ข้อความต้นฉบับในหน้า
บ้านเมืองแย่แล้ว และหลวงพ่อยังชี้แจงอีกว่า วัดของเราจะมีผู้ทำ
สมาธิปฏิบัติธรรม หมุนเวียนเปลี่ยนเวรกันอยู่รอบรูปหล่อตลอด
ยี่สิบสี่ชั่วโมง เป็นการเฝ้าไปในตัว ส่วนผู้เจริญภาวนาเหล่านั้นก็ได้
ประโยชน์ที่มีรูปครูบาอาจารย์นั่งเป็นประธาน จะเกียจคร้านยังไง
ก็จะต้องเกรงใจมั่ง หลวงพ่อทัตตะท่านยังพูดว่า จะได้ตั้งใจนั่ง
ตัวตั้งชนิดถ้า (รูปหล่อ) หลวงพ่อฯไม่ขยับ เราก็ต้องไม่ขยับ
ใครนั่งสมาธิได้เชี่ยว ๆ ก็เตรียมตัวได้แล้วค่ะ
ถึงเวลานี้แล้ว ป้าต้องส่งเสียงร้องเตือนดังๆ แล้ว ใครมีหน้าที่
อะไรรู้ตัวอยู่ต้องทำกันให้สุดกำลัง ฝ่ายภาวนาขั้นสูงก็ควรชวนกัน
บำเพ็ญเนกขัมมะ ออกจากเรือนเป็นเพศนักบวช เพื่อเตรียมอยู่
ต่อหน้ารูปหล่อทองคำ ขะมักเขม้นให้เวลาหมดไปด้วยการภาวนา
ยิ่งๆ ขึ้น
ฝ่ายเผยแผ่ ก็ต้องออกตีฆ้องร้องเป่า จะด้วยการพูดก็ดี การ
เขียนก็ดี ฯลฯ ชักชวนผู้คนที่ยังประมาท ไม่รู้หน้าที่ที่แท้จริงของชีวิต
ให้มีปัญญารู้ว่า ตัวเองเป็นใคร ควรใช้ชีวิตยังไง
ฝ่ายขวนขวายช่วยงานพระศาสนา จะเป็นเรื่องการระดมทุน
การก่อสร้าง การบริการต่างๆ ต้องทำตามถนัดด้วยใจรักไม่ย่อท้อ
ฝ่ายสนับสนุนด้วยทุนทรัพย์ ก็ต้องทำกันจนเต็มกำลังที่มีอยู่
และหาเพิ่มให้มากยิ่ง ๆ ขึ้นเหล่านี้เป็นต้น
ป้าไม่ได้พูดขู่คุณนะคะ แต่จากเวลายาวนาน ๒๖ ปีที่ป้าเห็น
มา ใครก็ตามที่มีหน้าที่แล้วไม่ทำตามหน้าที่ ไม่สร้างบารมีให้เต็ม
กำลังของตน มักจะมีเรื่องวิบัติแปลกๆ เกิดขึ้น เช่นเกิดมาเพื่อจะ
มาทำวิชชา แต่กลับหนีไปมีเหย้ามีเรือน ยุ่งอยู่กับทางโลก มักจะ
มีการพลัดพรากด้วยการเจ็บการตาย ฝ่ายเผยแผ่ก็เหมือนกัน
แต่มักไม่ถึงตาย มักเป็นแค่แตกแยกหย่าร้าง
ฝ่ายช่วยเหลืองาน ไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนทางครอบครัวก็จริง
๘๖ เมษายน ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร
แต่จะทำมาหากินอะไร ๆ ก็เหนื่อยยาก
ลำบากนัก ไม่ใคร่ร่ำรวย หางานทำ
ได้ยากเย็น หรือต้องเปลี่ยนงานบ่อยๆ
บางทีก็ตกงานไปเลย
ส่วนฝ่ายสุดท้าย มักจะทำมาหา
กินร่ำรวย เพื่อได้ทรัพย์มาทำบุญทะนุ
บำรุงกิจการพระศาสนา แต่พอรวยแล้ว
ไม่ทุ่มเทเต็มที่ ท่าแบบยั้งๆ มีเงินเดือน
หมื่น ทำเพียงสิบเพียงร้อย แล้วไป
เห็นเรื่องอื่นสำคัญกว่าหน้าที่สร้างบารมี
ในที่สุดก็วิบัติจะหยิบจับอะไรก็ขาดทุน
ย่อยยับ กลายเป็นมีหนี้สินล้นพ้นตัว
มิฉะนั้นก็ถูกโกง ถูกลักขโมย มีทายาท
เลวๆ ล้างผลาญ
ส่วนผู้ตั้งใจเต็มกำลังทำหน้าที่ของ
ตนโดยสมบูรณ์ ไม่เจอความวิบัติทั้ง
หลายที่กล่าวนี้ก็จริง แต่ก็เป็นเรื่อง
แปลก สามฝ่ายแรกมักจะมีฐานะพอ
อยู่ได้ตามอัตภาพ พอมีพอกิน จะ
พยายามยังไงก็ไม่ร่ำรวยเหมือนฝ่าย
สุดท้าย ป้าเคยเอามาคิดใคร่ครวญดู
สามพวกข้างต้นนั่น ถ้าทำมาหากิน
หรือมีฐานะร่ำรวยแล้ว อาจเกิดความ
ประมาทไม่ยอมทำหน้าที่ซะก็ได้ เอา
เงินมาทำบุญเหมือนฝ่ายที่สี่ แล้วตน
เองก็อยู่สบายทางโลก งานฟื้นฟูเผยแผ่
พระศาสนาก็ไม่มีคนทำ.....
คุยเรื่อยเปื่อยมาให้คุณฟัง สำหรับ
ผู้รู้หน้าที่ของตนเองว่าต้องสร้างบารมี
โดยทำอะไรบ้าง จะได้มีกำลังใจ มีอุต
สาหะวิริยะ อดทนทำงานในหน้าที่ให้ดี
ที่สุดไงคะ
สะ-หวัด-ดี
ads Toys