ข้อความต้นฉบับในหน้า
(หน้า ๒๒) พระพุทธรูปสลัก บูโรบูโดไว้ในแผ่นดิน ชาวอินโดนีเซียปัจจุบันจะไม่รู้เลยว่า
จากหินสูง ๔๔ ฟุต เจาะเป็น
โพรงดุจถ้ำที่เมืองหยุนกัง ตอน
เหนือของจีน
(ซ้าย) หุบเขาทางใต้ของเทือก
เขาฮินดูกูช พระพุทธรูปยืน
สูง ๕๔ เมตร (๑๗๗ ฟุต)
สลักจากหิน เป็นหลักฐาน
ว่าพระพุทธศาสนาเคยรุ่งเรือง
ในเอเชียกลาง
ครั้งหนึ่งในอดีตบรรพบุรุษของเขาเองเป็นชาวพุทธ แต่เนื่อง
จากปู่ย่าตาทวดได้สร้างสิ่งนี้เอาไว้ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้ชาว
อินโดนีเซียจึงตื่นตัวกลับมาช่วยกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนาใน
ประเทศของเขาอีกครั้งหนึ่ง
ตรงกันข้าม ในประเทศมาเลเซีย เพื่อนบ้านใกล้ชิด
ของเรา ซึ่งแต่เดิมก็เป็นเมืองพุทธเช่นเดียวกับเรา หลักฐาน
ทางประวัติศาสตร์บ่งชัดว่า แต่เดิมประเทศมาเลเซียนับถือ
(ล่าง) ซากที่คงเหลืออยู่ของ พระพุทธศาสนาเช่นเดียวกับประเทศไทย แต่ถูกภัยทาง
มหาวิทยาลัยนาลันทา
และ
ศาสนาคุกคาม เขาก็เลยกลายเป็นประเทศอิสลามไป
เนื่องจากชาวพุทธในมาเลเซียไม่ได้สร้างสถานที่สำคัญๆ เอา
ไว้เหมือนกับประเทศจีนหรืออินโดนีเซีย เพราะฉะนั้นจน
บัดนี้แล้ว การรวมกันเพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในมาเลเซีย
จึงยังไม่สามารถทำได้ดีเท่าในสองประเทศที่กล่าวมา
นี่คือภาพรวม ๆ ของพระพุทธศาสนาในอดีต ซึ่งสะ
และ
นีเซียเคยเป็นประเทศนับถือพระพุทธศาสนา แต่แพ้ภัยการ
เมือง แพ้ภัยสงคราม เนื่องจากชาวอิสลามจากอินเดียได้บุก
เข้าไปในประเทศอินโดนีเซีย เข้าไปทำลายพระพุทธศาสนา ท้อนให้เราเห็นว่า การสร้างปูชนียสถานในพระพุทธศาสนา
ที่นั่น รวมทั้งบูโรบูโด หรือบรมพุทโธก็ถูกทำลายเสียหายไป ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ใหญ่ๆ วัดใหญ่ๆ หรือพระพุทธรูปใหญ่ๆ
เหมือนกัน แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เนื่องจากเป็นพระเจดีย์ สิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ใหญ่ ใหญ่กว่าพระปฐมเจดีย์ที่จังหวัดนครปฐมหลายสิบเท่า การฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในอนาคตทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้นแม้จะถูกทำลาย แต่ก็ยังมีพระพุทธรูปเหลืออยู่ คราวนี้ถ้าเราจะถามต่อไปว่า เมื่อรุ่นปู่ย่าตาทวดของ
อีกจำนวนมาก ภาพสลักพุทธประวัติรอบพระเจดีย์ ยังมีอีก คนจีนที่สร้างพระพุทธรูปหน้าตักเกือบร้อยเมตร หรือประ
มาก ทำให้เห็นร่องรอยของความเจริญทางพระพุทธศาสนา เทศอินโดนีเซียที่เขาสร้างพระเจดีย์บรมพุทโธ รวมจนกระทั่ง
ในอินโดนีเซียยุคสมัยนั้นได้อย่างชัดเจน นี้คือความน่าอัศ- ในประเทศอินเดีย เขาสร้างมหาวิทยาลัยนาลันทา ซึ่งมี
จรรย์ของการสร้างพระเจดีย์ใหญ่ๆ ไว้ในอดีต
ปัจจุบันได้มีการบูรณะพระเจดีย์องค์นี้กลับขึ้นมาใหม่
อีกครั้งหนึ่ง ด้วยความร่วมมือของหลายๆ ฝ่าย และสิ่งที่
น่าอัศจรรย์ใจก็คือ อินโดนีเซียในปัจจุบันกลายเป็นเมืองอิส
ลามไปเรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้ชาวพุทธได้เริ่มรวมตัวกัน
ใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยถือเอาพระเจดีย์บูโรบูโดนี้เป็นศูนย์กลาง
เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระภิกษุทั่วประเทศ รวมทั้งพุทธ
ศาสนิกชนในอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จะเดินทางหลั่ง
ไหลกันมาที่พระเจดีย์บูโรบูโดนี้ เพื่อร่วมกันประกอบพิธี
บูชาพระรัตนตรัย บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อม ๆ กัน
จึงถือได้ว่าพระเจดีย์บูโรบูโดนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ชาวพุทธ
ในอินโดนีเซียมารวมตัวกันใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง
เพื่อสร้าง
ความเป็นปึกแผ่นให้แก่พระพุทธศาสนาในประเทศอินโดนีเซีย
นี่ถ้าในสมัยปู่ย่าตาทวดเขาไม่มีวิริยะอุตสาหะสร้างพระเจดีย์
พฤษภาคม ๒๕๓๘
ba
กัลยาณมิตร