับความเพลิดเพลินอัน สามเณรอยู่ เพื่อนเหล่ากอแห่งสมณะ ว่า มนุษย์เราเป็นทาสของตัณหาอย่างไร วุ่นวาย อาภรณ์มลังเมลืองกลิ่นสาบคาว เรียกอาตมภาพว่า "นิโครธสามเณร" - แต่จอมจักรพรรดิเมื่อทรงทราบลักษณะ ระคนด้วยเหยื่อโลกีย์ ดนตรีทำนองเร่ง "อัศจรรย์จริง สามเณร! อัศจรรย์ ของตัณหาแล้ว ก็พอเข้าพระทัยได้ว่า เรายั่วยุอารมณ์ให้เตลิด ในบรรยากาศ จริง! สาวกของพระโคมตะพุทธะเฉียบ มนุษย์เราส่วนใหญ่สมยอมให้ตัณหามีอำ- อันซึมด้วยความเย็นเนรมิต เป็นสิ่งที่ แหลมไม่น้อยเลย อาการที่แสดงออกเล่า นาจเหนือตน ยอมตนให้เป็นทาสของ พวกเราพากันโป๊ปดตัวเองอย่างแนบเนียน ก็เป็นอาการของผู้ที่ได้รับการฝึกฝนดีแล้ว” กิเลสตัณหาอย่างไม่มีข้อทักท้วง ไม่ดิ้น ว่าสุขยิ่ง จอมจักรพรรดิทรงลังกาสสามเณร รุ่นเพื่อให้หลุดพ้นจากความเป็นทาสของ ความไม่รู้ (อวิชชา) นั่นเองเป็น ด้วยขาหนียโภชนียาหาร จนพอแก่ ตัณหานั้น เรากลัวกันแต่ความเป็นทาส อาหารอันโอชะของภวตัณหา (ความตื้น ความต้องการด้วยพระทัยเอิบอิ่มปราโมช ทางกายแต่ทาสทางใจเราสมยอม เรา จนอยากเป็น) ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นใน พระองค์ทรงมีความรู้สึกร่มเย็น เหมือน พอใจยินดี เราปล่อยให้นายอันทารุณคือ ชีวิตของเรา ไม่รู้ว่าอนาคตชีวิตเบื้อง บุคคลฝ่าโคลนทรายมาในยามเที่ยงได้นั่ง กิเลส ย่ำยี เบียดเบียน บีบคั้นอยู่ทุกวัน หน้าจะเป็นอย่างไร การได้เป็นตามที่ พัก ณ รุกขมูลอันรื่นรมย์ร่มรื่น เรายอมเหน็ดเหนื่อย ยอมเสี่ยงชีวิต อยาก บางอย่างเป็นการนำตัวเข้าไปหา เสี่ยงต่อทุกข์ทั้งในปัจจุบันและอนาคตเพื่อ อันตราย เราจึงมักได้ยินเสมอว่า “ถ้ารู้ อะไร? บางทีก็เพียงเพื่อหารัชนียารมณ์ อย่างนี้เสียก่อนคงไม่มาเป็นอย่างนี้
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More