ข้อความต้นฉบับในหน้า
“เนื้อหมูเรอะพ่อหลวง ทำยังไงถึงอร่อย
ถามได้ อยากจะคายแก้วจะตายไป เงยหน้า
จังเลย อยากรู้วิธีทำมั่ง
“ไม่ใช่เนื้อหมูนะ อาจารย์”
สบตาพ่อหลวง เลยยิ้มแหยๆ ให้แก สงสัยว่า
จะเป็นยิ้มที่น่าสงสารที่สุดในชีวิตเลย ตอนนั้น
“งั้นเนื้ออะไรคะ เนื้อวัวเหรอคะ หรือ ต้องแอบหยิกขาตนเองแรงๆ แล้วต้องกล้ำ
เนื้อเก้งเนื้อกวาง” โน้น....ครูคิดไปถึงสัตว์ป่า กลืนสิ่งที่ทำให้รู้สึกขย้อนท้อง ไม่กล้าสบตาพ่อ
ว่าพวกนี้คงยังแอบล่าสัตว์ป่าอยู่บ้างกระมัง หลวงอีก ก็ทั้งเกรงใจและสงสารแกที่อุตส่าห์
พ่อหลวงมองหน้าครู ยิ้มขณะพูดด้วยความภูมิใจ
“เนื้อหมาดำไง ดีนะอาจารย์”
“เนื้อหมาตรคะ” ครูจำได้ว่าได้ร้อง
ละล่ำละลักถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ เนื้อหมา หมาดำนะ ไม่ใช่หมา
ธรรมดาที่เราเลี้ยงกัน แพงนะ หายากด้วย”
“พวกเธอคงนึกภาพครูออกนะ ครูคง
อ้าปากค้าง ทำตาเหลือก แต่ที่แน่ๆ ก็คือมือที่
หยิบชิ้นเนื้อหมาที่จะใส่ปากค้าง ก็ตกใจน่ะ ก็
ครูเพิ่งรู้ตัวว่ากินเนื้อหมา”
นักศึกษาหัวเราะกันครื้นเครงเชียวละ
เบญจ์จำ ตัวน้าน้อยก็หัวเราะชวนให้น้าแหม่ม
และน้าวันทนีก็พลอยหัวเราะไปด้วย พี่นิภาทำ
เป็นสัมภาษณ์หลังจากหัวเราะงอหาย
“ทันทีที่ทราบ รู้สึกเป็นอย่างไรบ้างคะ”
สละของดีราคาแพงมาก หายากสำหรับพวก
เขามาเลี้ยงดูเราซึ่งเป็นแขกสำคัญสำหรับเขา
ครูค่อยๆ วางเนื้อหมาในมือและในจานครูที่
พ่อหลวงหยิบเพิ่มให้ ลงในจานภรรยาและลูก
สาวที่นั่งขนาบครู ทำเป็นใจดียกให้ แต่ที่แท้
ก็อย่างว่า พ่อหลวงเห็นครูทำเช่นนั้นก็พูดว่า”
“อ้าว... ทำไมอาจารย์ไม่กินเยอะๆ
กินแล้วแข็งแรงนะ”
ล่ะ
“ของแพง ของหายาก แบ่ง ๆ กันดีกว่า”
น้าน้อยเล่าไปหัวเราะไป คงขำคำตอบตัวเอง
ภรรยาและลูกสาวมองครูอย่างขอบใจ
ตัวครูเองรีบดื่มน้ำอักๆ ลงไปให้หมดๆ เหมือน
จะช่วยกระทั่งสิ่งที่จะออกให้ลงกระเพาะให้หมด
หูก็ยังแว่วเสียงพ่อหลวงเล่าต่อว่า
“หมาดำนี่ไม่ได้เลี้ยงเองนะ มีคนนำขึ้น
“ก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาทันทีซิจ๊ะ โธ่! มาขายตามหมู่บ้าน นาน ๆ มาที แล้วก็มีน้อย
๔๘ เมษายน ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
eeeeee
(เผ่าอีก้อ) พอโตหน่อย หนูก็ช่วยแม่เลี้ยงน้องค่ะ