ข้อความต้นฉบับในหน้า
ด้วยการท่องป่าเพียงลำพัง ครานี้
ข้าพเจ้าได้พบสิ่งที่ไม่เคยคาดว่าจะ
ได้พบ ได้รู้ในสิ่งที่มนุษย์ควรจะได้รู้
ข้าฯเดินออกจากเพนียดใหญ่ จากคุ้นเคยเป็นหินชา จนยอมรับ
โต ซึ่งก็คือ ที่คุมขังดีๆนี่เอง แต่ ข้าพเจ้าเองก็คงกำลังถูกพันธนาการ
ยาม “หลงผิด” ข้าฯคิดว่ามันคือ โดยไม่รู้ตัว บ่อยครั้งที่รู้สึกว่าทุกข์
อาณาจักรของข้าฯ มนุษย์เกาะติด แต่ก็ยอมรับความทุกข์นั้นไว้กับตัว หากแต่มีความน่าใจหายอยู่ความ
มาบนหัวของข้าฯเช่นเคย แม่เคย ด้วยดี เพราะคิดว่ามันคือธรรมชาติ
บอกว่ามนุษย์จะช่วยชี้ทางเดินให้แก่ ปกติของชีวิต “ใคร” กันเสี้ยม
พวกเรา ถ้าเราเดินตามทางเขาบอก สอนให้ข้าพเจ้ายอมรับเช่นนี้ ข้าพเจ้า
เราจะปลอดภัย อนิจจา....ข้าฯไม่รู้ เป็นบ่าวเป็นทาสของ “ใคร” เกือบ
สักนิดว่าถูกมนุษย์หลอกใช้ มนุษย์ ชั่วชีวิตที่ผ่านมา ข้าพเจ้าสูญเปล่า
เสี้ยมสอนให้เราเข้าใจผิดคิดว่า การ ไปกับสิ่งจอมปลอม
ได้รับใช้มนุษย์ คือศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่
ของช้าง...
(ความรู้สึกขณะนั้นของข้าพเจ้า
หาต่างจากเจ้าช้างไม่ ข้าพเจ้าเองก็
เผลอคิดว่า การสืบเผ่าพันธุ์ สร้าง
เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความมั่งมี อย่าง
ที่บรรพบุรุษทำตามๆกันมา คือ
หน้าที่ของการเกิดมาเป็นมนุษย์)
ครัน ที่ความรู้นั้นมันมาพร้อมกับ
ความสิ้นหวัง จึงมีความเสียดาย
เจือปน.....เสียดายที่ชีวิตของข้าพเจ้า
คงไม่ยืนยาวถึงวันนั้น)
....ภายในบัญชาการของ
ป่าวร้องหา
ความสุข แต่ก็สนุกบนกองทุกข์
เกิดซ้ำ ๆ ซาก ๆ ข้าพเจ้าคงอยู่ใน
ครอบงำของ “ใคร” แน่นอน)
...วันหนึ่ง ข้าฯทำงานลาก
มนุษย์ ข้าฯส่งสัญญาณการปฏิวัติ
ครั้งนี้สู่พวกพ้อง....เราจะต้องปลด
แอกตัวเอง แสดงศักยภาพของเรา
ให้ปรากฏแล้วกลับสู่ป่าซึ่งเป็น “ผัง
เดิม” ของพวกข้าฯ ข้างต้องอยู่ป่า
ซึ่งต้นยักษ์อยู่ในป่าใหญ่ตามบงการ
ของมนุษย์ ข้าฯสงสัยตะหงิดๆ
ทำไมซุงต้นใหญ่มหึมา ข้าฯจึงลาก
ได้สบายไม่เหนื่อยแรง แต่กับเสา
ไม่ใช่ขี้ข้ามนุษย์... อนิจจา...ข้าฯถูก
ว่า
เย้ยเยาะ คือรางวัลแห่งการค้นพบ
แต่ข้าฯก็ไม่ท้อ จนมีวันที่ข้าฯได้พา
พรรคพวกจำนวนหนึ่งแหวกวงล้อม
ข้าฯเรียนรู้ที่จะอยู่ในบัญชา ต้นน้อยที่ล่ามข้าฯไว้ ข้าฯกลับพ่าย
การของมนุษย์มาตั้งแต่เล็ก ข้าฯ มันเสียดื้อๆ ความเชื่อผิด ๆ กระมัง
ถูกล่ามด้วยโซ่ยึดกับเสาต้นเล็กๆไว้ ที่ทำให้ข้าฯ “ลืม” ที่จะเปล่งแสน
โดยปล่อยปลายโซ่ให้ยาวพอให้ข้าฯ ยานุภาพอย่างเต็มที่ อา.....ข้าฯได้
ยินเสียงร้องก้องป่า เสียงนั้นอีก
ก้องกัมปนาทจนอยากจะโลดแล่น
ตามไปในทันที มันคือเสียงของ
ได้เรียนรู้ว่า ไม่มีสิทธิ์ที่จะออกนอก
กรอบที่มนุษย์ขีดให้ได้ ซ้ำร้ายยัง
ต้องเดินกลับมาที่เสาหลักอีก เพราะ
มนุษย์จะให้อาหารข้าฯที่นั่น จึงเป็น ช้างเช่นข้าฯ แต่ร่าเริงและอิสระ มัน
การยอมรับโดยดุษณี ความเคย ร่ำร้องและจุดประกายให้ข้าฯได้ปลด
ทำให้คุ้น ความคุ้นทำให้ชิน และ ตัวเองจากแอกที่มนุษย์คาดไว้ให้......
ชาเฉยจนคลายความรู้สึกว่าถูกพัน
ธนาการไป ข้าฯลืมและตายใจอยู่
กับการประคบประหงมของมนุษย์ ให้แก่ตนเองบ้าง มันหนักอึ้งจนไม่
อยากทนอีกต่อไป แต่ก็ไม่รู้จะทำ
มานาน
(ข้าพเจ้าครุ่นคิดจนเกิดความ
เบื่อหน่าย และอยากจะปลดแอก
การตามล่าของมนุษย์ออกมา ข้าฯ
ได้อิสระแต่ยังมีเพื่อนอีกมากนัก
ที่ยังไม่พ้น “บ่วงของมนุษย์” น่า
สงสารและเวทนา เพราะพ้นจาก
ข้าฯแล้ว อีกนานเท่าไรที่จะมีผู้กล้า
ปฏิวัติมนุษย์เช่นข้าฯอีก!!!
# * *
(ข้าพเจ้าบุกป่าฝ่าดงเข้าไป
ลึกเข้าไปทุกที ทุกที ลึกจนลับหาย
ข้าพเจ้าไม่ใช้คำว่า “หลง” เพราะ
การณ์ครั้งนั้น จะว่าไปแล้วมันทำให้
ข้าพเจ้า “เลิกหลง” มากกว่า
ณ แนวไม้ที่แทบทึบ หาก
(ข้าพเจ้าสะดุ้งอยู่หลายเชือก... อย่างไรดี ข้าพเจ้าหาวิเวกให้ตนเอง เมื่อก้าวล่วงเข้าไปกลับโปร่งใจ ข้าพ
กัลยาณมิตร
พฤษภาคม ๒๕๓๘