การปรากฏของธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 9 หน้า 14
หน้าที่ 14 / 128

สรุปเนื้อหา

ตามกำหนดวาระพระบาลี ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตา- ปีโน ฌายโต พราหมณสฺส แปลเนื้อ ความว่า เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏ แก่พราหมณ์ ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ ผู้เพ่งอยู่แล้ว ก็เห็นดวงธรรมนั้น แหละ นี่แหละได้ชื่อว่าธรรมปรากฏ แก่พราหมณ์ละ อเสสกงขาวปยนฺติ สพฺพา เมื่อนั้นความสงสัยทั้งปวง ของพราหมณ์ย่อมสิ้นไป ก็ใจไปติด อยู่เสียกับธรรม เห็นธรรมแล้ว ก็ หมดสงสัยในเรื่องธรรมกันเลียที เห็น แล้ว ติดแล้ว ปรากฏแล้ว หมด สงสัยในเรื่องธรรมกันเลียที พวก เรานี่มันสงสัยทุกคนนั่นแหละ ธรรม มากมายนัก โน่นก็ธรรมนี่ก็ธรรม มนุษย์อยู่ที่ไหนธรรมอยู่ที่นั่น มนุษย์มี ธรรมด้ายกันทุกคน เขาเรียกว่าดวงธรรม ที่ทํา ให้เป้นกายมนุษย์ กฎขึ้นแก่พราหมณ์แล้ว พราหมณ์ ก็หมดสงสัย ยโค ปชานาติ สเหตุ ธมฺม เพราะพราหมณ์นั้นได้รู้จัก ธรรมว่าเกิดแต่เห

