ข้อความต้นฉบับในหน้า
รูปก็ยังไม่มี แม้เมือง
จีนก็ไม่เคยเสด็จประพาส
แต่ทำไมนะพระองค์จึง
รับสั่งให้ตบแต่งอาคาร
โน่นนี่ได้งดงามอย่าง
ศิลปะแบบจีนแท้ ประ
หนึ่งว่าท่านเคยประพาส
จีนมาแล้ว แหม....พูด
แล้วอยากให้เบญจมาเห็น
เองเสียจริง ๆ โธ่...ก็
น่าทิ้งมากนี่เบญจ์จ๋า
คล้ายศาลาท่าฉนวน แต่
ยกพื้นสูงกว่าและมีกำแพง
แก้วล้อมอีกชั้น เคยเป็น
ที่ประดิษฐานพระสิทธารถ
เลยเรียกกันว่า พระวิหาร
พระสิทธารถ แต่ชาวบ้าน
เรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า
พระพุทธสิหิงค์ นัยว่า
มีลักษณะคล้ายพระพุทธ
สิหิงค์ เบญจา ใน
หนังสือเอ่ยถึงพระสิทธารถ
- ดังนี้
ถูปจีน หรือ
เล่ากันว่าในสมัยที่มีการเล่นหวย ก.ข. มี
ตรงบริเวณใกล้เขื่อนริมน้ำ มีศาลาเก่า
หนึ่งหลัง ศาลาใหม่สองหลัง ซึ่งสร้างหลังคา
แบบจีนแทนของเก่า แต่เสาเป็นเหล็กทาสีแดง
ฉันส่งรูปมาให้เบญจดู ไม่ขออธิบายหรือ
ออกความเห็นใด ๆ เพียงแต่อยากบอกว่าศาลา
ใหม่หลังหนึ่งอยู่ตรงกับทางเดินไปสู่ศาลาการ
เปรียญ อีกหลังหนึ่งอยู่ตรงกับทางไปสู่วิหาร
พระยืน ฉันจะขอเล่าถึงศาลาเก่าหลังเก่าที่ยัง
เหลืออยู่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำตรงกับทางไปสู่ประตู
กำแพงแก้วหน้าพระอุโบสถ ศาลานั้นเรียกว่า
ศาลาท่าฉนวน เวลาพระเจ้าอยู่หัวหรือเจ้านาย
เสด็จฯ ทางชลมารคเพื่อมาถวายผ้าพระกฐิน
หรือประพาส จะเสด็จฯ ขึ้นที่ศาลานี้
ศาลาท่าฉนวนเป็นศาลาโล่ง ๆ ทรงสี่
เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาทรงศาลเจ้าจีน (ต่อไปขอ
เรียกง่าย ๆ ว่า ทรงจีน หรือทรงเก๋งจีน นะ)
ศาลานี้ยกพื้นขึ้นมาเพียงหนึ่งก้าวสั้น ๆ เท่านั้น
โดยรอบ ยกเว้นทางเข้าออกมีผนังก่ออิฐโบก
ปูนสูงขึ้นมาสักเมตรคงได้ เหนือขึ้นไปโล่งจน
เห็นเสาภายใน ด้านหน้าศาลาคือด้านริมคลอง
มีตาแป๊ะหินนั่งเอ้เต้อยู่บนเก้าอี้ข้างละตัว คล้าย
นั่งคอยผู้มาเยือน ด้านหลังมีแท่นหินด้านละ
แท่นตั้งไปตามความยาวของศาลา แล้วมีบันได
ลง ๒ ขั้นเตี้ย ๆ
ถัดจากศาลาท่าฉนวนไปทางทิศใต้ไม่เกิน
๑๕ เมตร ก็มีพระวิหารเก๋งจีนริมน้ำ รูปทรง
๔๔ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕
“ถะ” เรียงขนานกำแพงแก้ว ผู้ไปขอหวยและพระพุทธรูปองค์นี้ก็ให้หวยแม่นยำ
ด้านหน้าพระอุโบสถ
ทำให้เจ้ามือขาดทุนบ่อยครั้ง เจ้ามือจึงจ้างคน
ให้เอาตะปูขนาดใหญ่ไปตอกพระเนตรทั้งสองข้าง
เสีย เมื่อคราวที่ทางวัดปฏิสังขรณ์องค์พระด้วย
การลงรักปิดทองประดับที่พระเนตร ช่างได้ถอน
เอาตะปูออกมีขนาด ๓ นิ้ว ข้างละ ๒-๓ ตัว
เบญจ์คงคิดว่าเขาตอกทำไม ก็คงทำนอง
ท่านจะได้ไม่มีตาทิพย์ไงล่ะ น่าสังเวชใจจังเลยนะ
นี่ขนาดพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินะเนี่ย
สงสัยคนทำคงไร้ศาสนาเสียก็ไม่รู้ แหม..... ฉัน
อยากรู้จังเลยว่าหลังจากนั้น เจ้ามือหวยก็ดี
คนรับจ้างทำก็ดี เขาตาบอดหรือเปล่านะ
ในหนังสือประวัติวัดยังได้กล่าวว่า เมื่อ
สมัยรัชกาลที่ ๕ พระองค์มีพระราชดำริจะนำ
พระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่วัดฝั่งพระนคร แต่
ชาวบ้านบางค้อกราบบังคมทูลขอเอาไว้เป็นมิ่งขวัญ
ของถิ่นนี้ ฉันเข้าใจว่าคงจะเป็นช่วงที่พระองค์
ทรงแสวงหาพระพุทธรูปสัมฤทธิ์งาม ๆ เพื่อนำ
ไปประดิษฐานที่พระระเบียงวัดเบญจมบพิตรฯ
กระมังนะเบญจ์
เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔ พระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน
เสด็จฯ มาถวายผ้าพระกฐิน เมื่อเสร็จจากการ
บำเพ็ญพระราชกุศลแล้ว ก็เสด็จฯทอดพระเนตร
สถานที่สำคัญภายในวัด ทรงทอดพระเนตร