ข้อความต้นฉบับในหน้า
เวลา ๗ โมงเช้าของวันที่ ๑๔ เมษายน พระถวิล กาญจน
สงคราม ซึ่งจำพรรษาอยู่ ณ วัดดุสิตาราม ได้นำความเข้า
แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีบางยี่ขันว่า เมื่อตี 2 ของวัน
นั้น ท่านได้เข้าไปดูความเรียบร้อยในพระอุโบสถ
เนื่องจากจะมีชาวบ้านมาทำบุญในวันสงกรานต์
ที่
๑๔
เมื่อไปถึง ปรากฏว่าประตูพระอุโบสถถูกคนร้ายงัด
จนเปิดออก แล้วคนร้ายก็ขโมยภาพเขียนชาดก ที่ติดอยู่
ตามฝาผนังโบสถ์ไปเป็นจํานวน ๕ ภาพ ราคากาหละ
๕,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท จึงมาแจ้งความ
เพื่อขอให้ตำรวจสืบหาตัวคนร้ายรายนี้
ข่าวมีสั้นๆ เพียงแค่นี้ แล้วเรื่องขโมยภาพชาดก ก็
จางหายไปโดยเร็วเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง ตามที่ผู้เขียนเคย
ไปชมและถ่ายภาพในโบสถ์ไว้เล็กน้อยเมื่อ ๒๐ ปีก่อน เห็น
ได้ว่าภาพที่ติดตามฝาผนังนั้นหมายถึง ภาพเขียนเรื่อง
สมุทรโฆษ (มาจากปัญญาสชาดก) ที่วาดอย่างวิจิตรใน
ราวสมัย ร.๓ แล้วใส่กรอบไม้แกะสลักประดิษฐานไว้เหนือ
หน้าต่างโดยรอบ หน้าต่างละชุด ชุดละ ๓ กรอบ โดย
กรอบใหญ่ที่สุดจะอยู่ตรงกลาง ภาพดังกล่าวนี้นายธนิต
อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เคยให้ถ่ายมาตีพิมพ์ประ
กอบในหนังสือ “สมุทรโฆษคำฉันท์” ฉบับชำระใหม่ พ.ศ.
๒๕๐๓ แต่นำมาลงไม่ครบ และไม่ได้ให้รายละเอียดเรื่อง
กรอบ หรือคำบรรยายแต่ละรูปอย่างฉบับที่สำนักพิมพ์ไทย
วัฒนาพานิช ภายหลัง
ที่พระถวิลราคาภาพว่า ภาพละ ๕,๐๐๐ บาทนั้น
คงที่ไปโดยหยาบๆ พอให้พิมพ์ในสำนวนตำรวจได้ เพราะ
ถ้าว่าตามที่ถูกที่ควรแล้ว ภาพเหล่านี้ย่อมประมาณค่ามิได้
เลย
๓ พฤษภาคม ๒๕๑๙ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐและหนัง
สือพิมพ์ พร้อมทั้งนิตยสารอื่นๆ ลงข่าวโจรกรรมศาสน
ศิลป์ วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หรือ “วัดราชโอรส
บางขุนเทียน” ค่อนข้างใหญ่โต ไม่เงียบและเล็กอย่างกรณี
วัดดุสิตาราม
ตุ๊กตาจีนขนาดใหญ่กว่าคนจริงเล็กน้อย
ทําด้วย
กระเบื้องเคลือบสวยงาม ปกติยืนเฝ้าหน้าประตูทางเข้า
พระอุโบสถวัดราชโอรสฯ อย่างเข้มแข็งมานานกว่าร้อยปี
11
ถูกคนร้ายตัดเอาแต่เฉพาะส่วนหัวไปถึง ตัว นอกจาก
นั้นยังยกเอารูปตาแป๊ะที่แกะสลักด้วยหิน ประดิษฐานอยู่
บนแท่นที่ประทับในรัชกาลที่ ๓ ใต้ต้นพิกุล (ต่อมาตามคืน
ได้ ดังรูปในไทยรัฐ ฉบับ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๑๙) กับตัด
หัวตุ๊กตาจีนขนาดเล็ก แจกันจีนและเครื่องประดับหลังคา
พระวิหารไปด้วยอีกมาก
ข่าวมารศาสนาปล้นวัดราชโอรสฯยังไม่ทันหมดกลิ่น
หมึก เพียง ๓-๔ วันต่อมา หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวขโมยของ
วัดอีก นั่นคือกรณีพระอารามหลวงฝั่งธนบุรี นาม วัดอนง
คาราม
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ลง
ย้อนเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 6 เมษายน โจรวัยรุ่นจำนวน
๔-๕ คนได้บุกเข้าไปขโมยตัดหัวตุ๊กตาจีน รูปเขียน รูปสิง
โตหิน และพระพุทธรูปไปเป็นจำนวนมาก
การกระทำต่อวัดอนงคารามนี้ทำอย่างอุกอาจเกือบ
ทุกคืนระหว่างที่ ๑ ถึงที่ ๒ พระภิกษุในวัดเปิดเผยว่า
ขนาดในวัดมีงานศพ ผู้คนพลุกพล่าน แก๊งมารศาสนายัง
ไม่เกรงกลัว บุกเข้าไปตัดวัตถุโบราณอย่างหน้าตาเฉย
เพราะพวกนี้มีปืน และมีดพกติดตัว เมื่อตัดได้แล้วก็เอา
ของยัดใส่กระสอบ แบกขึ้นรถบรรทุกเล็กที่จอดรออยู่หลบ
หนีไปต่อหน้าต่อตา
พระวัดอนงคารามยังกล่าวต่อไปว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง
สัปเหร่อของวัดเห็นเหตุการณ์จึงวิ่งไล่จับ คนร้ายทิ้งกระสอบ
ที่มีหัวตุ๊กตาหินไว้ แล้วรีบวิ่งหนีขึ้นรถไปได้หวุดหวิด เจ้า
อาวาสต้องให้มรรคทายกไปแจ้งความที่ สน.บุปผาราม พอ
สารวัตรใหญ่ส่งตำรวจไปเฝ้าสกัดจับ แก๊งวายร้ายก็ซ่อนตัว
เงียบ ไม่มารบกวนเลย แต่ครั้นพอตำรวจถอนตัวกลับไป
โรงพักเท่านั้น ตกกลางคืนคนร้ายก็บุกเข้าไปตัดหัวตุ๊กตา
หิน และขโมยพระพุทธรูปในวัดอีก นับเป็นเรื่องที่น่าเศร้า
สังเวชมาก
พฤษภาคม ๒๕๖๑๘
กัลยาณมิตร