ข้อความต้นฉบับในหน้า
ค่อนข้างยากก็จริง แต่เป็นความ เป็นอย่างยิ่งที่ต้องกระทำ
เพราะภาวนาเป็นเรื่องของการรักษาใจ กาย วาจา จะทํา ดีก็ตาม
ทำชั่วก็ตาม ใจเป็นผู้สั่งให้กระทำ ถ้ารักษาใจให้ซื่อตรง มั่นคงอยู่
ในความดีงามแล้ว คีลเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เรื่องภาวนาจึงเป็น
เรื่องว่าเป็นที่สุด
องค์ประกอบในการทำภาวนา ที่สำคัญยิ่งยวดคือ สติ ให้
ระลึกได้อยู่ตลอดเวลาว่า ควรให้ใจคิดเรื่องอะไรอยู่ จึงจะได้
ประโยชน์สูงสุด แล้วกระทำตามนั้น ที่เราเห็นว่าการภาวนาเป็น
ของยาก เพราะเราขาดสติ
ทีนี้ท่าอย่างไรเราจะมีสติอยู่เสมอ หรืออย่างน้อยก็ให้สติเกิด
บ่อยๆ เราก็ต้องใช้โยนิโสมนสิการ ใจที่รู้จักคิดโดยอุบายที่แยบคาย
ซึ่งเป็นวิธีคิดของใครของมัน สำหรับป้าเองปกติแล้วใช้เรื่องความ
เจ็บป่วย และความตายมาเตือนตนเอง เพราะเคยผ่านทุกขเวทนา
สาหัส เวลาป่วยไข้และเวลาใกล้ตายมาแล้ว สองเรื่องนี้ใช้สอน
และเตือนตนเองอยู่เรื่อย ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนั้น เอาการงานของหมู่
คณะมาเตือนตนเอง
อย่างเวลานี้ ตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษามาแล้ว พระเดชพระคุณ
หลวงพ่อพาคณะพระภิกษุสามเณร นักเรียนอภิญญา และอุบาสก
อุบาสิกา บรรดาที่นึกภาวนาเข้มแข็ง มีจำนวนเกินกว่าสองร้อยไป
อบรมภาวนาอย่างจริงจังทั้งวันทั้งคืน อยู่ที่วิเวกเป็นสัปปายะที่
เชียงใหม่ ทุกรูปทุกคนไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ เลย ที่อยู่อาศัย อาหาร
หยูกยารักษาโรคมีพร้อม ให้ตั้งหน้าภาวนาอย่างเดียว เช้ามืดราวิ
ดีสี่เศษ ถึง ๓ โมงเช้า เป็นรอบแรก รอบสายราวเถ้าโมงถึงเพล
รอบบ่าย เริ่มบ่ายสองโมงถึง 5 โมงเย็น รอบค่ำ ประมาณหก
โมงเศษถึงสามทุ่มเศษ ไม่ทราบมีรอบดึกด้วยหรือเปล่าในตอนนี้
เรียกง่ายๆ ว่า ชีวิตในการภาวนานั้น วันหนึ่งๆ หลับตาลืมตาไม่
กี่ครั้งก็หมดวัน การเห็นภาพภายในเป็นความสุขอีกแบบหนึ่งที่หา
๓
จากโลกภายนอกตัวไม่พบ
แม้ป่าไม่ได้ไปร่วมในหมู่คณะดังกล่าว เพราะอายุและสุขภาพ
ไม่อำนวย ป้าก็เอากิจกรรมที่กล่าวแล้วน้อมมานึกถึง คอยตัก
เตือนตนเองว่าท่านเหล่านั้นกำลังทำ ความเพียรอยู่ทั้งวันทั้งคืน
เราจะมัวประมาทอยู่ได้อย่างไร พอนึกได้ดังนี้ ป้าก็จะกำหนดใจ
เข้าศูนย์กลางกายทันที นี่ป่าก็ถือเป็นข้อเตือนให้ป้ามีสติเรื่องหนึ่ง
ใคร่ขอเรียนย้ำเรื่องนี้สักหน่อยนะคะ เพราะชอบมีผู้โทรศัพท์
ถามป้าไปเสมอว่า ป่านั่งภาวนาเวลาไหนบ้าง ครั้งหนึ่งๆ นานเท่า
ไหร่ นั่งแล้วเห็นอะไร ป้าก็ตอบไปตามจริงว่า เรื่องภาวนาเป็น
เรื่องของใจ ถ้านึกได้เมื่อใด ไม่ว่าอยู่ในอิริยาบถไหน แม้แต่นั่งอยู่
กัลยาณมิตร / ๗๖
กนยายน ๒๕๓๗
ในส้วมป้าก็เอาใจวิ่งเข้าศูนย์กลางกาย
ทันที คนถามเกิดสงสัยอีก ภาวนา
เวลาเข้าส้วมไม่บาปหรือ? โซ่กัง บอก
เท่าไรไม่ว่า ภาวนาเป็นเรื่องของใจไม่
เกี่ยวกับกาย กายมีเรื่องต้องท่า อะไร
ก็ปล่อยให้ท่า ไป ใจเราเก็บไว้ในเรื่อง
ภาวนา จะเก็บได้มากน้อย
เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องต้องท่า ของแต่ละคน
เหมือนการขับรถยนต์ ขณะขับใหม่ๆ
ตั้งใจขับอย่างเดียว ใครนั่งไปด้วยพูด
คุยอะไรไม่ได้ แต่เมื่อขับเป็นแล้ว ใจ
สามารถแบ่งได้ แบ่งขับรถส่วนหนึ่ง
อีกส่วนแบ่งมาคุยกับคนที่ไปด้วยได้
ฉันใดฉันนั้น
!!
การนึกถึงความดีที่ผู้อื่นกระทำ
ไปแล้ว กำลังกระทำ อยู่ หรือจะทำ ต่อ
ไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นความดีเรื่อง
ใดๆ ทำ ให้เป็นกำลังใจอย่างหนึ่งแก่ผู้
ได้ยินได้ฟัง ป้าคิดของป่าอย่างนี้แหละ
ค่ะ แล้วก็พยายามพากเพียรกระทำ ให้
เต็มกำลังความสามารถ
สำหรับคุณผู้อ่านเรื่องที่ป้าคุยให้
ฟังอยู่นี้มีวิธีฝึกสติดีๆ อย่างอื่นๆ เช่น
การตามดูอิริยาบถต่างๆ ของตนเอง
การพิจารณาตามหลักสติปัฏฐานธะกาย
เวทนา จิต ธรรม อย่างใดอย่างหนึ่งที่
ถูกกับอัธยาศัย ท่า ไปเถิดนะคะ การ
ท่า งานด้วยใจ คือการคิด คิดแต่เรื่อง
กุศลนั้น ไม่สิ้นเปลืองอะไรๆ เลย มี
แต่จะได้กำไรเรื่อยไป ลงทุนแค่ความ
คิดเท่านั้น ยังไม่ได้ลงมือว่า อย่าลืม
พบกันวันงานทอดกฐินปีนี้ วันพระ
อาทิตย์ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ ที่
สภาธรรมกายสากลหลังใหม่ของวัด
เรานะคะ
สะ-หวัด-ดี
ada senyo