หัวข้อประเด็น

- การปรากฏของธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ตามกำหนดวาระพระบาลี ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตา- ปีโน ฌายโต พราหมณสฺส แปลเนื้อ ความว่า เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏ แก่พราหมณ์ ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ ผู้เพ่งอยู่แล้ว ก็เห็นดวงธรรมนั้น แหละ นี่แหละได้ชื่อว่าธรรมปรากฏ แก่พราหมณ์ละ อเสสกงขาวปยนฺติ สพฺพา เมื่อนั้นความสงสัยทั้งปวง ของพราหมณ์ย่อมสิ้นไป ก็ใจไปติด อยู่เสียกับธรรม เห็นธรรมแล้ว ก็ หมดสงสัยในเรื่องธรรมกันเลียที เห็น แล้ว ติดแล้ว ปรากฏแล้ว หมด สงสัยในเรื่องธรรมกันเลียที พวก เรานี่มันสงสัยทุกคนนั่นแหละ ธรรม มากมายนัก โน่นก็ธรรมนี่ก็ธรรม มนุษย์อยู่ที่ไหนธรรมอยู่ที่นั่น มนุษย์มี ธรรมด้ายกันทุกคน เขาเรียกว่าดวงธรรม ที่ทํา ให้เป้นกายมนุษย์ กฎขึ้นแก่พราหมณ์แล้ว พราหมณ์ ก็หมดสงสัย ยโค ปชานาติ สเหตุ ธมฺม เพราะพราหมณ์นั้นได้รู้จัก ธรรมว่าเกิดแต่เหตุ ได้รู้ว่าธรรมเกิด แต่เหตุ ธรรมเกิดแต่เหตุอย่างไร? ก็ ไม่รู้จะไปเอาธรรมที่ไหนแน่ ไม่รู้จะ เพ่งพินิจพิจารณาดวงธรรมที่ทำ ให้ เอาธรรมที่ไหนแท้ ๆ นี้ธรรมอันนี้ เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์เหมือน เลียเลยเชียว นิดเดียว เท่าปลาย ผมปลายขนก็ไม่มี กลับเป็นคนอีกที แหละเป็นตัวจริงละ ให้เอาใจติด กระจกคันฉ่องส่องเงาหน้า เท่าฟอง อยู่ตรงนี้แหละ อย่าไปเที่ยวหาอื่น ไข่แดงของไก่ เออ ธรรมดวงนี้เกิด ให้มันอื่นจากศูนย์กลางกายมนุษย์ แต่เหตุที่เดียว เกิดแต่เหตุ เหตุ กลางกายของตัวไปเลย ตรงนั้น อะไร? เพราะมนุษย์ บริสุทธิ์กาย แหละเอาใจไปจรดอยู่ตรงนั้นแหละ บริสุทธิ์วาจา บริสุทธิ์ใจ ไม่มีร่อง ถ้ายังไม่เห็นนานๆ เข้าก็เห็นเอง พอ ถูกส่วนเข้าก็เห็นเอง ที่ไปหาที่อื่น ไปโน่นไปตรงโน้นไปตรงนี้ไปที่โน่น ก็เป็นมนุษย์อีก ดวงธรรมนั้นเป็น ไปที่นี่ ไปทาธรรมในป่าในดอนใน ขึ้นอีก ดวงธรรมดวงเท่านั้นหมดไป ดงกันยกใหญ่ทีเดียวเพราะไม่เห็น หมดอำนาจหมดชีวิตไป กลับเป็น พอไปเห็นเข้าแล้ว โธ่ ผ้าโพกหัวหา มนุษย์ตั้งเก่าอีก ก็มีธรรมตั้งเก่า แทบตายไม่เห็น อยู่บนหัวนี่เอง ไป แบบเดียวกัน อ้อ ธรรมนี่เกิดแต่ หาธรรมแทบตาย ธรรมอยู่กลางตัว นั่นเอง นั่นแหละธรรมอยู่ตรงนั้น แหละ แต่ว่าไม่ปรากฏขึ้น เมื่อปรา- เหตุอย่างนี้ เกิดแต่เหตุที่มนุษย์ นี่เอง ถ้าว่ามนุษย์ไม่ทำความบริ สุทธิกาย วาจา ใจให้ถ่องแท้แล้วละ ก็ ไม่ได้เป็นมนุษย์ กลับไปเป็นอสุร กาย เป็นสัตว์ดิรัจฉาน เป็นสัตว์ นรกไป ธรรมนั้นเสียไป ขุ่นหมอง เศร้ามัวไปหมด แต่ว่าสัตว์นั้นไม่เห็น ถ้าเห็นแล้วไม่ไปนรกแน่นอน ไม่ไป ละ กลับเป็นมนุษย์ทีเดียว นี่แหละ ได้ดวงธรรมที่ทำ ให้เป็นมนุษย์แล้ว เห็นไหมล่ะ ด้วยวิธีบริสุทธิ์กายวาจา ใจ กายมนุษย์ละเอียดก็เช่นกัน ดวง ธรรมละเอียดลงไปกว่านี้ ๒ เท่าฟอง ไข่แดงของไก่ ทั้งกายมนุษย์หยาบ มนุษย์ละเอียด ทั้ง ๒ กายนั้นเป็น กายที่มารวมกัน อุตส่าห์พยายาม รักษาความบริสุทธิของตัวไว้ บริสุทธิ กาย วาจา ใจ ไม่มีร่องเสียเลย เมื่อบริสุทธิ์ด้วยกาย วาจา ใจ ไม่มีร่องเลียเลยแล้วละก็ อุตส่าห์ พยายามเหมือนภิกษุสามเณรอุบาสก อุบาสิกานั้นแหละ อุตส่าห์บำเพ็ญ ทาน ศีล ลุตะ จาคะ ปัญญา อุตส่าห์ ให้ทานตามกาลตามสมัยตามกำลัง ของตน อุตส่าห์รักษาศีลให้ดียิ่งขึ้น ไป กาย วาจา ใจ ไม่ให้เดือดร้อน กัลยาณมิตร 615 กนยายน ๒๕๓๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More