ความประสงค์ของพระนางศิษยรักษิตา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 4 หน้า 108
หน้าที่ 108 / 125

สรุปเนื้อหา

ระนางตระหนักดีว่าชะตาชีวิต ความประสงค์ของพระนางศิษยรักษิตา ญาณ) ก็เป็นของร้อน ของคนนั้นไม่ว่าเจ้าหรือไพร่ ก็ไม่ทำให้ดวงตาของเราคืนดีอย่างเดิม “ร้อนเพราะอะไร? อะไรมาทำ - ให้ร้อนๆ บัติบ้าง วิบัติบ้าง สลับกันไป ได้เฝ้าพระบิดาผู้ทรงพระคุณอันประ หากความดีช่วยคุ้มครอง ไม่นานนักวิบัติ เสริฐ” ตรัสว่าร้อนเพราะเหตุ ๒ อย่าง คือ เพราะเพลิงกิเลส และเพลิงทุกข์ “เพลิงกิเลสคืออะไร? เพลิงกิเลส ก็ค่อยๆ คลายลง สมบัติก็งอกงามขึ้น แลแล้วทั้งสองพระองค์ก็ทรงดำ แทนที่ ขอแต่ให้ประกอบความดีความ เนินมาตามมรรดาอันนำไปสู่กรุงปาฏลี คือ ราคะบ้าง โทสะบ้าง โมหะบ้าง สุจริต กตัญญูไว้ให้มั่นคงเท่านั้น บุตร ในระหว่างทางได้ขับร้องและดีดพิณ เพลิงทุกข์คืออะไร? คือ ความ “เราจะไปไหนกัน?” บ่ายวันหนึ่ง แลกอาหาร คนทั้งหลายที่มีใจเป็นธร

