ข้อความต้นฉบับในหน้า
หสางฟปีไปดาวประเค
คุณบุญธรรม เล่าว่า ขณะที่ตนไปทำงานอยู่ในประ
เทศอิรัก เป็นงานท่อส่งน้ำมันกลางทะเลทราย คุณบุญธรรม
เองมีหน้าที่ขับรถตรวจสอบไปตามท่อส่งน้ำมัน ท่ามกลาง
ทะเลทรายอันร้อนระอุ แต่ขณะที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ก็พลัน
เกิดพายุทะเลทรายขึ้น ทำให้มองไม่เห็นทางข้างหน้า ไม่รู้
จะไปอย่างไร เกิดหลงทางอยู่เป็นเวลาถึง ๓ วัน เสบียง
อาหาร น้ำ ไม่มีเลย อดมาตลอด ขณะกำลังจะหมดเรี่ยว
แรงก็รู้สึกตื้อไปหมด ทรมานมากจนคิดว่าจะต้องเผารถ
และตัวเองให้ตายพ้นความทรมานไปเลย ใจก็คิดถึงครอบ
ครัว คิดถึงพระที่ชาวไทยเคารพบูชา คิดไปคิดมาก็ยังไม่รู้
จะหาทางรอดให้กับตัวเองอย่างไร จนสุดท้ายคิดว่าตัวเอง
จะต้องตายแน่แล้ว ก็ปรากฏมีพระรูปหนึ่งเดินมาตามทะเล
ทราย เดินเข้ามาหา คุณบุญธรรมรู้สึกตกใจมาก เลยกระ
โดดจงจากรถแล้วถามว่า ท่านเป็นใคร มาได้อย่างไรเพราะ
ที่นี่ไม่ใช่เมืองไทย พระท่านก็ตอบว่า ท่านคือหลวงพ่อสด
วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ อยู่กรุงเทพฯ ครู่ต่อมาคุณบุญธรรม
ก็รู้สึกว่า ตนเองท่องคำว่า “สัมมา อะระหัง” ขึ้นมาในใจ
ได้อย่างไรไม่ทราบ ปรากฏว่าข้างหน้าเป็นช่องโล่งเปิดขึ้น
จึงรีบกระโดดขึ้นรถขับไปทางช่องโล่งนั้นขับไปเรื่อยๆ จนมา
พบทางลาดยาง จึงรู้แน่ว่าตนรอดตายแล้ว เมื่อคำนวณดู
เลขไมลบนหน้าปัทม์แล้ว รวมขับมาได้ร้อยกว่ากิโลเมตร ก็
เลยขับรถต่อไปจนพบผีองๆ หนึ่งในประเทศธิรักนั่นเอง ด้วย
ความที่ตนรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ คุณบุญธรรมเมื่อกลับ
มาถึงเมืองไทยก็รีบไปกราบศพหลวงพ่อวัดปากน้ำทันทีด้วย
ความระลึกถึงพระคุณของหลวงพ่อที่ช่วยชีวิต
รู้สึกลงในใปั
มีเรื่องเล่าว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านสามารถรู้สึก
เข้าไปถึงที่มาที่ไปของคนที่ไปกราบท่าน โดยที่เจ้าตัวก็นึก
ไม่ถึงและตั้งตัวไม่ทัน ไม่คิดว่าท่านจะรู้สึกถึงเพียงนั้น ดังมี
ครั้งหนึ่ง คุณยายทองสุก สำแดงขึ้น ไปกราบหลวงพ่อวัด
ปากน้ำ คุณยายก็เล่าถึงความล้มเหลวของการครองเรือน
ตลอดจนการประกอบอาชีพท่านาค้าขาย หลวงพ่อท่านก็
บอกว่า “เขาไม่ได้ใช้เบ้เอ็งมาทำอย่างนี้ แล้วหลวงพ่อ
ท่านก็ให้คุณยายทองลุกบวชชี ท่ากาวนา จนคุณยายทอง-
ลุกได้ชื่อว่ามีธรรมปฏิบัติระดับสูง ในที่สุดก็รู้ว่าตนเองมิได้
กัลยาณมิตร
มีหน้าที่เพื่อจะครองเรือนหรือท่า การค้า หน้าที่ของตนที่แท้
