ข้อความต้นฉบับในหน้า
ห้ามซักเสื้อผ้า ห้ามสระผม ห้ามหวีผม”
“เขาเชื่อว่าสิ่งสกปรกบนเสื้อผ้าและที่ผม
จะลงไปในอาหารที่เช่นผู้ตาย”
“เอ...ถ้าเช่นนั้น เขาก็สนใจเรื่องความ
สะอาดเกี่ยวกับอาหารไม่น้อยเหมือนกันนะ
ลักขณ์” พี่นิภาหันมาพูดกับฉัน
“นั่นซิ แต่ชนิดไม่ซักเสื้อผ้า ไม่สระผม
ห้ามเล็กน้อย คือ ยังแต่งงานทันทีไม่ได้นะคะ
ต้องคอยให้พ้นระยะไว้ทุกข์เสียก่อน เพราะเขา
เชื่อว่าถ้ารีบแต่งงานจะทำให้ผู้ตายมีความกังวล
ในสามีหรือภรรยาของตน”
“สงสัยผู้ตายยังตัดใจไม่ได้กระมังครับ”
เสียงสอดแทรกลอยมาจากท้ายรถ
“ครูว่าผู้ตายก็ตายไปแล้ว ไม่รับรู้เรื่องใด
นานๆ นี่ มันขัดกับหลักรักษาสุขภาพอนามัย แล้ว คงไม่เกี่ยวกับการตัดใจกับกังวลใจหรอก
อยู่นะ พี่ลักษณ์คิดว่ายิ่งเสื้อผ้าใส่แล้วไม่ชัก ค่ะ แต่ครูคิดว่าการที่เขากำหนดเช่นนั้นจน
ผมที่หมักหมมหลายวันมันยิ่งสกปรก เวลาทำ กลายเป็นความเชื่อ กลายเป็นประเพณี คงเป็น
อาหาร ฝุ่นละอองจากเสื้อผ้า จากผมนั่นแหละ อุบายให้พ่อหม้ายแม่หม้ายรู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่
น่าจะลงไปเต้นระบำอยู่ในอาหารที่ปรุงเพื่อไหว้ รีบมีคู่ครองใหม่ในขณะที่คู่ชีวิตเพิ่งตาย ญาติ
ผู้ตายมากกว่านะพี่ แต่อย่างว่าแหละมันเป็น ผู้ตายยังทุกข์ ดูจะไม่สมควรใช่มั้ยคะ ควรให้
คติความเชื่อของเขา บางทีมันก็ขัดๆ กับความ
รู้สึกนึกคิดของเรา บางทีมันก็ขัดกับทฤษฎีที่
เราเคยเรียนนะลักขณ์”
ฉันก็เห็นจริงกับพี่นิภาในข้อนี้ แต่ยังไม่
ทันได้เสริมความ ก็พอดีได้ยินเสียงนักศึกษา
หญิงคนหนึ่งถามน้าน้อย จึงหันไปสะกิด
“อาจารย์คะ ถ้าสามีตาย เอ้อ...หญิง
หม้ายจะมีโอกาสแต่งงานใหม่ได้อีกมั้ยคะ”
“อ๋อ ได้ซิคะ ได้แน่นอน ความจริงนั้น
ไม่ว่าสามีหรือภรรยาตาย แม่หม้าย พ่อหม้าย
ก็มีสิทธิ์แต่งงานใหม่ได้อีกค่ะ แต่ก็มีข้อแม้ข้อ
งานศพเสร็จเรียบร้อยก่อน หรือไม่ก็เป็นอุบาย
แนะให้พ่อหม้าย แม่หม้ายให้เกียรติแก่ผู้ตาย
ซึ่งเป็นอดีตคู่ชีวิตของตนเป็นครั้งสุดท้ายสักระยะ
หนึ่ง พอไม่ให้ใครตำหนิได้ว่ารีบแต่งใหม่มาก
กว่า
อนึ่งการแต่งงานใหม่นั้นเป็นเรื่องที่รอ
ก่อนได้ แล้วช่วงระยะเวลาไว้ทุกข์นั้นตั้งแต่วัน
ตายเป็นต้นมาก็ไม่เกิน ๒๐ วัน ครูว่าพ่อหม้าย
แม่หม้ายที่คิดจะแต่งงานใหม่ คงอดใจรอคอย
ได้หรอกค่ะ”
B
“นั่นซีครับ มันไม่นานเกินคอยเลย แค่
สัปดาห์เท่านั้น” เสียงไกด์หนุ่มเสริม แล้ว
กัลยาณมิตร
๗๘
พฤษภาคม ๒๕๓๘