กลิ่นตัวและการเลี้ยงสุนัข วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 4 หน้า 98
หน้าที่ 98 / 125

สรุปเนื้อหา

Leeeee ราคาจึงแพง ถ้าใครพอมีเงินจะแย่งกันซื้อหา เอาไว้ ถ้ามีเงินไม่พอ ก็จะรวมทุนเข้าหุ้นกันซื้อ” “ครูก็ได้แต่รับปาก อ้อ..อ้อ ไปงั้นเอง แล้วแกก็วกมาถามว่า” ให้” “อาจารย์อยากทำหรือ พ่อหลวงจะบอก “ครูยังไม่ทันตอบ พ่อหลวงก็อธิบายวิธี ชำแหละหมา ครูไม่อยากฟัง แต่ก็ต้องทนฟัง คงยิ้มแหยๆ แต่ไม่กล้าสบตาพ่อหลวง เกรงว่า แกจะรู้ว่าเรารู้สึกอย่างไร” “พ่อหลวงอธิบายว่าทำอย่างไรครับ” ชาย หนุ่มนั่งกลางรถถามขึ้น ฉันหันไปมองพวกผู้หญิงเห็นนั่งเงียบ ๆ มาก แล้วยังทาตัวอีก เวลาเดินผ่านเราไปตั้งไกล กลิ่นยังคงเหลืออยู่เลย ยิ่งเวลาขึ้นลิฟต์ด้วยกัน ครูกลั้นลมหายใจแทบแย่” “แล้วที่อาจารย์นั่งติดชาวเขา คุยกับ พ่อหลวงอีก้อ ได้กลิ่นเนื้อสุนัขตามตัวเขาบ้าง มั้ยครับ” “แหม! จมูกครูก็ไม่ได้เสียด้วยซิ แล้วก็ ไม่ได้ดมตัวเขาด้วย” น

