ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไฟบรรลัยกลí
ที่คุณโยมว่า “สัตว์ทั้งหลายไปเกิด ในพระไตรปิฎกหลายๆ ที่ว่า โลก
ทุกสิ่งทุกอย่างยังไม่จบ แม่ ในนั้นอาภัสสรพรหมเป็นส่วนมาก อื่นๆ ที่มีสภาพคล้ายโลกที่เราอยู่นี้
ไฟบรรลัยยัลป์มาล้างโลก
หลังพินาศ สัตว์เหล่านั้นก็มาเกิด สภาพกายละเอียด ซึ่งเรามองด้วย
เมื่อโลกหมุนกลับ คือเกิดใหม่ภาย
มีอีกมากมาย สัตว์นรกซึ่งอยู่ใน
ได้ยินว่าเมื่อเกิดไฟบรรลัย
7 กัลป์มาล้างโลก สิ่งมีชีวิต
ใหม่ในโลกนี้” ยังมีรายละเอียดกล่าว
ตามนุษย์ธรรมดาไม่เห็น ถูกลมหอบ
พอสิ้นเวรจากสัตว์นรกก็ไปเกิดเป็น
ทั้งหลายไม่ว่าคนหรือสัตว์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ในพระสูตรอื่นอีก ไปอยู่โลกอื่นเหมือนนักโทษย้ายคุก
ย่อมไม่อาจหนีไฟไปได้พวก ซึ่งหลวงพ่อขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆว่า
เหล่านั้นย่อมถูกเผาผลาญหมดสิ้นไป
โลกก็ไม่มีให้อาศัยอยู่ แบบนี้ถือว่า
เป็นการสินภพสินชาติ หยุดการ
เวียนว่ายตายเกิดใช่ไหมคะ
ไม่ใช่นะ เรื่องนี้มีอธิบายไว้
ให้ในอัคคัญญสูตรว่า พระสับมา”
พอใกล้จะถึงคราวสิ้นกัปจะมี สัตว์เดรัจฉานของโลกนั้น
ลางบอกเหตุต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย
สังคมมนุษย์จะวิปริตไป พวกที่พอ
มีบุญอยู่บ้างจะได้คิด พวกที่ถือศีล
ไม่ค่อยได้ พอรู้ว่าจะสิ้นกัป ไม่
บรรลัยกัลป์จะมาล้างโลก ก็เริ่มได้
คิดว่าคราวนี้ตายแน่ ๆ จึงตั้งใจรักษา
เลยจนตลอดชีวิต ครั้นตายไปก็ได้
สัมพุทธเจ้าตรัสเล่าเรื่องความเป็น ศีลอย่างเคร่งครัด ไม่ยอมทำ บาป
มาของโลกที่เราอาศัยอยู่ และการ
แตกทำลายไปในที่สุดหรือที่เรียกว่า ไปเกิดเป็นเทวดาอยู่เหนือโลกมนุษย์
สิ้นกัป” เอาไว้พอสมควร เพื่อเป็น ขึ้นไป พวกที่ตั้งใจนั่งสมาธิเจริญ
การแก้ข้อโจมตีของพวกพราหมณ์ ภาวนาควบคู่ไปกับการรักษาศีล ก็
โดยทรงขี้ข้อความจริงเรื่องโลกและ
ชีวิต ให้ผู้มาบวชในสำนักของพระ
องค์ ไม่ว่าจะมาจากวรรณะไหนได้
ได้ไปเกิดเป็นพรหม
ส่วนพวกที่บาปหนา ไม่รู้สึก
ถึงความวิปริตของโลก ไม่ตั้งใจ
ภูมิใจว่า มีกำเนิดใหม่ในวรรณะที่ รักษาศีล ไม่ปฏิบัติธรรม สนุกกับ
ไม่แพ้พวกพราหมณ์ ซึ่งหลวงพ่อ การทำ บาปจนตลอดชีวิต เวลาตาย
ขอตัดตอนมาอธิบาย เพื่อแก้ความ
แล้วก็ไปตกนรก พอถึงคราวไฟ
จะถูกเผาไปด้วย แต่สัตว์นรกจะถูก
ลม ซึ่งเรียกว่า ลมบรรลัยกัลป์ พัด
เข้าใจผิดเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด บรรลัยกัลป์ล้างโลก นรกขุมต่างๆ
ของสัตว์โลก ให้คุณโยมเข้าใจเสีย
ใหม่โดยสังเขปนะ
เพราะฉะนั้นที่รัฐบาลพยายาม
สงวนพันธุ์สัตว์ป่า เพราะกลัวสัตว์
จะสูญพันธุ์นั้นในแง่ของความเป็น
จริง ถึงไม่สงวนสัตว์ก็ไม่หมดไป
จากโลก แม้ช่วงหนึ่งสัตว์ป่า สัตว์
บ้านอาจจะหมด แต่พอถึงคราวไม่
บรรลัยกัลปล้างโลกอื่น สัตว์นรก
หลายๆ ประเภทจะถูกลมหอบมา
ติดอยู่กับโลกเรา พอถึงเวลาสัตว์
นรกก็เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ท่า ให้
มีสัตว์อีกหลายอย่างเกิดขึ้นอีก ตราบ
ใดที่ยังมีการฆ่า การขโมย การชิง
รักหักสวาท มีพวกพูดปดมดเท็จ
พวกขี้เหล้าเมายา ทำความชั่วด้วย
ความโลภ ความโกรธ ความหลง
ตราบนั้นก็ยังมีการเวียนว่ายตายเกิด
มีที่อยู่ที่เหมาะสมแก่กรรมของสัตว์
เหล่านั้นจนได้ ไม่สิ้นภพสิ้นชาติ
ง่ายๆ หรอกคุณโยม ทางเดียวที่จะ
ทำ ให้สิ้นภพสิ้นชาติ ไม่มีการเวียน
พระพุทธองค์ทรงใช้คำว่า หอบไปติดอยู่ที่โลกอื่น กลายเป็น ว่ายตายเกิดอีกคือทุกคนต้องปฏิบัติ
“สมัยหนึ่งโลกหมุนเวียนไปสู่ความ สัตว์นรกของโลกอื่นต่อไป พระพุทธ ธรรมจนหมดกิเลส
เข้านิพพาน
พินาศ” คือเมื่อเกิดไพ่ล้างโลกอย่าง องค์ทรงกล่าวได้ชัดเจนซึ่งมีปรากฏ ตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเท่านั้น
กันยายน ๒๕๓๙
0 กัลยาณมิตร