ข้อความต้นฉบับในหน้า
เห็นพระสิทธารถ จึงมีรับสั่ง พระเทพญาณมุนี
(เจ้าอาวาสขณะนั้น) ขอให้ทางวัดระวังพระพุทธ
รูปองค์นี้ให้ดี ด้วยมีลักษณะงดงาม พระองค์
เกรงจะเกิดโจรกรรม ทางวัดจึงได้อัญเชิญไป
ประดิษฐานไว้ในที่ปลอดภัยแล้วจ้ะ เบญจ์ไม่
ต้องห่วง
ต่อมาภายหลังทางวัดจึงได้นำพระพุทธ
สิหิงค์จำลององค์หนึ่ง (ในจำนวน ๒ องค์ที่
นายเจือ ดิษยบุตร ศึกษาธิการอำเภอบางขุน
เทียน ได้ชักชวนผู้มีจิตศรัทธาสร้างขึ้นตั้งแต่ปี
๒๕๐๘) มาประดิษฐ์ไว้ที่พระวิหารเก่งแทน
เพื่อให้ประชาชนได้สักการบูชา อย่างไรก็ตาม
พระวิหารนี้ก็ต้องมีประตูและลูกกรงเหล็กกั้นอยู่
โดยรอบ เฮ้อ.... น่าเศร้าใจจังนะเบญจ์ พระดี
พระงามต้องอยู่ในกรง! แล้วที่คนชั่วคนเลวล่ะ โพธิสัตว์ตรงระฆังคว่ำ และ
เบญจ์คิดเอาเองแล้วกัน
บ
เฮอ...
ความงามความแปลกตาของพระวิหาร
พระอุโบสถ ดึงดูดให้ฉันเดินเข้าไปหาไม่น้อยเชียว
ละ แต่ก่อนที่จะถึงพระอุโบสถ นัยน์ตาฉันก็ปะ
"แท่นเสือ” ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวมุมกำแพงแก้ว
พระอุโบสถด้านทิศเหนือ เบญจ์
อย่าลืมนะจ๊ะ วัดหันหน้าไปทาง
ตะวันออก พระอุโบสถก็เช่นกัน
ฉะนั้นนับแต่นี้ไปทั้งเบญจ์และฉัน
ต้องสมมติให้ตรงกันว่า เราหัน
หน้าไปสู่คลองด่านด้วยกัน จะเล่า
อะไรจะได้ว่าตามกันไม่สับสนไงล่ะ
ดังนั้น แท่นเสือจะอยู่ทางซ้ายมือ
ของแนวกำแพงแก้วนะ ลักษณะก็
เป็นแท่นหินขนาดใหญ่ ในหนังสือ
วัดสันนิษฐานว่า
น่าจะเป็นแท่นที่ประทับ
ของสมเด็จพระเจ้าสรรเพชญ์ที่
๔ หรือที่เรียกกันว่า พระเจ้าเสือ
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อพระองค์
เสด็จผ่านหน้าวัดไปยังสมุทรสาคร
คงจะเคยเสด็จขึ้นมาประทับพัก
ผ่อนบ่อยครั้ง จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านเรียกแท่น
นี้ว่า "แท่นเสือ"
หนังสือวัดยังอ้างอีกว่า พระเจ้าเสือองค์
นี้แหละที่โปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระตำหนักของ
พระองค์มาสร้างเป็น "ตำหนักทอง” ไว้ที่วัดไทร
เขตบางขุนเทียนด้วย
แต่สำหรับฉันนะ คิดว่าแท่นเสือนี้น่าจะ
เป็นแท่นประทับรัชกาลที่ ๓ มากกว่า อาจจะ
ทรงสั่งซื้อเข้ามาเองหรือพ่อค้าจีนจัดหามาถวาย
ก็ได้นะเพราะพระองค์ท่านเสด็จฯมาควบคุมการ
ก่อสร้างเองโดยตลอด ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระยศ
เป็นพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์
แม้เมื่อเสวยราชย์แล้ว ก็ยังเสด็จฯมาตบแต่ง
รูปสลักพระ
ประดับประดาวัดนี้อยู่เสมอ ฉะนั้นย่อมต้องมีที่
ประทับพักผ่อนพระอิริยาบถสบาย ๆ บ้างแน่นอน
สิงโตจีนคู่ที่เฝ้า "ถะ” อยู่ อีกประการหนึ่ง แท่นหินมีลักษณะค่อนข้าง
หน้ากำแพงแก้ว ด้านเหนือ
ของพระอุโบสถ
เป็นแบบจีน ซึ่งตรงกับพระราชนิยมของพระองค์
ส่วนสมัยพระเจ้าเสือคนไทยยังไม่ค่อยนิยมศิลปะ
จีนนัก ไม่เช่นนั้นเราคงพบตุ๊กตาหินแบบจีน
มากมาย แต่สิ่งของที่จีนนำเข้ามาสมัยอยุธยา
ปรากฏว่าเป็นพวกเครื่องถ้วยชาม
และพวกเครื่องประดับมุกมากกว่า
สำหรับคำว่า "เสือ" ฉัน
สันนิษฐานเอาเองนะว่า พระเจ้า
ลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์
ทรงเป็นนักรบที่เก่งกล้า ทำศึก
สงครามมามากตั้งแต่ต้นรัชสมัย
พระราชบิดา คือรัชกาลที่ ๒
เคยปราบกบฏวังหลวง อีกทั้ง
ทรงกำกับกรมตำรวจ กำกับกรม
พระคลังมหาสมบัติ ตลอดจน
กำกับกรมท่า จนบ้านเมืองเจริญ
รุ่งเรืองและร่ำรวย แน่นอนจะ
เบญจ์ การที่พระองค์ทรงงานดัง
กล่าวได้สำเร็จจนพระราชบิดาทรง
เกรงพระทัย และทรงยกย่องเรียก
เจ้าสัว ก็ด้วยพระปรีชาสามารถ
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๘๕