ข้อความต้นฉบับในหน้า
เคราะห์ถึงตายก็มี เช่นตอน ขุนไกรรับหมาย ทองประศรีเศร้าจิตคิดแปลกใจ,,
ให้ไปส่าควายก่อนเดินทางหนึ่งวันก็มีลางบอก
เหตุ
"ให้มีลางคืนนั้นสนั้นถึง
แมลงมุมดอกผึ้งหาหยุดไม่
สยดสยองพองขนทุกคนไป
เย็นยะเยือกจับใจไปทุกยาม
(หอพระสมุดแห่งชาติ, ๒๕๑๐ : ๑๓)
(หอพระสมุดแห่งชาติ, ๒๕๑๐ : ๑๙)
หรือนางวันทองฝันร้ายและยังมีลางบอก
เหตุอีกก่อนจะต้องตายด้วยอาญา
“ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน
เถื่อนเถื่อน ไม่รู้ที่จะกลับหลัง
ลดเลี้ยวเที่ยวหลงในดงรัง
ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี
ทั้งสองมองหมอบอยู่ริมทาง
พอนางดั้นปามาถึงที่
โดดตะครุบคาบคั้นในทันที
และก่อนขุนไกรตายด้วยอาญาตามรับ
สั่งพระพันวสา ก็หวนคิดถึงลางร้ายที่บอกเหตุ
“โอ้ว่าอนิจจานะอกเอ๊ย
กระไรเลยเกิดเหตุขึ้นจนได้
เมื่อจะมาจันนั้นก็พรั่นใจ
เป็นลางใหญ่ก้องในห้องเรือน,,
(หอพระสมุดแห่งชาติ, ๒๕๑๐ : ๒๖)
หรือ นางทองประศรีฝันร้ายก่อนขุนไกร
จะเดินทางตามหมายรับสั่ง ขุนไกรก็รู้ว่าตน
เคราะห์ร้ายถึงชีวิต แต่ไม่กล้าบอกนาง
นางจึงเล่าความฝันร้ายนั้นถ้วนถี่
ว่าฝันฉันหักกระเด็นเห็นไม่ดี
ช่วยทำนายฝันให้แจ้งใจ
ขุนไกรได้ฟังดังใครผลาญ
เอ๊ะจะมีเหตุการณ์เป็นข้อใหญ่
ถ้ากูทำนายว่าร้ายไป
ทองประศรีที่ไหนจะห่างตัว
ไม่ร้ายดอกฝันดีจะมีสุข
แล้วฉุดคร่าพารี่ไปในไพร
ใต้เตียงเสียงหนูก็ทุกกก
ยิ่งหวาดหวั่นพรั่นตัวกลัวมรณา
แมลงมุมทุ่มอกที่ริมฝา
ตังวิญญานางจะพรากไปจากกาย,,
(หอพระสมุดแห่งชาติ, ๒๕๐๖ : ๙๕๙)
หรือ ตอนเถรขวาดเห็นลางร้ายหลาย
ประการก่อนตาย
“จับไม้เท้าก้าวเบื้องขยับกาย
เห็นจิ้งจกตกตายลงตรงหน้า
นกแสกแถกเสียดดีรษะมา
หลวงตานิ่งขึงตะลึงคิด
ก้าวลงอัณ จันทร์งชั้นล่าง
งูเห่าลางเลื้อย ชูหัวร่อน
แผ่แม่เบี้ยขวางหนทางจร
เจ้าอย่าเป็นทุกข์จงฟังผัว
แต่ใจคิดครั้งนี้มีรอดตัว
เถรเห็นลังหรณ์เป็นลางร้าย
น่ากลัวกูจะม้วยด้วยกระป๋อ',
กอดอกยกเมฆดูนิมิต
(หอพระสมุดแห่งชาติ, ๒๕๑๐ : ๑๙)
ก็วิปริตเป็นรูปคนหัวหาย
จะยกต่อคอแขนไม่ติดกาย
หรือ ขุนไกรจะออกจากบ้าน นางทอง
ประศรีก็เห็นลางบอกเหตไม่ดีเกิดขึ้นกับสามี
"พอแลดูหน้าผัวบนหัวพอง
กัลยาณมิตร
กันยายน ๒๕๓๙
เถรสําคัญนั้นหมายไม่คนมา,,
(หอพระสมุดแห่งชาติ,๒๕๐๖ : ๑๐๕๕-
อ่านต่อฉบับหน้า