นิทานพระโพธิสัตว์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 5 หน้า 92
หน้าที่ 92 / 128

สรุปเนื้อหา

ทราบลองมาฟังนิทานที่ป้าน้อยจะเล่าให้ฟังต่อไป เข้าสู่พระนครแล้ว ก็มานั่งที่แผ่นศิลา เห็นใบไม้สี เหลืองของต้นสาละหลุดร่วงจากขั้วปลิวตกมาตรง นี้นะคะ ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ประสูติจากพระ หน้า จึงคิดว่าใบไม้นั้นหล่นลงฉันใด แม้สรีระ ครรภ์อัครมเหสี แห่งกษัตริย์กรุงราชคฤห์ พระ ของเราก็จะถึงความชราไปฉันนั้น จึงเปล่งอุทาน ชนกชนนีได้พระราชทานพระนามพระโอรสว่า ขึ้นว่า “บัดนี้ภพใหม่ของเราต้องไม่มี” แล้วถือเพศ อรินทมกุมาร ในวันนั้นเองภรรยาของท่านปุโรหิต บรรพชิตไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่เขานันทมูลกะ ก็ได้คลอดเหมือนกัน มารดาบิดาได้ตั้งชื่อบุตรว่า ๔๐ ปีผ่านไปพระมหาสัตว์ทรงระลึกตลอด โสณกกุมาร พระราชกุมารและกุมารทั้งสองเติบโต เวลาว่า โสณกสหายของเราไปไหนหนอ ไม่เคยได้ ด้วยความรักใคร่กลมเกลียวกัน ได้ไปศึกษาศิลปะ ข่าวเลย

หัวข้อประเด็น

- นิทานพระโพธิสัตว์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ทราบลองมาฟังนิทานที่ป้าน้อยจะเล่าให้ฟังต่อไป เข้าสู่พระนครแล้ว ก็มานั่งที่แผ่นศิลา เห็นใบไม้สี เหลืองของต้นสาละหลุดร่วงจากขั้วปลิวตกมาตรง นี้นะคะ ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ประสูติจากพระ หน้า จึงคิดว่าใบไม้นั้นหล่นลงฉันใด แม้สรีระ ครรภ์อัครมเหสี แห่งกษัตริย์กรุงราชคฤห์ พระ ของเราก็จะถึงความชราไปฉันนั้น จึงเปล่งอุทาน ชนกชนนีได้พระราชทานพระนามพระโอรสว่า ขึ้นว่า “บัดนี้ภพใหม่ของเราต้องไม่มี” แล้วถือเพศ อรินทมกุมาร ในวันนั้นเองภรรยาของท่านปุโรหิต บรรพชิตไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่เขานันทมูลกะ ก็ได้คลอดเหมือนกัน มารดาบิดาได้ตั้งชื่อบุตรว่า ๔๐ ปีผ่านไปพระมหาสัตว์ทรงระลึกตลอด โสณกกุมาร พระราชกุมารและกุมารทั้งสองเติบโต เวลาว่า โสณกสหายของเราไปไหนหนอ ไม่เคยได้ ด้วยความรักใคร่กลมเกลียวกัน ได้ไปศึกษาศิลปะ ข่าวเลย จึงทรงกล่าวว่า “ผู้ใดทราบข่าวว่าโสณก ศาสตร์ที่เมืองตักศิลา หลังจากจบการศึกษาแล้ว กุมารอยู่สำนักใด เราจักให้ทรัพย์ร้อยหนึ่งแก่ผู้นั้น จึงเที่ยวจาริกไปยังประเทศต่างๆ จนถึงเมืองพา ผู้ใดเห็นด้วยตัวเองแล้วบอกแก่เรา เราจักให้ทรัพย์ ราณสี ในวันนั้นประชาชนพวกหนึ่งพากันจัดทำ พันหนึ่งแก่ผู้นั้น” สถานที่สวดมนต์ของพราหมณ์ เมื่อเห็นกุมารทั้ง หญิงนักฟ้อนนางหนึ่งจำคำนั้น จึงนำไป สองเดินมาจึงเชิญให้เข้าไปในเรือน ให้นั่งลงบน ร้องเป็นเพลง แล้วร้องต่อ ๆ กันมาจนถึงนางสนม อาสนะที่เตรียมไว้ กุมารทั้งสองคนกระทำภารกิจ เพราะคิดว่าเป็นเพลงที่พระราชาโปรดปราน เวลา เสร็จแล้ว ก็พากันไปยังอุทยาน วันนั้นเป็นวันที่ ได้ล่วงเลย พระราชาได้มีพระโอรสและพระธิดา พระเจ้ากรุงพาราณสีสวรรคตได้ ๗ วัน ราชตระกูล เป็นอันมาก พระโอรสองค์ใหญ่มีพระนามว่าที ไม่มีพระโอรส อำมาตย์พร้อมด้วยประชาชนจึง ฆาวุกุมาร ในกาลนั้นพระโสณกได้ตรัสรู้ธรรมเป็น เตรียมบุษยรถออกไปหาผู้ควรแก่พระราชสมบัติ พระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วปรารถนาจะพบเห็นพระ พระโพธิสัตว์นอนคลุมศีรษะอยู่บนแผ่นศิลา เจ้าอรินทมราช จึงคิดว่า “เราจะไปแสดงถึงโทษ ในกาม และอานิสงส์ในการออกบวช เพื่อชี้ช่อง ทางให้พระราชาทรงออกผนวช” จึงเหาะมาด้วย ฤทธิ์ลงในอุทยาน ขณะนั้นมีเด็กชายอายุ ๗ ขวบ คนหนึ่ง ถูกมารดาใช้ให้ไปหาฟื้นในป่าใกล้อุทยาน ก็ร้องเพลงขึ้น โสณกกุมารนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ ได้ยินเสียงดนตรีจึง ดำริว่า “บุษยรถมาถึงที่นี่ อรินทมกุมารจะได้เป็น พระราชาในวันนี้ เมื่อพระกุมารเสด็จไปแล้ว เรา จะออกบวช” จึงไปยืนแอบอยู่ ปุโรหิตเข้าไปยัง อุทยานเห็นพระมหาสัตว์หลับอยู่ จึงได้ให้เจ้าพนัก งานประโคมดนตรีขึ้น ปุโรหิตประคองอัญชลีกราบ ทูลพระองค์ว่า “ข้าแต่สมมุติเทพ พระราชสมบัติ ว่า ถึงแก่พระองค์แล้ว” พระมหาสัตว์ถามว่า “ราชตระกูลไม่มีพระ โอรสหรือ” ปุโรหิตทูลว่า “พระพุทธเจ้าข้า” ประ ชาชนทั้งหลายจึงพากันอภิเษกพระมหาสัตว์ ให้ เป็นพระราชา แล้วเชิญเสด็จเข้าสู่พระนคร ฝ่ายโสณกุกุมาร เมื่อพระโพธิสัตว์เสด็จ กัลยาณมิตร ๙๐ พระปัจเจกพุทธเจ้าจึงเรียกกุมารนั้นมาถาม “ดูก่อนกุมารเอย ทำไมจึงไม่ร้องเพลงอื่น บ้างเล่า ร้องแต่เพลงนี้เพลงเดียวเท่านั้น” กุมารนั้นตอบว่า “บทเพลงนี้เป็นเพลงที่ พระราชาโปรดปราน ผมจึงขับร้องเพลงนี้บ่อยๆ” พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวว่า “เราจะสอน ให้เจ้าร้องเพลงตอบ เจ้าจงไปยังสำนักของพระ พฤษภาคม ๒๕๓๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More