หัวข้อประเด็น

- กลิ่นตัวและการเลี้ยงสุนัข

ข้อความต้นฉบับในหน้า

Leeeee ราคาจึงแพง ถ้าใครพอมีเงินจะแย่งกันซื้อหา เอาไว้ ถ้ามีเงินไม่พอ ก็จะรวมทุนเข้าหุ้นกันซื้อ” “ครูก็ได้แต่รับปาก อ้อ..อ้อ ไปงั้นเอง แล้วแกก็วกมาถามว่า” ให้” “อาจารย์อยากทำหรือ พ่อหลวงจะบอก “ครูยังไม่ทันตอบ พ่อหลวงก็อธิบายวิธี ชำแหละหมา ครูไม่อยากฟัง แต่ก็ต้องทนฟัง คงยิ้มแหยๆ แต่ไม่กล้าสบตาพ่อหลวง เกรงว่า แกจะรู้ว่าเรารู้สึกอย่างไร” “พ่อหลวงอธิบายว่าทำอย่างไรครับ” ชาย หนุ่มนั่งกลางรถถามขึ้น ฉันหันไปมองพวกผู้หญิงเห็นนั่งเงียบ ๆ มาก แล้วยังทาตัวอีก เวลาเดินผ่านเราไปตั้งไกล กลิ่นยังคงเหลืออยู่เลย ยิ่งเวลาขึ้นลิฟต์ด้วยกัน ครูกลั้นลมหายใจแทบแย่” “แล้วที่อาจารย์นั่งติดชาวเขา คุยกับ พ่อหลวงอีก้อ ได้กลิ่นเนื้อสุนัขตามตัวเขาบ้าง มั้ยครับ” “แหม! จมูกครูก็ไม่ได้เสียด้วยซิ แล้วก็ ไม่ได้ดมตัวเขาด้วย” น้าน้อยตอบยิ้มๆ เรียก เสียงฮาได้จากนักศึกษาอีกครั้ง “กลิ่นตัวนะมีแน่ ทั้งหญิงและชาย แต่ครูแยกไม่ออกว่ากลิ่นเนื้อ สุนัขติดตัวเขาหรือกลิ่นอะไร ที่ว่ากลิ่นตัวมี ก็อย่างที่ครูบอกแล้วไงว่า พวกอีก้อไม่ค่อยชอบ อาบน้ำ ก็หนาวน่ะ และที่พักก็สูง ไกลน้ำ จะ คิดว่าหลับ เปล่าไม่ได้หลับหรอกจ้ะ แต่เงียบ อาบน้ำทีก็ปืนลงมา อาบเสร็จปีนขึ้นไปอีก เสียงเพราะตั้งใจฟังหรือไม่ก็ไม่ค่อยสบายใจ หลายคนทำหน้าตาไม่ค่อยเสบยเลย น้าน้อยก็ คงสังเกตเห็น เลยบอกว่าอย่าเล่าดีกว่า เดี๋ยว มื้อเย็นไม่อร่อย ฉันเลยอดฟังไปด้วย ฉันเองก็ใจวูบเหมือนกัน เมื่อคิดกับเจ้า กระทิชิพ และเจ้าสุดหล่อของเบญจ์ เคราะห์ดี นะที่มันเกิดในกรุงเทพฯ แล้วก็เป็นหมาขาว หมาด่าง ถ้าเป็นหมาดำอาจมีคนจับไปขายก็ได้ เบญจ์คงไม่ยอมเด็ดขาด แล้วถึงเบญจ์ไม่อยู่ ยายเขียวซึ่งตัวไม่เขียวเลย ก็คงไม่ยอมให้เจ้า ๒ ตัวถูกจับนำไปชำแหละขายเป็นแน่ “อาจารย์ครับ ที่อาจารย์ได้ชิมเขาทำ เป็นอาหารแบบไหนครับ” “ชนิดทอดจะ เข้าใจว่าตากแดดเดียว เพราะไม่เค็มมาก ไม่แข็ง แล้วก็ไม่เหนียวด้วย” “อาจารย์ครับ ผู้ใหญ่เคยบอกผมว่า พวก สกปรกเปื้อนฝุ่น เลยไม่อาบดีกว่า ดีมั้ยกุ้งฝอย” น้าน้อยก้มหน้าลงถามในประโยคสุดท้าย “ไม่ดีค่ะ เหม็นสาบ” ยายตัวเล็กรีบตอบ “พวกอีก้อนานๆ จะอาบน้ำสักที ปีละ ๓-๔ หน อ้างว่ากลัวผีน้ำจ้ะ จะอาบต่อเมื่อ ทนร้อนหรือเหนียวตัวเหนอะเต็มทน หรือเมื่อมี พิธีกรรมใหญ่ๆ สำคัญๆ เท่านั้น” น้าน้อยเว้น จังหวะพูดนิดหนึ่ง จึงต่อ “ส่วนกลิ่นสุนัขติดตัวนั้น ครูว่าคงไม่ใช่ เพราะกินเนื้อสุนัขดำหรอกจ้ะ ก็เพราะเขา บอกแล้วว่าแพง หายาก นานๆ ได้กินที แต่ เป็นเพราะพวกอีก้อชอบเลี้ยงสุนัขอย่างรักใคร่ เหมือนเรา แต่ดูจะรักใคร่มากกว่า เวลานอน จะนอนรวมกับคนในบ้าน เวลากินข้าวก็มักจะ มาเสนอหน้าล้อมวงด้วย พอคนกินอาหารมี เศษเหลือก็โยนให้สุนัขกินไปด้วย อิ่มพร้อมกัน ที่รับประทานเนื้อสุนัข จะมีกลิ่นตัวอย่างสุนัข พอดี ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลย เมื่อเรารับเชิญ เวลาเดินไปไหนผ่านสุนัขๆ จะเห่าหอนกันเกรียว จริงมั้ยครับอาจารย์” “ข้อนี้ครูไม่ทราบนะ แต่ครูก็เคยได้ยิน เขาพูดกันอย่างนั้นนะ อาจเป็นได้เหมือนกัน ที่กินเนื้อสุนัขเป็นประจำแล้วจะมีกลิ่นสุนัขติดตัว เออ...ครูคิดถึงพวกแขกอินเดีย กินนมกินเนย ไปกินข้าวบ้านชาวอีก้อที่เลี้ยงสุนัข ก็มักจะมี สุนัขมาร่วมวงด้วย เสมือนเป็นแขกรับเชิญ เชียวละ เอ้า...เรื่องหมา...หมา...พอแค่นี้ก่อน เรื่องอื่นดีกว่า ใครอยากรู้เรื่องอะไรล่ะ” อ่านต่อฉบับหน้า คุย กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๓๙ ๙๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More