ข้อความต้นฉบับในหน้า
จ๋าได้ไม่นาน
มีรายละเอียดปลีกย่อยต่ออีกเล็กน้อยคือ บุคคล
กลุ่มวาตะ ค่อนข้างจะหาเงินได้ง่าย แต่ก็จ่ายคล่อง
จึงมีฐานะจนอยู่เรื่อย
คุณคำนวณคะแนนจากตารางในวารสารกัลยา
ณมิตรฉบับเดือนเมษายนที่ผ่านมา คุณอาจมี ๒
ลักษณะเด่น ลักษณะหนึ่งอาจเป็นวาตะ แต่ว่าลักษณะ
ไม่เหมือนที่แจงไว้ในฉบับนี้ คงไม่ต้องสงสัยมากหรอก
ครับ เพราะว่าลักษณะที่สอง (ซึ่งอาจเป็นปิตตะ, วาตะ
หรือกผะ) ที่มีในตัวคุณอีกลักษณะหนึ่ง ทำให้ลักษณะ
วาตะไม่เด่นชัดเหมือนในตำรา อย่างไรก็ตาม คุณ
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับตัวเองได้ครับ
วาตะคือลมชีวภาพโดยทั่วไปหมายถึงการเคลื่อน
อะไรที่เคลื่อนหรือไหลได้ในร่างกายก็คือวาตะทั้งหมด
จึงมีลักษณะคล้ายๆ ลมที่อยู่ในร่างกายซึ่งไม่เหมือน
ลมนอกร่างกาย วาตะในร่างกายนั้นมีคุณลักษณะ เป็น
พลังที่ละเอียด ที่ควบคุมระบบชีวภาพของคน ซึ่งตรง
กับการเผาผลาญพลังงานของร่างกายนั่นเอง
อาจเปรียบคนเราเหมือนลูกโป่งที่มีลมอัดไว้อยู่
ข้างในด้วยพลังลม จึงผลักดันชีวิตให้ลอยสูงสู่เป้าหมาย
ที่ใจอยากไขว่คว้า คราใดเมื่อลมลดน้อยลงอาจเพราะ
อากาศซึมผ่านผนังลูกโป่งออกไป ทำให้ลูกโป่งเล็กลง
แต่ก็พยุงตัวลอยอยู่ได้ ในทางตรงข้าม หากเราเติมลม
เพิ่มเข้าไปในลูกโป่งมากจนเกินไป สุดท้ายลูกโป่งคง
แตกและร่วงลงสู่ดิน
สุขภาพคนเราเช่นเดียวกัน ในทางอายุรเวท
คำนึงถึงภาวะการเพิ่มหรือซ้ำเติมของวาตะมากกว่าการ
ขาด
เพราะเป็นสาเหตุของความไม่สบายเจ็บป่วย
ธรรมชาติได้สร้างบุคคลกลุ่มวาตะให้มีลักษณะบอบบาง
จึงเจ็บป่วยได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น และมีอาการมากกว่า
กลุ่มปิตตะเป็น ๒ เท่า และปิตตะก็มีอาการมากกว่า
กลุ่มกระเป็น ๒ เท่าเช่นกัน
ดังนั้น หากคุณมีลักษณะวาตะเด่น คุณคงเริ่ม
จะเข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมคุณถึงไม่สบายบ่อย ตาม
ธรรมดาคุณมีความร่าเริงปรับตัวได้ง่าย และกระตือรือร้น
หากยังคงคุณสมบัตินี้อยู่ ก็เป็นการบ่งบอกว่า ยังรักษา
สมรรถภาพของการทำให้เกิดสมดุลได้ แต่ถ้าคุณรู้สึก
ไม่สบาย เพราะมีการเสียสมดุลของวาตะ มาดูสาเหตุ
กันดีกว่าครับว่า เกิดจากอะไรได้บ้าง
กัลยาณมิตร
สาเหตุจากร่างกายและจิตใจ
พฤษภาคม ๒๕๓๘
๔๗