การพบกันของเจ้าชายกุณาละและพระเจ้าอโศก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 4 หน้า 109
หน้าที่ 109 / 125

สรุปเนื้อหา

แล้วหลุดพ้นจากเครื่องจองจำ แม้กาย เมย์มาให้มากที่สุดในตัวกุณาละได้พินาศ จะทรมานอย่างไรจิตใจก็หามีความทุกข์ เสียแล้ว อา! โลก ไฉนโลกจึงทารุณถึง กระวนกระวายด้วยไม่ ปานนี้ พระเถระประธานสงฆ์แห่งกุกกุ จอมจักรพรรดิอโศกได้สดับเพลง อารามพูดไว้ไม่ผิดเลย ท่านเคยบอกว่า พิณนั้นแล้ว ทรงจำได้ว่าเป็นทำนองและ กุณาละจะต้องเสียจักษุ บุญอะไรของ ฝีพระหัตถ์ของพระราชโอรสกุณาละทรง เธอหนออำนวยให้เธอมีดวงเนตรงามไม่ สำราญพระหฤทัยเป็นที่ยิ่ง ทรงดำริว่า มีใครปาน และบาปอะไรของเธอเล่า “กุณาละ ลูกเราขับเพลงและดีดพิณซึ่ง จึงทำให้เธอต้องปราศจากดวงดาวในวง เรามิได้ยินมานานแล้วให้ฟัง เขากลับ พักตร์ตั้งแต่ยังหนุ่ม” มาแล้ว แต่ไม่อยากพบปะใครๆ” ขณะนั้นจึงทรงพระกันแสงพลาง จึงตรัสเรียกราชองครักษ์ผู้หนึ่ง รับสั่งว่า “จงรีบไปนำขอทานตาบ

หัวข้อประเด็น

- การพบกันของเจ้าชายกุณาละและพระเจ้าอโศก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แล้วหลุดพ้นจากเครื่องจองจำ แม้กาย เมย์มาให้มากที่สุดในตัวกุณาละได้พินาศ จะทรมานอย่างไรจิตใจก็หามีความทุกข์ เสียแล้ว อา! โลก ไฉนโลกจึงทารุณถึง กระวนกระวายด้วยไม่ ปานนี้ พระเถระประธานสงฆ์แห่งกุกกุ จอมจักรพรรดิอโศกได้สดับเพลง อารามพูดไว้ไม่ผิดเลย ท่านเคยบอกว่า พิณนั้นแล้ว ทรงจำได้ว่าเป็นทำนองและ กุณาละจะต้องเสียจักษุ บุญอะไรของ ฝีพระหัตถ์ของพระราชโอรสกุณาละทรง เธอหนออำนวยให้เธอมีดวงเนตรงามไม่ สำราญพระหฤทัยเป็นที่ยิ่ง ทรงดำริว่า มีใครปาน และบาปอะไรของเธอเล่า “กุณาละ ลูกเราขับเพลงและดีดพิณซึ่ง จึงทำให้เธอต้องปราศจากดวงดาวในวง เรามิได้ยินมานานแล้วให้ฟัง เขากลับ พักตร์ตั้งแต่ยังหนุ่ม” มาแล้ว แต่ไม่อยากพบปะใครๆ” ขณะนั้นจึงทรงพระกันแสงพลาง จึงตรัสเรียกราชองครักษ์ผู้หนึ่ง รับสั่งว่า “จงรีบไปนำขอทานตาบอด นั้นมาหาเรา เรากำลังจะทนต่อความ เข้ามา รับสั่งว่า “เสียงเพลงนี้เหมือน เพลงของกุณาละมิใช่หรือ ดูประหนึ่ง โทมนัสไม่ไหวอยู่แล้ว ขอให้เราได้เห็น เขาจะตกระกำลำบากอยู่ สำเนียงนั้น หน้ากุณาละลูกเราหน่อยเถิด” จับใจนัก ตัวข้านั้นเหมือนช้างพังซึ่ง พลัดลูกอ่อน เที่ยวตามหา เมื่อไ เมอเคยน เสียงก็อดปรีดาไม่ได้ จงไปนำกุณาละ จึงถามว่า บคน ข้าพเจ้าเป็นโอรส ของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นอาทิตยวงศ์ มาหาเราโดยเร็ว” ผู้ได้ทรงแสดงและบัญญัติ ราชองครักษ์รับพระบรมราชโอง พระธรรมวินัย อันเลอเลิศลึกล้ำ ราชองครักษ์จึงรีบกลับไปยังโรง รถหลวง เมื่อพบขอทานตาบอดคนนั้น “ท่านชื่ออะไร? เป็นลูกใคร?” เจ้าชายกุณาละตรัสตอบตาม การเหนือเกล้าฯแล้วรีบไปยังโรงรถ พบ ความเป็นจริงว่า “ข้าพเจ้าชื่อกุณาละ เจ้าชายกุณาละผู้ปราศจากพระเนตร มี เป็นราชโอรสของพระเจ้าอโศกผู้ทรงผดุง พระกายอันแดดและลมทำให้มัวหมอง เกียรติแห่งโมริยวงศ์อันทรงศักดิ์ ผู้อัน เขาจึงมิอาจจำพระองค์ได้ สกลโลกยอมอ่อนน้อมอยู่ภายใต้พระ แลแล้วกลับไปทูลพระเจ้าอโศกว่า บารมี พระราชาพระองค์นั้นเป็นพระ “ขอเดชะ ผู้บรรเลงเพลงนั้นมิใช่เจ้าช จ้าชาย ราชบิดาของข้าพเจ้า กุณาละดอก แต่เป็นขอทานตาบอดคน “แต่บัดนี้ ข้าพเจ้าเป็นโอรสของ หนึ่งกับภรรยาอาศัยอยู่ในโรงรถหลวง” พระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นอาทิตยวงศ์ ผู้ เมื่อทรงสดับดังนี้ พระราชาทรง ได้ทรงแสดงและบัญญัติพระธรรมวินัย ประสบโทมนัสอย่างใหญ่หลวง พระองค์ อันเลอเลิศลึกล้ำ” ทรงแน่พระทัยว่าต้องเป็นเจ้าชายกุณาละ ราชองครักษ์เต็มไปด้วยความ เสียงพิณและทำนองนี้ไม่มีใครเลยใน ลังเล เพื่อจะทดลองให้แน่ใจจึงถามว่า ปาฏลีบุตร มีแต่กุณาละคนเดียว ทรง “ท่านอ้างว่าท่านเป็นโอรสของพระเจ้า รำพึงต่อไปว่า “ดูความฝันของเรากลาย อโศกผู้ทรงศักดิ์ ข้าพเจ้าใคร่ขอให้ท่าน เป็นความจริงขึ้นแล้วลูกกุณาละเสียจักษุ เล่าประวัติความเป็นมาแห่งโมริยวงศ์พอ เสียแล้ว สิ่งอันน่าภูมิใจ นำความรื่น สมควร เท่าที่ท่านพอจำได้ และขอให้ ๑๐ เมษายน ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More