หัวข้อประเด็น

- ความประสงค์ของพระนางศิษยรักษิตา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ระนางตระหนักดีว่าชะตาชีวิต ความประสงค์ของพระนางศิษยรักษิตา ญาณ) ก็เป็นของร้อน ของคนนั้นไม่ว่าเจ้าหรือไพร่ ก็ไม่ทำให้ดวงตาของเราคืนดีอย่างเดิม “ร้อนเพราะอะไร? อะไรมาทำ - ให้ร้อนๆ บัติบ้าง วิบัติบ้าง สลับกันไป ได้เฝ้าพระบิดาผู้ทรงพระคุณอันประ หากความดีช่วยคุ้มครอง ไม่นานนักวิบัติ เสริฐ” ตรัสว่าร้อนเพราะเหตุ ๒ อย่าง คือ เพราะเพลิงกิเลส และเพลิงทุกข์ “เพลิงกิเลสคืออะไร? เพลิงกิเลส ก็ค่อยๆ คลายลง สมบัติก็งอกงามขึ้น แลแล้วทั้งสองพระองค์ก็ทรงดำ แทนที่ ขอแต่ให้ประกอบความดีความ เนินมาตามมรรดาอันนำไปสู่กรุงปาฏลี คือ ราคะบ้าง โทสะบ้าง โมหะบ้าง สุจริต กตัญญูไว้ให้มั่นคงเท่านั้น บุตร ในระหว่างทางได้ขับร้องและดีดพิณ เพลิงทุกข์คืออะไร? คือ ความ “เราจะไปไหนกัน?” บ่ายวันหนึ่ง แลกอาหาร คนทั้งหลายที่มีใจเป็นธรรม เกิด ความแก่ ความตาย ความโศก เจ้าชายกุณาละตรัสถามพระชายาขณะ เมื่อเห็นคนทั้งสองก็เกิดกรุณาได้ให้ ความคร่ำครวญรำพัน ความทุกข์กาย ประทับ ณ ใต้ร่มไม้ใหญ่ อาหาร, เครื่องนุ่งห่มพอประทังชีพ แต่ก็ ความทุกข์ใจ ความคับแค้นใจ “ไปนครปาฏลีบุตรจะดีหรือไม่?” มีบางคนเหมือนกันที่ด่าว่าให้เจ็บใจว่าเมีย หู และเสียง, จมูกและกลิ่น, ลิ้น พระนางกาญจนมาลาทูลถามความเห็น นั้นมือเท้ายังดี ไฉนจึงไม่คิดทำอะไร และรส, กายและโผฏฐัพพะ, ใจและธัม “เวลานี้เราตกอยู่ในฐานะสิ้นเนื้อ เลี้ยงตัว คิดเอาตัวรอดด้วยการขอทาน มารมณ์ ก็ร้อนอยู่ด้วยเพลิงทั้งสองกองนี้ สัตว์ทั้งหลายถูกลูกศรคือความ คนหมดเนื้อหมดตัวนั้นแม้มารดาบิดาก็ พระนางกาญจนมาลาไม่คุ้นต่อ ทุกข์ทั้งทางกายและทางใจเสียบแทงแล้ว ไม่เต็มใจต้อนรับ เธอมีเหตุผลและ คำด่าว่าทำนองนี้ เมื่อทรงสดับแล้วก็ ดิ้นรนอยู่ในกองเพลิงคือกิเลสอันสะสม ความจำเป็นอย่างไรที่จะไปนครปาฏลี เศร้าโศก เจ็บพระทัยเสมือนนำเข็ม มาเป็นอเนกชาติ ประดาตัว” เจ้าชายตรัส “โบราณท่านว่า ช่างน่าละอาย บุตร?” สักร้อยเล่มมาแทงพระอุระ มุนีพิจารณาดังนี้แล้วย่อมเบื่อ ไม่นานนักทั้งสองได้เสด็จถึง หน่ายในสัมผัสต่างๆ เหมือนโคที่ถูก ถลกหนังแล้วไม่กล้าเสียดสีด้วยเสาหิน เพราะเกรงความเจ็บปวด มุนีนั้นย่อม เห็นโทษของสังสารวัฏ ใครจะพ้นไปเสีย “นั่นหมายถึง มารดาบิดาที่มี ฐานะลำบาก เมื่อบุตรธิดาคนใดออก เมืองปาฏลีบุตร ขออนุญาตคนเฝ้าประ เรือนไปแล้ว หากหมดเนื้อหมดตัวกลับ ดูเพื่อเข้าเฝ้าพระราชบิดา นายทวารจำ มาพึ่งพิงมารดาบิดาอีกก็ดูเป็นภาระหนัก พระองค์ไม่ได้ เห็นเป็นขอทานอันจัก เพราะท่านก็แก่แล้วจะมาให้ท่านเลี้ยง รบกวนพระทัยของพระเจ้าอยู่หัว จึงไม่ จากสังสารวัฏอันเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ อีกก็ดูน่าหนักใจ แต่มารดาบิดาของเรา ยินยอมให้เข้าเฝ้า ได้นำเสด็จไปให้ประ ไม่ได้อยู่ในฐานะลำบาก ท่านมีทรัพย์ ทับที่โรงรถหลวง นานาประการหาประมาณมิได้ บุคคลผู้ได้รับทุกข์ทรมานอยู่ใน มากมาย การจะเลี้ยงลูกที่เสียจักษุ ครั้นรุ่งเช้า เจ้าชายทรงดีดพิณ ชาติทุกข์ ก็เพราะจิตหมกมุ่นด้วยบาป เพียงคนเดียวคงไม่เป็นภาระอะไรกับ และตั้งต้นขับเพลงบรรยายถึงเหตุที่เสีย อกุศล หากปรารถนาสุขในโลกนี้ ก็พึง ท่านมากนัก มุ่งหน้าไปเมืองปาฏลีบุตร พระเนตรและได้ธรรมจักษุ ดังนี้ ละวัตถุอันเป็นที่ตั้งแห่งสัมผัสเสียให้สิ้น กันเถิด อย่างน้อยก็จะได้รู้ความจริงอัน “มุนีผู้อาศัยแสงสว่างอันบริสุทธิ์ คือไม่ยึดมั่นถือมั่นในสัมผัสใด ๆ เมื่อ แน่นอนว่าพระนางศิษยรักษิตามีความ แห่งปัญญา พิจารณาเห็นนัยน์ตาว่า สัมผัสก็สักแต่ว่าได้กระทบเท่านั้น มิให้ ประสงค์อะไรจึงปลอมพระราชสารให้ เป็นของร้อน รูปก็เป็นของร้อน จักษุ ตัณหาอุปาทานเข้าไปจับเกาะในจิตใจ ก็ ควักพระเนตรของพระองค์เสีย” สัมผัส คือความกระทบกันระหว่างจักษุ จะพึงเป็นผู้ปลอดโปร่ง เบาสบายเสมือน “อย่าไปสนใจเรื่องนั้นเลย” เจ้า และรูป ก็เป็นของร้อน ความรู้อารมณ์ บุคคลเคยแบกของหนักแล้วทิ้งของหนัก ชายตรัส “เรื่องมันล่วงไปแล้ว ถึงรู้ เพราะอาศัยจักษุสัมผัสนั้น (จักษุวิญ นั้นเสีย เหมือนบุคคลเคยถูกพันธนาการ กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๓๗ ๑๐๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More