ข้อความต้นฉบับในหน้า
๕๐ เมษายน ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
อุบาสกอำนวยศักดิ์ โตศิริพัฒนา
เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๕ ณ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นบุตรของคุณพ่อเซ่งจั๊ว
แซ่เตีย คุณแม่เลี้ยงอิม แซ่กัง จบการศึกษาเภสัชศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เคยทำงานแผนกยาของบริษัทดีทแฮล์ม จำกัด เป็นเวลา ๓ ปี จนได้เป็นหัวหน้าฝ่ายขาย
ระหว่างทำงานได้เข้ารับการฝึกอบรมธรรมทายาทรุ่นที่ ๒ ปี พ.ศ.๒๕๒๒ ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๒๔
จึงได้เข้ามาเป็นอุบาสกวัดพระธรรมกาย ปัจจุบันทำหน้าที่อุปัฏฐากพระสุธรรมยานเถรและ
ประสานงานทั่วไปของวัดพระธรรมกาย
อุบาสกอำนวยศักดิ์ มีคติธรรมประจำใจว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” และได้ฝากข้อคิดไว้ว่า
“เราต้องหมั่นฝึกฝนตนเอง เพื่อสั่งสมบุญและสร้างบารมี ต้องสร้างกำลังใจให้แก่ตัวเองและ
หมั่นทบทวนเป้าหมายชีวิตของตัวเองอยู่เสมอ และประการสำคัญที่สุดคือ เมื่อมีอาการน้อยใจ
เกิดขึ้น ให้รู้เท่าทันและเตือนตนเองให้ได้”
ส่วนในการทำหน้าที่อุปัฏฐากนั้น หลวงพ่อสอนว่า “ทุกๆ วินาทีเราต้องหักใจ ห้ามใจ
ไม่ให้สิ่งอันเป็นเหตุให้ใจไม่ผ่องใสเข้ามาสู่ใจของเราได้ เราต้องรักษาใจให้เบิกบานอยู่เสมอ
จึงจะทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ที่สุด”
อุบาสกอุดม คำแข็งขวา
เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๑ ณ จังหวัดมุกดาหาร เป็นบุตรของคุณพ่อทอน
คุณแม่อุ่น คำแข็งขวา จบการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์บริหารรัฐกิจ) มหาวิทยา
ลัยรามคำแหง ระหว่างศึกษาอยู่ได้เข้ารับการฝึกอบรมธรรมทายาทรุ่นที่ ๘ ปี พ.ศ. ๒๕๒๓
ด้วยใจที่เลื่อมใสศรัทธาในครูบาอาจารย์และรักที่จะฝึกฝนอบรมตนให้บริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ
ในปีถัดมาจึงได้เข้ามาเป็นอุบาสก ณ วัดพระธรรมกาย
ปัจจุบันทำหน้าที่อุปัฏฐากพระสุธรรมยานเถร และคุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
ด้วยอุปนิสัยที่มีเมตตา กล้าแนะนำตักเตือนเพื่อนสหธรรมิก จึงได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรม
การฝ่ายวินัยของอาศรมอุบาสก
ท่านได้สร้างบารมีด้วยการเป็นอุบาสก ณ วัดพระธรรมกายมาเป็นเวลาถึง ๑๒ ปี ด้วย
คติธรรมประจำใจว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” และได้ฝากข้อคิดใน
การสร้างบารมีไว้ว่า
“การจะฝึกตนให้สร้างบารมีไปให้ตลอดรอดฝั่งนั้น ต้องมีหลักธรรมในการปกครองตน
เองและหมู่คณะ คือ ต้องมีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา รู้จักแบ่งเวลาสำหรับการปฏิบัติธรรม
และทำงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย มีความเคารพ อ่อนน้อมถ่อมตน ว่าง่ายสอนง่าย มี
ความอดทน อดกลั้นต่ออารมณ์ต่างๆ ที่มากระทบใจ หมั่นสำรวจปรับปรุงข้อบกพร่อง
ของตนเองอยู่เสมอ ต้องรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน จะทำให้ใจปลอดโปร่ง โล่งเบา สบาย เมื่อ
ถึงคราวปฏิบัติธรรมใจจะเป็นสมาธิได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระ
คุณนั้น ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของนักปฏิบัติธรรม จะทำให้เป็นผู้ไม่ตกต่ำ มีแต่ความเจริญ
รุ่งเรืองสืบไป”