ศาลาท่าฉนวน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 2 หน้า 86
หน้าที่ 86 / 112

สรุปเนื้อหา

รูปก็ยังไม่มี แม้เมือง จีนก็ไม่เคยเสด็จประพาส แต่ทำไมนะพระองค์จึง รับสั่งให้ตบแต่งอาคาร โน่นนี่ได้งดงามอย่าง ศิลปะแบบจีนแท้ ประ หนึ่งว่าท่านเคยประพาส จีนมาแล้ว แหม....พูด แล้วอยากให้เบญจมาเห็น เองเสียจริง ๆ โธ่...ก็ น่าทิ้งมากนี่เบญจ์จ๋า คล้ายศาลาท่าฉนวน แต่ ยกพื้นสูงกว่าและมีกำแพง แก้วล้อมอีกชั้น เคยเป็น ที่ประดิษฐานพระสิทธารถ เลยเรียกกันว่า พระวิหาร พระสิทธารถ แต่ชาวบ้าน เรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระพุทธสิหิงค์ นัยว่า มีลักษณะคล้ายพระพุทธ สิหิงค์ เบญจา ใน หนังสือเอ่ยถึงพระสิทธารถ - ดังนี้ ถูปจีน หรือ เล่ากันว่าในสมัยที่มีการเล่นหวย ก.ข. มี ตรงบริเวณใกล้เขื่อนริมน้ำ มีศาลาเก่า หนึ่งหลัง ศาลาใหม่สองหลัง ซึ่งสร้างหลังคา แบบจีนแทนของเก่า แต่เสาเป็นเหล็กทาสีแดง ฉันส่งรูปมาให้เบญจดู ไม่ขออธิบายห

หัวข้อประเด็น

- ศาลาท่าฉนวน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

รูปก็ยังไม่มี แม้เมือง จีนก็ไม่เคยเสด็จประพาส แต่ทำไมนะพระองค์จึง รับสั่งให้ตบแต่งอาคาร โน่นนี่ได้งดงามอย่าง ศิลปะแบบจีนแท้ ประ หนึ่งว่าท่านเคยประพาส จีนมาแล้ว แหม....พูด แล้วอยากให้เบญจมาเห็น เองเสียจริง ๆ โธ่...ก็ น่าทิ้งมากนี่เบญจ์จ๋า คล้ายศาลาท่าฉนวน แต่ ยกพื้นสูงกว่าและมีกำแพง แก้วล้อมอีกชั้น เคยเป็น ที่ประดิษฐานพระสิทธารถ เลยเรียกกันว่า พระวิหาร พระสิทธารถ แต่ชาวบ้าน เรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระพุทธสิหิงค์ นัยว่า มีลักษณะคล้ายพระพุทธ สิหิงค์ เบญจา ใน หนังสือเอ่ยถึงพระสิทธารถ - ดังนี้ ถูปจีน หรือ เล่ากันว่าในสมัยที่มีการเล่นหวย ก.ข. มี ตรงบริเวณใกล้เขื่อนริมน้ำ มีศาลาเก่า หนึ่งหลัง ศาลาใหม่สองหลัง ซึ่งสร้างหลังคา แบบจีนแทนของเก่า แต่เสาเป็นเหล็กทาสีแดง ฉันส่งรูปมาให้เบญจดู ไม่ขออธิบายหรือ ออกความเห็นใด ๆ เพียงแต่อยากบอกว่าศาลา ใหม่หลังหนึ่งอยู่ตรงกับทางเดินไปสู่ศาลาการ เปรียญ อีกหลังหนึ่งอยู่ตรงกับทางไปสู่วิหาร พระยืน ฉันจะขอเล่าถึงศาลาเก่าหลังเก่าที่ยัง เหลืออยู่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำตรงกับทางไปสู่ประตู กำแพงแก้วหน้าพระอุโบสถ ศาลานั้นเรียกว่า ศาลาท่าฉนวน เวลาพระเจ้าอยู่หัวหรือเจ้านาย เสด็จฯ ทางชลมารคเพื่อมาถวายผ้าพระกฐิน หรือประพาส จะเสด็จฯ ขึ้นที่ศาลานี้ ศาลาท่าฉนวนเป็นศาลาโล่ง ๆ ทรงสี่ เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาทรงศาลเจ้าจีน (ต่อไปขอ เรียกง่าย ๆ ว่า ทรงจีน หรือทรงเก๋งจีน นะ) ศาลานี้ยกพื้นขึ้นมาเพียงหนึ่งก้าวสั้น ๆ เท่านั้น โดยรอบ ยกเว้นทางเข้าออกมีผนังก่ออิฐโบก ปูนสูงขึ้นมาสักเมตรคงได้ เหนือขึ้นไปโล่งจน เห็นเสาภายใน ด้านหน้าศาลาคือด้านริมคลอง มีตาแป๊ะหินนั่งเอ้เต้อยู่บนเก้าอี้ข้างละตัว คล้าย นั่งคอยผู้มาเยือน ด้านหลังมีแท่นหินด้านละ แท่นตั้งไปตามความยาวของศาลา แล้วมีบันได ลง ๒ ขั้นเตี้ย ๆ ถัดจากศาลาท่าฉนวนไปทางทิศใต้ไม่เกิน ๑๕ เมตร ก็มีพระวิหารเก๋งจีนริมน้ำ รูปทรง ๔๔ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ “ถะ” เรียงขนานกำแพงแก้ว ผู้ไปขอหวยและพระพุทธรูปองค์นี้ก็ให้หวยแม่นยำ ด้านหน้าพระอุโบสถ ทำให้เจ้ามือขาดทุนบ่อยครั้ง เจ้ามือจึงจ้างคน ให้เอาตะปูขนาดใหญ่ไปตอกพระเนตรทั้งสองข้าง เสีย เมื่อคราวที่ทางวัดปฏิสังขรณ์องค์พระด้วย การลงรักปิดทองประดับที่พระเนตร ช่างได้ถอน เอาตะปูออกมีขนาด ๓ นิ้ว ข้างละ ๒-๓ ตัว เบญจ์คงคิดว่าเขาตอกทำไม ก็คงทำนอง ท่านจะได้ไม่มีตาทิพย์ไงล่ะ น่าสังเวชใจจังเลยนะ นี่ขนาดพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินะเนี่ย สงสัยคนทำคงไร้ศาสนาเสียก็ไม่รู้ แหม..... ฉัน อยากรู้จังเลยว่าหลังจากนั้น เจ้ามือหวยก็ดี คนรับจ้างทำก็ดี เขาตาบอดหรือเปล่านะ ในหนังสือประวัติวัดยังได้กล่าวว่า เมื่อ สมัยรัชกาลที่ ๕ พระองค์มีพระราชดำริจะนำ พระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่วัดฝั่งพระนคร แต่ ชาวบ้านบางค้อกราบบังคมทูลขอเอาไว้เป็นมิ่งขวัญ ของถิ่นนี้ ฉันเข้าใจว่าคงจะเป็นช่วงที่พระองค์ ทรงแสวงหาพระพุทธรูปสัมฤทธิ์งาม ๆ เพื่อนำ ไปประดิษฐานที่พระระเบียงวัดเบญจมบพิตรฯ กระมังนะเบญจ์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔ พระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน เสด็จฯ มาถวายผ้าพระกฐิน เมื่อเสร็จจากการ บำเพ็ญพระราชกุศลแล้ว ก็เสด็จฯทอดพระเนตร สถานที่สำคัญภายในวัด ทรงทอดพระเนตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More