ข้อความต้นฉบับในหน้า
30
๑)
ด้วยความกลัวเกรงในอำนาจของ
นาย เดินใจลอยกลับบ้านไปด้วย
น้ำตากลบหน้า รำพันรำพึงไปตาม
ประสาวิสัยของบ่าวไพร่ที่รักเจ้านาย
และทรัพย์สมบัติของเจ้านาย ทั้งไม่
เข้าใจว่า เหตุใดความรักความภักดี
ของตนจึงมีผลให้ตนเองต้องได้รับ
ความผิดแทนความชอบที่ตนควร
จะได้
ฝ่ายหัวหน้าโจรที่ปลอมตัว
เป็นสาธุชนมาฟังธรรม นั่งคุมอยู่
ใกล้ ๆ อุบาสิกาโสณมารดา ได้เห็น
กิริยาอาการ และได้ยินถ้อยคำ
สนทนาที่โต้ตอบกันตั้งแต่ต้น พอ
ฟังแล้วก็ได้คิด สำนึกฝ่ายที่กระตุ้น
เตือนให้จิตใจของเขาเกิดความเห็น
ถูกขึ้นมาว่า
“ขึ้นชื่อว่าทรัพย์สมบัติทั้ง
นายของตนทราบแทบลืมหายใจ
“นายแม่เจ้าขา พวกโจรมัน
งัดคลังเพชรนิลจินดาของนายแม่
นางกาลีกลับไปเฝ้าบ้านตามเดิม
แล้วกำชับไปอีกว่า
กำลังขนกันอยู่ ถ้านายแม่ไม่ไปไล่ ที่เอ็งชอบเอาเรื่องขโมยลักของมา
“สามครั้งแล้วนะ นางกาลี
มันตอนนี้ ต้องหมดแน่ๆ หมดแน่ๆ
โสณมารดา เศรษฐีนีแห่ง
บอกข้า รู้ไหมว่า ตัวเองนั้นแหละ
ที่มาปล้นความสงบสุขในการฟัง
ธรรมของข้า ร้ายยิ่งกว่าโจรผู้ร้าย
หลาย ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ข้าวของ
ใดๆ ที่มนุษย์หวงแหนรักใคร่ ก็เพราะ
เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย ได้อาศัย
บำรุงเลี้ยงให้เจริญเป็นสุข ดังนั้น
ทุกคนจึงพยายามใช้กำลังกายกำลัง
ความรู้แสวงหามา โดยไม่คิดถึง
ความยากลำบากใดๆ ผู้ใดมีความ
เลยเจ้าค่ะ”
ผู้ใดเกียจคร้านก็ได้น้อย ไม่ใช่เป็น
ของที่ได้มาด้วยความนึกคิด เมื่อได้
มาแล้วจึงต้องหวงแหนรักษาไว้ เป็น
ของของตนโดยชอบธรรม”
กรรฆระนคร กำลังดื่มในกระแส ลักเงินทองเพชรพลอยของข้าเสียอีก รู้มาก พยายามมากก็หามาได้มาก
ธรรมเทศนาของพระโสณะบุตรชาย เข้าใจไหม ต่อไปนี้อย่ามาให้ข้าเห็น
ดวงใจสงบสุขลึกล้ำในอมตธรรม หน้าอีก จงกลับไปเฝ้าบ้านเสีย ถ้า
ยากที่จะหาความสุขใดมาเปรียบได้ พวกโจรมันมาขนของไปอีก ก็อย่า
แม้จะได้ยินเสียงคนรับใช้รายงาน ไปขัดขวางมัน ถ้ามันเห็นว่าเพชร
ถึงความวิบัติของทรัพย์ที่กำลังจะ พลอยดีกว่าธรรมะ ก็เชิญมันขน
ถูกโจรปล้นไป ก็หาได้หวั่นไหวสะดุ้ง เอาไปเถอะ”
สะเทือนแต่อย่างใดไม่ กลับไล่ให้
อ่านต่อฉบับหน้า
นางกาลีคลานถอยออกไป
กัลยาณมิตร
๑๐๕
พฤษภาคม ๒๕๓๘