ฤดูฝนและการเข้าพรรษา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 9 หน้า 108
หน้าที่ 108 / 128

สรุปเนื้อหา

ข อ ง ดี จ า ก "ระไตรปิฎก เข้าพรรษไ ฤดู ฝน เป็นฤดูที่มีความเหมาะสมในการทำ ไร่ ทำ นา การปลูกข้าว เพราะข้าวเป็นพืชที่ ต้องอาศัยน้ำมาก จึงจะให้ผลผลิตได้เต็มที่ 1 ในประเทศไทยประชากรส่วนใหญ่กว่า 40% ประกอบอาชีพท่า นา ท่า ไร่ เมื่อถึงหน้าฝน ชาวนาทั้งหลายก็จะกุลีกุจอตระเตรียม อุปกรณ์เครื่องมือในการทำ นา เช่น เมล็ด พันธุ์ข้าว, ปุย, เครื่องมือไถหว่าน เป็นต้น ให้พร้อมเพื่อความสะดวกในการเพาะปลูก โดย : แก้วปริยัติ เดือน ๑๒ เมื่อถึงวันอธิษฐานเข้าพรรษา พระภิกษุ สามเณรทุกรูป ในแต่ละวัดก็จะ ไปประชุมพร้อมกันที่โบสถ์ เมื่อสวดมนต์ บูชาพระรัตนตรัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เป็น ประธานสงฆ์คือเจ้าอาวาสก็จะป่า กล่าวอธิษ ฐานว่า พรรษาพร้อมกัน ๓ ครั้ง เป็นภาษา บาลีว่า อิมสฺมิ อาวาเส อิม เดมาส์ วสส อุเปม แปลความเป็นภาษาไทย

หัวข้อประเด็น

- ฤดูฝนและการเข้าพรรษา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ข อ ง ดี จ า ก "ระไตรปิฎก เข้าพรรษไ ