พระเจ้ามหากัปปินะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 4 หน้า 102
หน้าที่ 102 / 125

สรุปเนื้อหา

นุวงศ์และอำมาตย์ราชบริพาร เสด็จ ประพาสยังพระราชอุทยาน ทรงพบ มอบความเป็นใหญ่และราชสมบัติทั้ง หมดแก่พระนาง และถ้าพระนางตรัส กับพ่อค้าชาวเมืองสาวัตถีประมาณห้า ถามว่าเราไปไหน พวกเธอก็จงกราบ ร้อยคน กำลังเดินทางขึ้นมาค้าขาย ทูลว่า เราตรัสว่าเราจะบวชอุทิศแด่ ในแคว้นของพระองค์ จึงทรงไต่ถาม ข่าวคราวต่างๆ และทรงทราบในบัด นั้นว่า พระรัตนตรัยคือพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ได้อุบัติขึ้น แล้วในโลก ทันทีที่ทรงทราบเช่นนั้น ก็ทรงมีปีติโสมนัสเกิดความศรัทธาท่วม ท้นจนกระทั่งลืมพระองค์ไป ทรงนิ่ง เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วตรัสว่า “เราจะให้ ทรัพย์หนึ่งแสนแก่พวกเธอ” แล้วทรง พระพุทธศาสนา” ส่วนพวกอำมาตย์ ก็ส่งข่าวให้แก่ภรรยาของตนเช่นนั้น เหมือนกัน แล้วตามเสด็จพระเจ้ามหา กัปปินะไปยังสำนักของพระบรมศาสดา ในเวลาใกล้รุ่งของ

หัวข้อประเด็น

- พระเจ้ามหากัปปินะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นุวงศ์และอำมาตย์ราชบริพาร เสด็จ ประพาสยังพระราชอุทยาน ทรงพบ มอบความเป็นใหญ่และราชสมบัติทั้ง หมดแก่พระนาง และถ้าพระนางตรัส กับพ่อค้าชาวเมืองสาวัตถีประมาณห้า ถามว่าเราไปไหน พวกเธอก็จงกราบ ร้อยคน กำลังเดินทางขึ้นมาค้าขาย ทูลว่า เราตรัสว่าเราจะบวชอุทิศแด่ ในแคว้นของพระองค์ จึงทรงไต่ถาม ข่าวคราวต่างๆ และทรงทราบในบัด นั้นว่า พระรัตนตรัยคือพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ได้อุบัติขึ้น แล้วในโลก ทันทีที่ทรงทราบเช่นนั้น ก็ทรงมีปีติโสมนัสเกิดความศรัทธาท่วม ท้นจนกระทั่งลืมพระองค์ไป ทรงนิ่ง เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วตรัสว่า “เราจะให้ ทรัพย์หนึ่งแสนแก่พวกเธอ” แล้วทรง พระพุทธศาสนา” ส่วนพวกอำมาตย์ ก็ส่งข่าวให้แก่ภรรยาของตนเช่นนั้น เหมือนกัน แล้วตามเสด็จพระเจ้ามหา กัปปินะไปยังสำนักของพระบรมศาสดา ในเวลาใกล้รุ่งของวันนั้น พระ บรมศาสดาทรงตรวจดูสัตว์โลก ได้ ทอดพระเนตรเห็นพระเจ้ามหากัปปินะ พร้อมทั้งบริวาร ก็ทรงดำริว่า “พระเจ้า มหากัปปินะพระองค์นี้ เพียงได้ทรง ทอดพระเนตรดูอำมาตย์หนึ่งพันคนที่ ทราบข่าวจากพวกพ่อค้าว่าพระรัตน ติดตามพระองค์มา ตรัสถามว่า ตรัยอุบัติขึ้น ก็ทรงบูชาถ้อยคำของพวก “พวกท่านจะทำอย่างไรต่อไป” พ่อค้าด้วยทรัพย์สามแสน ทรงสละ พวกอำมาตย์ไม่ตอบ แต่กลับ ราชสมบัติแวดล้อมด้วยอำมาตย์หนึ่ง ทูลถามว่า พันคน ทรงมีพระประสงค์จะบวช “ข้าแต่สมมุติเทพ พระองค์ อุทิศแก่เรา พระราชาพระองค์นี้พร้อม ผู้มีปีติในธรรม จะทำอย่างไรต่อไปพระเจ้าข้า” “เมื่อเราได้รู้ว่าพระพุทธ พระ มีใจผ่องใสแล้ว ธรรม พระสงฆ์บังเกิดขึ้นแล้วในโลก ทั้งบริวารจะได้บรรลุพระอรหันต์ พร้อม ด้วยปฏิสัมภิทาญาณสี่ เราจะทำการ ต้อนรับพระองค์” ย่อมอยู่เป็นสุข อุทิศแด่สำนักของพระบรมศาสดา” บัณฑิตย่อมยินดี ในธรรมที่พระอริยเจ้า พระเจ้าข้า” พวกอำมาตย์ทูล ประกาศแล้วทุกเมื่อ ทราบความปรารถนาของพวกอำมาตย์ แล้ว จึงทรงให้พวกอาลักษณ์จารึก เราก็จะไม่หวนกลับไปอีก จะบวช “ข้าแต่สมมุติเทพ พวกข้า เจ้าทรงบาตรและจีวร เสด็จไปต้อนรับ พระองค์ก็จะบวชพร้อมกับพระองค์ ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบโยชน์ด้วยพระองค์เอง เมื่อพระเจ้ามหากัปปินะทรง ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ทรงเปล่งฉัพ พระอักษรลงในแผ่นทอง พระราชทาน แก่พวกพ่อค้า แล้วตรัสว่า “พวกเธอจงนำแผ่นทองนี้ไป ถวายพระราชเทวีพระนามว่า อโนชา แล้วพระราชเทวีจะพระราชทานทรัพย์ จำนวนสามแสนแก่พวกเธอ พวกเธอ จึงกราบทูลพระนางว่า พระราชาทรง พรรณรังสีสวยงาม สว่างไสวไปทั่ว มาถึงแม่น้ำสายหนึ่งแล้ว ได้ตรัสถาม พวกอำมาตย์ว่า “แม่น้ำสายนี้ชื่ออะไร” “ชื่ออารวปัจฉา พระเจ้าข้า” “แม่น้ำนี้กว้างลึกเท่าใด” “ลึก คาวุตหนึ่ง, กว้าง สอง กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๓๗ ๑๐๒ ในวันรุ่งขึ้น พระสัมมาสัมพุทธ พระเจ้ามหากัปปินะด้วยระยะทางไกล ประทับนั่ง ณ ภายใต้โคนต้นนิโครธ บริเวณนั้น เมื่อพระเจ้ามหากัปปินะเสด็จ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More