การเกิดใหม่ของกุฎมพี่ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 4 หน้า 101
หน้าที่ 101 / 125

สรุปเนื้อหา

ภรรยาพร้อมด้วยลูกบ้านไปเกิดใน เคยกันอยู่ พวกเราทั้งหมดมารวบรวม สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เสวยทิพยสมบัติ ทรัพย์สร้างที่พักกันเถอะ” อย่างมีความสุขตลอดมา พวกบริวารได้ตกลงตามข้อ กาลเวลาผ่านมาเนิ่นนานจน เสนอนั้น ครั้นแล้วหัวหน้ากุฎมพี่ได้ กระทั่งถึงสมัยแห่งพระกัสสปพุทธเจ้า บริจาคทรัพย์พันหนึ่ง พวกบริวารชาย เทวดาเหล่านั้นได้พากันมาเกิดในบ้าน บริจาคคนละห้าร้อย บริวารหญิงบริ เรือนของพวกกุฎมพี่ชาวเมืองพาราณสี จากคนละสองร้อยห้าสิบ เมื่อรวบรวม หัวหน้าช่างหูกได้มาเกิดเป็นลูกชาย ทรัพย์ได้แล้ว มอบให้ช่างสร้างเรือนยอด ของหัวหน้ากุฎมพี ภรรยาได้มาเกิด เรียงกันหนึ่งพันหลัง เพื่อเป็นที่พัก เป็นลูกสาวของหัวหน้ากุฎมพี่อีกตระกูล จำพรรษาของภิกษุสามเณร และเป็น หนึ่ง ส่วนลูกบ้านและภรรยาก็มาเกิด ที่พักหลบแดดหลบฝนของพวกอุบาส