ก็คือมาสร้างบารมีกับหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ นั่นเอง
ในทำนองเดียวกัน คุณยายอาจารย์ อุบาสิกาจันทร์
ขนนกยูง (ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย) เมื่อแรกไปกราบ
ท่าน หลวงพ่อวัดปากน้ำกำลังต้อนรับทายกผู้มีฐานะอยู่พอดี
แต่พอเห็นคุณยายเข้ามากราบ
ท่านกลับเรียกคุณยาย
อาจารย์จันทร์เข้าไปหาแล้วบอกว่า “มึงมันมาช้าไป” แล้ว
ท่านก็ให้คุณยายบวชชี อยู่ปฏิบัติธรรมท่า วิชชากับหลวงพ่อ
จนได้รับความไว้วางใจให้สืบทอดวิธีการปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึง
ธรรมกายตั้งแต่นั้นมา
พีแจริงโก้บีย่างไร
สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริ) พระองค์ทรง
นิพนธ์เรื่องราวของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ไว้ตอน
หนึ่งว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านมีวาทะตรงกับใจ เมื่อพูด
อะไรก็ไม่สะทกสะท้าน วันหนึ่งพระองค์ได้มีโอกาสไปฉัน
เพลที่วัดปากน้ำ (ขณะเมื่อครั้งยังไม่ได้รับสถาปนาเป็นสม
เด็จพระสังฆราช) เมื่อทายกประเคนอาหารเรียบร้อยแล้ว
มีพ่อค้า เพ็งผู้มั่งคั่งคนหนึ่งไปกราบและถามว่า “หลวงพ่อ
ขอรับ วันนี้จะมีผู้บริจาคอร้างกุฎิเพื่อเจริญกัมมัฏฐานบ้าง
ไหม” ขณะนั้นก็มีขาวบ้านไม่น้อยกว่า ๒๐ คนนั่งอยู่ใกล้
ได้ยินว่า ถามนั้นด้วย และคงกำลังตั้งใจฟังว่าหลวงพ่อจะ
ตอบว่าอย่างไร สมเด็จพระสังฆราชทรงนิพนธ์บันทึกความ
*
รู้สึกได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นว่า พระองค์ทรงรู้สึกทั้งโกรธ
ผู้ถาม ทั้งหนักใจแทนหลวงพ่อ หลวงพ่อกลับมีใบหน้ายิ้ม
แย้ม หลับตาเพียง 4 นาทีแล้วก็ตอบว่า “มี” ผู้ถามก็ถาม
ว่า “คู่หลัง” หลวงพ่อก็ตอบว่า “๒-๓ หลัง” และย่าว่า
“ต้องได้แน่” เวลานั้นสมเด็จฯ ทรงรู้สึกว่าฉันอาหารไม่มี
รสเลย โกรธผู้ถามว่าช่างไม่มีอัธยาศัย ค่าถามเช่นนั้นเท่า
กับเอาโคลนมาสาดหลวงพ่อ ควรจะเป็นค่า ถามเฉพาะสอง
แล้วก็พาลโกรธหลวงพ่อว่าช่างไม่รู้จักแก้ปัญหา
เฉพาะหน้า หลวงพ่อน่าจะพูดว่าเวลานี้ยังไม่ใช่โอกาสที่จะ
พยากรณ์ค่า ถาม เพราะที่ตอบออกไปหมื่นอันตรายมาก
อาจจะเป็นค่า พูดที่ฆ่าตัวเองได้
ตอสอง
หลังจากฉันภัตตาหารใกล้เสร็จก็ยังไม่มีใครมาบริจาค
ตั้งที่หลวงพ่อบอก สมเด็จฯ อยู่ที่นั่นด้วยก็ทรงรู้สึกอึดอัด
จนได้เวลาอนุโมทนา ก็มีคณะอุบาสกอุบาสิกากลุ่มหนึ่งมา
๔๖
กันยายน ๒๕๓๗