ข้อความต้นฉบับในหน้า
อะไรคือ “ละ
อะไรคือ เว้น
การไม่ทำบาปทั้งปวง ในข้อนี้
คลุมความด้วยว่า สิ่งใดที่เป็นความชั่ว
หากเคยทำก็ให้ละเสีย ที่ไม่เคยทำ
แต่รู้ว่ามันไม่ดีก็ให้เว้นเสีย อย่าไป
ทดลองมัน เช่น เฮโรอีน ใคร ๆ ก็
ยืนยันว่าไม่ดี อย่าไปทดลองมันเลย
อย่างนี้ก็ให้เว้นเสีย สุราเมรัยน่ะ
พลาดไปลองเข้าแล้วรู้รสมันแล้วทั้ง ๆ
ที่เห็นว่าไม่อร่อยสักนิด ไม่เห็นดีอย่าง
ไร แต่ทนเพื่อนคะยั้นคะยอไม่ไหว
ความดี
ลองหลายที่เข้าชักคุ้นจะติดเอา อย่างนี้ แม้เพียงเล็กน้อยก็ให้ผล
ต้องรีบละเสีย คำว่า "ละ" กับคำว่า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเตือน
"เว้น ก็มีความหมายต่างกันอย่างนี้
อยู่เสมอว่า “ความดีหรือบุญนั้น แม้
Contact
เพียงเล็กน้อยก็อย่าไปดูถูกว่าจะไม่
ให้ผล เพราะขึ้นชื่อว่าบุญ ไม่ว่ามาก
ไม่ว่าน้อย ให้ผลเป็นความสุขทั้งนั้น
ทําความดีให้ถึงพร้อม
ที่สําคัญ
หลักการข้อที่ ๒
กุสลสฺสูปสมฺปทา
การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม
ทำความดีให้ถึงพร้อม คือพร้อม
ทั้งกาย วาจา ใจ อะไรที่เราทำ เราพูด
บุญน่ะสะสมได้ค่อย ๆ
สะสมไป อุปมาเหมือนน้ำฝนที่ตกลง
มาทีละหยดยังเต็มโอ่งได้ ทำบุญแม้
เพียงครั้งละเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่อย ๆ ทำ
ไป ตั้งใจรักษาศีลไป ตั้งใจตักบาตร
ทำทานไปวันละทัพพี่สองทัพพี นั่ง
เราคิด แล้วทำให้เราดีขึ้นให้รีบทำเช่น สมาธิแม้จะหลับบ้างโงกเงกบ้าง ก็นั่ง
รู้ว่าการให้ทานเป็นความดีต้องหมั่นทำ ไปเรื่อย ๆ อีกไม่นานก็นั่งตัวตรงไป
รู้ว่าการพูดจาไพเราะเป็นความดี ต้อง เอง เมื่อเริ่มนั่งสมาธิ แม้ไม่เห็นอะไร
หมั่นฝึกรู้ว่าการแผ่เมตตา การเอื้อเฟื้อ มีแต่ความมืดมิด ก็ให้อดทนนั่งต่อไป
เอ็นดูกัน ความรู้สึกยินดีด้วยเมื่อคน เมื่อนั่งหลายครั้งติดต่อกันมากเข้า ๆ
อื่นเขาได้ดีเหล่านี้ ล้วนเป็นความดีให้ ก็จะค่อย ๆ เห็นความสว่าง จากครั้ง
รีบทำ ยิ่งทำ ยิ่งพูด ยิ่งคิด ใจยิ่งใส แรก ๆ มืดสนิท ต่อมาก็เริ่มจางเป็น
หน้าตายิ่งเบิกบาน ตรงกันข้าม การ มืดม่วง ๆ มืดส้ม ๆ จนกระทั่งเป็น
คิดอิจฉาตาร้อน มีแต่จะทำให้หน้า สีนวล ๆ ชักสว่างขึ้นทุกที ๆ ในที่สุด
งอลงไปทุกวัน ๆ อย่าทำ ให้ทำ ก็สว่างเหมือนกลางวัน ความดีเป็น
ให้พูด ให้คิดแต่สิ่งที่ดี
ความงอกงามพัฒนาขึ้นได้เรื่อย ๆ จึง
๓๐ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕
คือพร้อมทั้งกาย วาจา ใจ
อะไรที่เราทำ เราพูด
เราคิดแล้วทำเราดีขึ้น
ให้รีบทา