หัวข้อประเด็น

- การเกิดใหม่ของกุฎมพี่

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ภรรยาพร้อมด้วยลูกบ้านไปเกิดใน เคยกันอยู่ พวกเราทั้งหมดมารวบรวม สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เสวยทิพยสมบัติ ทรัพย์สร้างที่พักกันเถอะ” อย่างมีความสุขตลอดมา พวกบริวารได้ตกลงตามข้อ กาลเวลาผ่านมาเนิ่นนานจน เสนอนั้น ครั้นแล้วหัวหน้ากุฎมพี่ได้ กระทั่งถึงสมัยแห่งพระกัสสปพุทธเจ้า บริจาคทรัพย์พันหนึ่ง พวกบริวารชาย เทวดาเหล่านั้นได้พากันมาเกิดในบ้าน บริจาคคนละห้าร้อย บริวารหญิงบริ เรือนของพวกกุฎมพี่ชาวเมืองพาราณสี จากคนละสองร้อยห้าสิบ เมื่อรวบรวม หัวหน้าช่างหูกได้มาเกิดเป็นลูกชาย ทรัพย์ได้แล้ว มอบให้ช่างสร้างเรือนยอด ของหัวหน้ากุฎมพี ภรรยาได้มาเกิด เรียงกันหนึ่งพันหลัง เพื่อเป็นที่พัก เป็นลูกสาวของหัวหน้ากุฎมพี่อีกตระกูล จำพรรษาของภิกษุสามเณร และเป็น หนึ่ง ส่วนลูกบ้านและภรรยาก็มาเกิด ที่พักหลบแดดหลบฝนของพวกอุบาสก เป็นบุตรธิดาของกุฎมพี่ต่างตระกูลใน อุบาสิกาที่มาทำบุญ แต่เนื่องจากงานนี้ เมืองเดียวกันนั้นเอง เมื่อต่างเจริญ เป็นงานใหญ่ เมื่อก่อสร้างไปได้ระยะ เติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่มสาวก็ได้แต่งงาน หนึ่งทรัพย์ที่บริจาคกันมาแต่ครั้งแรก มีครอบครัว ชาติก่อนเคยเป็นสามี จึงไม่พอ พวกกุภูมพี่ทั้งหมดจึงได้ ภรรยากันอย่างไร ชาตินี้ก็ได้มาเป็น สามีภรรยากันอย่างนั้นอีก อยู่มาวันหนึ่ง พวกกุฎมพี่เหล่า ได้สั่งสมบุญกุศลอยู่จนตลอดชีวิต เมื่อ ละจากภพชาตินั้นแล้ว ด้วยผลานิสงส์ แห่งบุญกุศลอันมหาศาล ทำให้เหล่า กุฎมพี่นั้นไปเกิดในเทวโลก เสวยทิพย สมบัติอยู่ชั่วกาลนาน ลุล่วงมาถึงสมัยแห่งสมณโคดม สัมมาสัมพุทธเจ้า เทวดาเหล่านั้นละ จากเทวโลกแล้ว ผู้เป็นหัวหน้ากุฎิมพ ได้ไปเกิดเป็นเจ้าชายมหากัปปินะ ภรรยาได้เกิดเป็นพระนางอโนชา มีสี แห่งพระสรีระงามดุจสีของดอกอังกาบ ดังที่ได้ตั้งความปรารถนาไว้ ส่วน พวกบริวารได้ไปเกิดในตระกูลอำมาตย์ ทั้งหมด มีทรัพย์สมบัติมากมายดุจ เดียวกับสมบัติของพระราชา เสวยผล รวบรวมกันบริจาคอีกคนละครึ่งหนึ่ง แห่งบุญกุศลที่ได้สั่งสมมาข้ามภพข้าม จากที่ได้บริจาคไปแล้วในครั้งแรก เมื่อ ชาติ อย่างต่อเนื่องตลอดมา สร้างเสร็จแล้ว พวกกุฏมพี่ก็พร้อมใจ เจ้าชายมหากัปปินะเป็นพระ เมื่อพระราชบิดาสวรรคตแล้ว ก็ได้ ขึ้นครองราชย์สืบสันตติวงศ์ต่อมาทรง พระนามว่า พระเจ้ามหากัปปินะ มี พระอัครมเหสีพระนามว่า อโนชาเทวี พระนางเป็นพระราชธิดาของพระเจ้า สาดละแห่งแคว้นมัททะ พระเจ้ามหา นั้นทราบข่าวว่าพระกัสสปพุทธเจ้าจะ กันฉลองวิหารด้วยการถวายทานแด่ โอรสของกษัตริย์ในพระนครกุกกุฏวดี ทรงแสดงธรรม จึงพร้อมใจกันไปยัง พระกัสสปพุทธเจ้าและพระสาวก ติดต่อ พระวิหารเพื่อฟังธรรม ในขณะที่พวก กันอีกเจ็ดวัน และถวายผ้าจีวรแต่ภิกษุ กุฎมพี่เหล่านั้นกำลังเข้าไปในพระวิหาร อีกสองพันรูป สายฝนได้เริ่มโปรยปรายลงมา พวก ฝ่ายภรรยาของหัวหน้ากุฎิมพ์ กุฎมพี่จึงคิดที่จะเข้าไปขอหลบฝนยัง เป็นผู้มีปัญญา นางคิดว่า “เราจะบูชา ที่พักของภิกษุหรือสามเณรที่เป็นญาติ พระกัสสปพุทธเจ้าให้มากยิ่งกว่าใคร หรือผู้ที่คุ้นเคยกันหากแต่ในพระวิหาร ทั้งหมด” นางจึงนำผอบดอกอังกาบ นั้นไม่มีภิกษุหรือสามเณรที่เป็นญาติ กับผ้าสาฎกที่มีสีเหมือนดอกอังกาบ หรือผู้ที่คุ้นเคยกันเลย พวกกุฏมพี่จึง ราคาพันหนึ่ง มาถวายพระกัสสป ได้แต่ยืนอยู่กลางพระวิหารนั่นเอง ในขณะนั้น หัวหน้ากุฎมพี่ได้ กล่าวขึ้นมาท่ามกลางบริวารว่า พุทธเจ้า แล้วตั้งความปรารถนาว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ไม่ว่า หม่อมฉันจะไปเกิดในภพชาติใด ขอให้ “พวกท่านจงดูสิ สมควรแล้ว ร่างกายของหม่อมฉันมีสีผิวดุจดอก หรือที่พวกเราจะตกอับถึงเพียงนี้” “พวกเราจะทำอย่างไรกันดีล่ะ อังกาบนี้ และขอให้หม่อมฉันมีนามว่า อโนชาเถิดพระพุทธเจ้าข้า” ครั้นแล้ว กัปปินะทรงมีม้าเป็นราชพาหนะประจำ พระองค์อยู่ห้าตัวด้วยกันคือ พละ พลวาหนะ ปุปะ ปุปผวาหนะ และ สุปัตตะ นอกจากนี้พระองค์ยังทรง สนพระทัยในการแสวงหาความรู้ต่างๆ เป็นอย่างยิ่ง โดยในเวลาที่พระองค์ โปรดที่จะทรงม้าตัวใดแล้ว จะพระ ราชทานมาอีกสี่ตัวนอกนั้น ให้แก่ พวกอำมาตย์เพื่อไปเที่ยวสืบข่าวว่ามี นาย” บริวารของกุฎมพี่กล่าว พระกัสสปพุทธเจ้าทรงกระทำอนุโม ผู้รู้อยู่ในทิศใดบ้าง “ที่พวกเราต้องตกอยู่ในสภาพ ทนาแก่นางด้วยพระดำรัสว่า “จงสำเร็จ เช่นนี้ เพราะไม่มีสถานที่ซึ่งมีคนคุ้น อย่างนั้นเถิด” จากนั้นพวกกุฎมพี่ต่าง อยู่มาวันหนึ่ง พระองค์ทรงม้า ชื่อ สุปัตตะ พร้อมด้วยพระบรมวงศา ๐๒ เมษายน ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More