ข้อความต้นฉบับในหน้า
จริง อยากจะใหญ่ต้องทำกรรมดีมากๆ สะสมเนื้อลูก
โป่งให้มากๆ ใหญ่ขึ้นโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างหนักแน่น
จะไม่โตด้วยลม
ตัวอย่างความสำเร็จจากการทำงานเป็นทีมที่
ดีมากเรื่องหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ตัวของพวกเราในเมือง
ไทยนี่เองคือ ทีมฟุตบอลชาติไทย ชุดปี ที่เรียกกันว่า
ตรีมทีม ถือกันว่าเป็นทีมชาติชุดไร้ดารา ไม่มีใครที่
ถือว่าเป็นนักฟุตบอลชุดใหญ่ เป็นดาราดัง แต่ทุกคน
ร่วมแรงร่วมใจกันฝึกซ้อมอย่างหนัก มีใจมุ่งมั่นเป็น
หนึ่ง สามัคคีกลมเกลียวกัน จนสามารถเอาชนะทีมที่
มีชื่อดังจากต่างประเทศได้อย่างราบคาบ ครองแชมป์
อย่างเป็นประวัติการณ์
การทํางาน
เป็นทีมนั้น
ชนะเลิศได้ ท่ามกลางความชื่นชมของผู้คนทั้งหลาย
ผู้นำของทีม
ตะปูที่โผล่ขึ้นมาแม้เพียงตัวเดียว
คนญี่ปุ่นเขารักคนเก่ง ชื่นชมคนเก่ง แต่ถ้าให้
การชี้แนะ
ก็ทำให้หมู่คณะรวนได้มาก
เลือกระหว่างคนเก่งกับทีม เขาเลือกเอาทีมไว้ก่อน
จริงจังต่อเนื่องต่างหาก
พวกเราทราบหรือไม่ว่า เมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน
คนงานของบริษัทใหญ่ ๆ ในญี่ปุ่นก็เคยเดินขบวนประ
ท้วงกันอย่างหนัก ไม่แพ้ชาติไหนๆ จนบริษัทแทบ
ล้มละลายไปตามๆ กันมาแล้ว ต่อมาผู้บริหารก็ปรึกษา
หารือกันและคิดว่าทางออกที่ดีที่สุดคือ ต้องแบ่งปัน
ผลประโยชน์กันอย่างยุติธรรม ผลกำไรของบริษัท
แต่ละปีจะถูกแบ่งให้กับทุกคนอย่างยุติธรรม ทั้งพนัก
งาน ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ความรู้สึก
รักบริษัทก็เกิดขึ้น ทุกคนรู้สึกว่าบริษัทเป็นของเขา
ต่างก็ทุ่มเททำงานกันเต็มที่เพราะถ้าบริษัทได้กำไรมาก
เขาก็จะได้รับผลประโยชน์มากไปด้วย ความสัมพันธ์
ระหว่างพนักงานกับผู้บริหาร จึงไม่ใช่ศัตรูที่คอยจะ
มีส่วนสำคัญ ต้องเอาเปรียบกันอีกต่อไป แต่กลายเป็นคนในทีม
อย่างมาก ทั้ง เดียวกัน มีผลได้ผลเสียร่วมกัน เพียงแต่แบ่งหน้าที่กัน
ทำตามความถนัดความสามารถของแต่ละคนเท่านั้น
เมื่อบริษัทหนึ่งทำได้ผล บริษัทอื่นก็เอาอย่าง
แต่ไม่ใช่ทิ้งคนเก่งไป เพียงแต่ต้องฝึกคนเก่งให้ การทำตัวเป็น ตามๆ กัน จนเป็นไปทั้งประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่า
กลมกลืนเข้ากับหมู่คณะให้ได้ เพื่อเอาความเก่งออก
มาใช้ให้เป็นประโยชน์ เขาสอนให้ตีตะปูที่โผล่ขึ้นมา
ไม่บอกให้ถอนตะปูทิ้ง แต่ก็ไม่ทะนุถนอม ไม่โอ๋เอาใจ
คนเก่งประเภทข้ามาคนเดียว จนทำให้ทีมรวน
วิธีฝึกให้เกิดการทำงานเป็นทีมนั้น ผู้นำของ
วัฒนธรรมความจงรักภักดีต่อบริษัทของญี่ปุ่นนั้น ถูก
แบบอย่าง สร้างขึ้นอย่างจริงจังเมื่อ ๓๐ ปีมานี่เอง และในอนาคต
ยกย่องผู้ที่ ถ้าเงื่อนไขเหตุปัจจัยเปลี่ยนไป วัฒนธรรมนี้ก็อาจจะ
ทํางานเป็น
เปลี่ยนแปลงไปก็เป็นได้
ขณะเดียวกัน เมื่อมองกลับมาที่คนไทยเราแต่
ทีมมีส่วนสำคัญอย่างมาก ทั้งการชี้แนะ การทำตัวเป็น ทีม ให้ความ ละคนมีความสามารถเฉพาะตัวสูงไม่แพ้ใคร เคยมีผู้
แบบอย่าง ยกย่องผู้ที่ทำงานเป็นทีม ให้ความสำคัญ
กับทีมมากกว่าตัวบุคคล มอบหมายงานเป็นทีม ให้ สำคัญกับทีม
คุณให้โทษเป็นทีม และสิ่งหนึ่งที่อาตมภาพอยากจะ มากกว่าตัว
เน้นในที่นี่คือ ความยุติธรรม
ปัจจุบันภาพลักษณ์ในใจของคนทั่วไปด้าน บุคคล มอบ
ความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับบริษัทญี่ปุ่นคือพนัก หมายงานเป็น
งานรักบริษัท จงรักภักดีกับบริษัท บางคนก็คิดไปว่า
เป็นเพราะวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างนั้น
ทีม ให้คุณ
ประเทศอื่นคงเลียนแบบยาก อาตมภาพอยากให้พวก ให้โทษเป็น
เราได้มองอย่างนี้ว่า วัฒนธรรมของคนชาติใดชาติหนึ่ง
ย่อมมีผลต่อพฤติกรรมของคนชาตินั้นแน่นอนแต่วัฒน
ธรรมก็ไม่ใช่สิ่งคงที่ตายตัว เปลี่ยนแปลงได้ และจริงๆ
ก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ความสำเร็จที่แท้จริงมา
จากการวางแผนอย่างเป็นระบบ และลงมือทำอย่าง
ทีม
เปรียบเอาไว้ว่า ถ้าคนไทยกับคนญี่ปุ่นแข่งกันตัวต่อตัว
คนไทยเราชนะขาด ถ้าสองต่อสองเริ่มสูสี แต่เมื่อไร
เกินสามแล้วละก็ ญี่ปุ่นชนะขาด เพราะคนไทยมัว
แต่ทะเลาะกัน ปัดแข้งปัดขากันเอง
เรามาช่วยกันสร้างนิสัยทำงานเป็นทีมให้เกิด
ขึ้นกับหมู่คณะของเรากันเถิด
“สุขา สงฆ์สุส สามคดี”
ความพร้อมเพรียงของหมู่ ให้เกิดสุข”
(พุทธพจน์)
๔๒ เมษายน ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร