ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชิากควงไข่ลูกที่รักแม่มากที่สุดในโล11
อาคารเอนกประสงค์ ใช้แทนสภาธรรมกายเดิมซึ่งจุคนได้
เพียงหมื่นเศษเท่านั้น
ทุกๆ งานบุญใหญ่สาธุชนจะมากันล้นหลามทุกครั้ง
และงานบุญครั้งต่อๆ มา ซึ่งได้ขยับขยายมาจัดที่บริเวณ
ลานธรรม ซึ่งมีชาแลนกันแดดกันฝน ก็ยังไม่สะดวก เมื่อ
มีฝนตกใหญ่ ชาแลนถูกลมพัดเสียหาย สาธุชนต้องออก
มาตากแดดตากฝนกันนอกชาแลน เนื่องจากพื้นที่เจิ่งนอง
ด้วยน้ำฝน ถึงแม้ว่า พระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาลีกา
ภายในวัดได้ช่วยกันวิดน้ำออกจากพื้นที่ให้ได้มากที่สุด โดย
มิได้พักผ่อนกันเลย ก็ยังไม่สามารถท่า ให้พื้นที่แห้งทันใช้
งานวิสาขบูชาที่ผ่านมา หลวงพ่อท่านได้เห็นความลำบาก
ของสาธุชนที่ตั้งใจมาร่วมพิธีบุญในครั้งนั้น ท่านจึงตัดสิน
ใจทันทีที่จะสร้างอาคารถาวรไว้รองรับสาธุชน ให้ได้ใช้
ประโยชน์อย่างยาวนาน และได้ประโยชน์สูงสุดในคราว
เดียวกัน และสามารถบรรจุคนได้นับแสนคน จึงไม่ต้อง
สงสัยเลยว่า จะได้บุญมหาศาลเพียงไร
แม่ได้มีโอกาสเดินลงไปร่วมพิธีตอกเสาเข็มสภา
ธรรมกายร่วมกับคณะของคุณป้าประวาทซึ่งเป็นต้นบุญใหญ่
ในวันนั้น โอกาสบุญพิเศษเช่นนี้มีได้มีง่ายๆ แต่ละย่าง
ก้าวที่เดินไป แม่รู้สึกใจพองโต ในกลางของกลางที่แม่ได้
สอดใจเข้าไปในระหว่างเดินตามท่านประธานพิธีไปนั้น มี
องค์พระผุดม่านขึ้นมาตลอดสายแล้วขยายใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ
จนครอบคลุมบริเวณงานทั้งหมด องค์พระใหญ่โตสว่างไสว
บรรยากาศบริเวณนั้นซึ่งเป็นบ่อสี่เหลี่ยม กว้างใหญ่ชุดลึก
ลงไปจากระดับพื้นราบประมาณสัก ๓ เมตรครึ่ง เห็นจะได้
มีความเย็นสบายๆ ใจจึงชุ่มฉ่ำเบิกบาน ติดอยู่ในกลางได้
ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่สาธุชนที่มาร่วมงานเท่านั้น หลวงพ่อ
ท่านได้อาราธนาองค์พระธรรมกายพร้อมทั้งเหล่าเทพยดา
รวมทั้งพรหมและอรูปพรหมทุกขั้นให้ลงมาเป็นสักขีพยาน
ในงานบุญครั้งนี้ด้วย ให้ท่านลงมาแน่นเต็มหมดทุกๆ อณู
ของพื้นดิน ไม่มีช่องว่าง แม้แต่ระหว่างช่องว่างของก้อน
ดินที่จะปราศจากกายทิพย์เหล่านี้เลย งานพิธีนี้จึงคักคา
สิทธิ์สมบุญท่านประธานใหญ่คุณป้าประวาท บุนนาค ที่
ท่านตั้งใจทุ่มเทกำลังทรัพย์ของท่าน เพื่อก่อสร้างสภา
ธรรมกายสากลนี้ให้สำเร็จในเร็ววัน ให้ทันได้ใช้ในงานบุญ
ใหญ่ คืองานกฐินในปีนี้ ทุกๆ คนจึงปิติใจแทนท่าน ได้
ร่วมอนุโมนาบุญกับท่านที่ได้รับบุญใหญ่นี้ และรับเป็น
ประธานงานกฐินในปีนี้ด้วย
คุณป้าประวาทท่านบอกฝากบุญมาให้พวกหนูนัก
เรียนอภิญญาทุกคน และทุกท่านทุกคนที่อยู่ปฏิบัตธรรมที่
พนาวัฒน์ด้วยนะจ๊ะ แม่จะฝากภาพถ่ายในวันงานไปให้
พวกหนูได้ดูด้วย
ที่นั่นบอกว่าอยู่อย่างมีความหวังว่าสักวันคงจะได้
ดังใจต้องการ ก็ดีนี่จะดีกว่าอยู่อย่างหมดหวัง เรื่องที่ทุกข์
เพราะความกังวลใจในสิ่งที่ยังมองไม่เห็น ก็เป็นเรื่องธรรมดา
ของใจที่ยังไม่หยุด แม่ก็เคยเป็น ความกังวลใจเป็นสิ่งที่
บั่นทอนกำลังใจ เพราะเราต้องใช้เวลาไปกับความกังวลใจ
:
จนหมดเวลาที่จะเอาใจไปหยุดอยู่ที่ที่ควรหยุด ใจที่ควร
หยุดก็เลยเหนื่อยหน่ายท้อแท้ เหมือนวิ่งไปร้องไปว่าอยาก
หยุด แต่ไม่ยอมชะลอขาของเราเองให้หยุด ก็ไม่รู้จะว่า
อย่างไร ถ้าเรายังไม่สามารถหยุดได้ ๑๐๐ %กไม่เป็นไร
เพราะเราได้พยายามหยุดอยู่อย่างสมาเสมอ ความก้าว
หน้าของการฝึกหยุดนิ่งมีอยู่อย่างไม่รู้ตัวอยู่แล้ว อย่าเพิ่ง
ตำหนิตัวเองสิจ๊ะว่ายังแก้ไขไม่ได้ หนูได้พยายามท่าอยู่แล้ว
เพียงแต่กังวลใจไปเอง ลองสมมุติหรือจินตนาการถึงสิ่งที่
หนูชอบ เช่น คอกกุหลาบ หรือบุคคลที่หนูรัก เช่น หลวงพ่อ
เมื่อเห็นภาพท่านแล้ว ก็ให้มองไปเรื่อยๆ ในกลางของ
บุคคลที่หนูรัก ในไม่ช้าก็จะเห็นแสงสว่าง เป็นจุดเล็กๆ
ปรากฏขึ้นในกลางภาพ เป้นทางสว่างในกลางที่จะนาไปสู่
ธรรมะภายใน ที ความหวังของหนูก็จะเป้นความจริง น
มาอย่างแน่นอน
อย่าท้อซะก่อนล่ะ เพราะหนูคือลูกแก้วของหลวงพ่อ
ไม่ใช่ลูกท้อนะจ๊ะ
รักและคิดลังลูก
. กัลยาณมิตร ๘๖
กันยายน ๒๕๓๙