ข้อความต้นฉบับในหน้า
เนียมที่เคยปฏิบัติมา บางครั้งการเดิน มีใครบ้างที่ระลึกถึงอุปการคุณของพรา
ทางของพระสาวกนั้นลำบากมาก เมื่อ หมณ์นี้ได้บ้าง พระสารีบุตร ก็กราบทูลว่า
พระพุทธองค์ทรงพิจารณาเห็นในสิ่งเหล่า พราหมณ์ผู้นี้เคยถวายภัตตาหารแก่ท่าน
นี้แล้ว จึงทรงอนุญาตให้สงฆ์รับเข้าหมู่ หนึ่งทัพพี พระพุทธองค์ตรัสสรรเสริญ
เองได้ โดยทรงอนุญาต ด้วยวิธีการว่า แล้วประทานอนุญาตให้พระสารีบุตรเป็น
กุลบุตรที่จะบวชนั้นจะต้องปลงผมและ ผู้อุปสมบทให้ราธะพราหมณ์ด้วยการ
หนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ นั่งคุกเข่าประดู่ อุปสมบทแบบญัตติจตุตถกรรมวาจา
นมมือหรือกราบแทบเท้า แล้วเปล่งวาจา เป็นรูปแรก และการบวชในปัจจุบันนี้ก็
แสดงตนถึงพระรัตนตรัยว่าเป็นที่พึ่ง ยังคงใช้การอุปสมบทด้วยวิธีนี้อยู่
เพียงเท่านี้ก็เป็นการยอมรับเข้าหมู่เป็น จำนวนผู้ที่จะได้รับการอุปสมบท
พระภิกษุได้ วิธีนี้เรียกว่า ติสรณคมนูป นั้น วิธีการบวชโดย “เอหิภิกขุอุปสัมปทา"
สัมปทา แต่ในปัจจุบันวิธีนี้ได้เปลี่ยนมา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกระทำด้วยพระ
องค์เอง วิธีการบวชโดย “ติสรณคมนูป
ใช้ในการบรรพชาเป็นสามเณร
เมื่อพระพุทธศาสนาแพร่หลาย สัมปทา” ภิกษุรูปเดียวก็สามารถ ทำได้
ออกไปมีศาสนิกชนเกิดขึ้นมากทั้งคฤหัสถ์ แต่วิธีสุดท้ายคือ “ญัตติจตุตถกรรมวาจา
และบรรพชิต พระพุทธองค์มีความ อุปสัมปทา” ต้องประกอบด้วยองค์สงฆ์ คือ
ประสงค์ที่จะให้พระพุทธศาสนามั่นคง ในที่ที่ทุรกันดารหาภิกษุได้ยาก ต้องได้
ถาวรสืบต่อไปอีกยาวนาน ทรงมุ่งประ ภิกษุอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๕ รูป แต่ในที่
โยชน์ส่วนรวมเป็นใหญ่มากกว่าส่วนพระ ที่หาภิกษุได้ง่ายต้องมีภิกษุ ไม่น้อยกว่า
องค์อยู่แล้ว จึงทรงอนุญาตให้สงฆ์เป็น ๑๐ รูป หากสงฆ์น้อยกว่านี้ การอุปสมบท
ใหญ่ในการอุปสมบท โดยทรงงดการ
อุปสมบทด้วยวิธี “ดิสรณคมนูปสัมปทา”
นั้นจะสำเร็จไม่ได้
บุคคลที่จะสามารถอุปสมบทเป็น
เสีย แล้วทรงอนุญาตการอุปสมบทด้วย พระภิกษุในพระพุทธศาสนาได้นั้น ต้อง
วิธี “ญัตติจตุตถกรรมวาจาอุปสัมปทา” เป็นบุคคลที่พร้อมไปด้วยวัยวุฒิ และคุณ
เพราะคณะสงฆ์ทำร่วมกัน สำเร็จด้วย วุฒิดังนี้คือ ต้องมีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์
อำนาจสงฆ์ ไม่ได้สำเร็จด้วยอำนาจของ โดยใช้การนับทางสุริยคติคือใช้พ.ศ.เดือน
บุคคลใดบุคคลหนึ่ง การอุปสมบทด้วย
วิธีนี้มีมูลเหตุมาจาก เรื่องของพระเถระ
แก่รูปหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า พระราธะเถระ มี
เรื่องโดยย่อว่า สมัยหนึ่งเมื่อพระสัมมา
วันที่ในปัจจุบันเป็นตัวตั้ง แล้วใช้ พ.ศ.
เดือน วันที่เกิดเป็นตัวลบ หรือผู้ที่จะอุป-
สมบทแต่อายุยังไม่ครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์
ก็สามารถจะนับวัน เวลา ที่อยู่ในครรภ์
สัมพุทธเจ้าประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรง มารดาเพิ่มได้อีกนับตั้งแต่วันถือปฏิสนธิ
ทราบว่า มีพราหมณ์คนหนึ่งอยากจะบวช
สำหรับบุคคลที่ห้ามอุปสมบทโดย
แต่ก็ไม่ได้บวช จึงตรัสเรียกประชุมหมู่ เด็ดขาด หรือแม้อุปสมบทแล้วมารู้ใน
พระภิกษุสงฆ์ตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า ภายหลังก็ต้องให้ลาสิกขา เพราะเป็น
อภัพพบุคคล คือ
๑. บุคคลที่มีเพศวิปริต เช่น เป็น
กะเทย หรือเป็นคนสองเพศ
๒. บุคคลที่เคยทำกรรมหนักที่
พระพุทธศาสนาห้ามบวชมาก่อนเช่นเคย
ฆ่าพระอรหันต์ เคยข่มขืนทำร้ายภิกษุณี
มาก่อน เป็นผู้ที่ปลอมมาบวช เป็นภิกษุ
ที่เคยเข้ารีตเดียรถีย์ คือ เคยบวชมาก่อน
แล้วไปนับถือศาสนาอื่นขณะที่ตนกำลัง
บวชอยู่ เป็นผู้ที่เคยบวชแล้วต้องอาบัติ
หนัก เช่น เสพเมถุน ลักทรัพย์ ฆ่ามนุษย์
และอวดอุตริมนุสธรรม เป็นผู้ที่เคยทำ
สงฆ์ให้แตกแยกกัน และเคยทำร้ายพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าจนทำให้ถึงห้อพระ
โลหิต
๓. บุคคลที่เคยฆ่ามารดา และฆ่า
บิดามาก่อน
ส่วนอานิสงส์ที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่
ได้อุปสมบท และผู้ที่เป็นญาติพี่น้องของ
ผู้อุปสมบทนั้น มีดังนี้ คือ
๑.ถ้านายทาสยินยอมให้ทาสของ
ตัวเองได้อุปสมบท จะได้อานิสงส์ ๕ กัปป์
๒.ถ้ามารดาบิดายินยอมให้บุตร
อุปสมบท จะได้อานิสงส์ ๑๖
กัปป์
๓. ถ้าภรรยายินยอมให้สามีของ
ตัวเองอุปสมบท จะได้อานิสงส์ ๑๒ กัปป์
๔.ถ้าตนเองอุปสมบท จะได้รับ
อานิสงส์ ๖๔ กัปป์
กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๓๙ ๒๕