ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม่รู้จักพอ ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่คิดถึง
สังคมส่วนรวมของมนุษย์ทั้งสิ้น
เพราะว่าทุกคน ทุกท่านที่ตั้ง
หน้าตั้งตาทำร้ายแผ่นดิน โกงกิน
ธรรมชาติอยู่ทุกวันนี้ ไม่รู้และไม่ยอม
ทำความเข้าใจเลยว่าภัยจะไม่ไปไหน
ภัยเหล่านี้ย่อมหวนมาทำให้ลูกหลาน
ของตัวเองต้องชอกช้ำน้ำตาตก น้ำ
แล้งไม่พอใช้ เพราะความร้อน และ
ฝุ่นผงในอากาศ และเพราะความขาด
สมดุลธรรมชาติที่ทำให้มนุษย์ผู้เกิดที่
หลังต้องกลายเป็นคนไม่สบายตั้งแต่
ยังอยู่ในครรภ์ ด้วยพ่อแม่เป็นผู้ถ่าย
ทอดให้จากระบบความไม่สมดุลของ
อากาศ ฝุ่นละออง รวมทั้งความเป็น
ก็ยังพอมีพอได้กินไปวันๆ
ต้องมาเป็นเช่นนี้เพราะอะไร
ถ้าไม่ใช่เพราะท้องไร่ท้องนาขาดน้ำ
แล้งฝน โขดเขาถูกครูด ถูกโกนจน
เห็ด อยากจะได้สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ใน
ดิน ในซอกหินมาขาย มากินกันให้
อร่อยลิ้น เลยลงมือเผาป่า คิดจะเผา
เพียงเล็กน้อย พอได้ใช้ได้กิน อย่าง
อยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัว ตั้งแต่หัว
จรดเท้า...จริงๆ
ธรรมชาติ ตรงที่ถูกโกงกิน ถูก
เอารัดเอาเปรียบแล้วยังถูกกล่าวหาว่า
ร้อนบ้าง เย็นไปบ้าง ฝนมาล่ากว่า
ปกติบ้าง ทั้งๆ ที่มนุษย์เองนั่นแหละ
เป็นผู้กระทำ ด้วยสองมือ ด้วยแรงเร่ง
แรงเร้าจากดวงใจที่ไม่ใฝ่ในธรรม ใน
ความพอดีของพุทธปรัชญา สิ่งเหล่านี้
เสื่อมลงด้วยตัวเรา.. มือเรา และใจ
ของเราเอง
แล้วจะแก้ไขตรงไหน จะแก้ได้
อย่างไร.. แก้ได้ด้วยการปรับการกระทำ
ของสองมือ สองเท้า ให้อยู่ในควบคุม
เกลี้ยง เพราะนายทุนผู้ต้องการทรัพย์ มองไม่เห็นภัยอันใหญ่หลวงที่จะติด ของดวงใจที่ไม่คิดรุกรานธรรมชาติ
ตามมา เมื่อพวกเขาทำบ่อย ๆ หรือ
เมื่อพวกเขาควบคุมไฟไม่ได้
เพื่อเพิ่มความอัครฐานให้ครอบครัว
และหมู่ญาติของเขา และเพราะ
ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของชาวบ้านเอง ป่วยไข้ไม่สบายของคนที่มีร่าง
ที่ปล่อยให้ความอยากได้รถกระบะเข้า กายไม่แข็งแรงของผู้เขียนนี่เอง ที่เป็น
ครอบงำจนถึงกับยอมโกนภูเขาเพื่อ แรงบันดาลใจ ความร้อน ความแล้ง
ปลูกกะหล่ำ ที่ร่ำลือกันว่า ได้ราคา ความป่วยไข้ไม่แข็งแรงของลูกหลาน
นักหนา หรือไม่ก็เพราะว่าอยากจะได้ ตัวเล็ก ๆ ทุกวันนี้ ล้วนเกิดจากความ
รุกรานใคร หรือแม้แต่รุกรานตัวเอง
พาดวงใจเข้าสู่สายธารแห่งความสว่าง
ไสว ผูกพันดวงใจไว้กับการนึกคิดแต่
สิ่งใสๆ สว่างไสว สวยงาม
เพียงการนึกง่ายๆ สบายๆ เท่านี้
จะเกิดผลพลอยได้อันยิ่งใหญ่มหาศาล
อ่านต่อหน้า ๖๓
กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๓๗ ๒๑