ข้อความต้นฉบับในหน้า
อย่างหนึ่งอย่างใดก็คิดไปเถอะ ลง
ท้ายว่าเบียดเบียนเขาด้วยใจ
เบียดเบียนด้วยกาย เบียด
เบียนด้วยวาจา เบียดเบียนด้วยใจ
เหล่านี้เป็นสมณะไม่ได้ ไม่ควรเป็น
สมณะทีเดียว ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะที
เดียว สมณะ แปลว่า ผู้สงบ สมณะ
ในทางพุทธศาสนา มีอินทรีย์สงบ
ระงับแล้ว ใจก็สงบ ถึงแล้วซึ่งความ
สงบทั้งกายทั้งใจ นี่แหละเป็นสมณะ
ได้ชื่อว่าเป็นสมณะ พระองค์รับสั่ง
กับพระราหุลเรื่องนี้ เรื่องไม่ให้
เบียดเบียนนะ ว่า
"ราหุล เธอจะทำสิ่งใดด้วย
กายละก็ เอาปัญญาเข้าสอดส่อง
ตรองเสียก่อนหนา ถ้าว่าร้อนเราเล่นไม่แรงแล้ว
ละก็อย่าทำ ร้อนเขาอย่าทำ ร้อน
ทั้งเราทั้งเขาอย่าทำ ถ้าไม่ร้อนละก็
ทีเถิด เธอจะพูดสิ่งใดด้วยวาจา
ต้องเอาปัญญาเข้าสอดส่องตรอง
เสียก่อนหนา ถ้าว่าร้อนเราอย่าพูด
ร้อนเขาอย่าพูด ร้อนทั้งเราทั้งเขา
อย่าพูด ถ้าว่าไม่ร้อนละก็พูดเถิด
เธอจะคิดสิ่งใดทางใจ ถ้าร้อนเรา
อย่าคิด ร้อนเขาอย่าคิด ร้อนทั้ง
เราทั้งเขาอย่าคิด ถ้าไม่ร้อนทั้งเรา
ร้อนทั้งเขาละก็ คิดเถิด"
ผู้หนึ่ง เต็มมาตรเข้าว่า เท่าปลาย
ผมปลายขน ให้บริสุทธิ์ทีเดียว ทั้ง
กายทั้งวาจาทั้งใจ นี้แหละ เป็นลูก
พระตถาคตเจ้าทีเดียว ให้แน่นอน
อย่างนี้นะ นี่เรียกว่า สมโณ โหติ ปร
วิเหฐยนฺโต สี่ข้อจบ พระคาถาต้น
คาถาที่สองรองลำดับลงไป
ก็อีกนั่นแหละ สพฺพปาปสฺส อกรณ์
ไม่ทำชั่วด้วยกาย ด้วยวาจา ตลอด
torrell 66
วินัยปิฎก สุตตันตปิฎก
ปรมัตถปิฎก....
อยู่ในดวงธรรมที่ทำให้เป็น
กายมนุษย์นั่นแหละ
ศีล สมาธิ ปัญญา นั่นเอง
อย่างนี้ ทรงสอนอย่างนี้
สอนอย่างเปิดอกทีเดียว นี่พระบรม
ศาสดา ถึงแม้จะเสด็จดับขันธปริ-
นิพพานไปแล้ว แต่ก็ทรงวางหลัก
ฐานไว้เช่นนี้ เราอยากเป็นลูกพระ ถึงใจ นี่พระวินัยปิฎกเชียวนะ
ตถาคตเจ้าละก็ต้องปฏิบัติอย่างนี้ กุศลสสู ปสมปทา ยังกุศลให้ถึง
เดินแบบอย่างนี้ ทั้งกายทั้งวาจาทั้ง พร้อม ทำความดีให้มีขึ้น ด้วยกาย
ใจอย่างนี้ ไม่ให้เบียดเบียนใครผู้ใด ด้วยวาจา ตลอดถึงใจ นี่พระสุต กทม
99
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๑๕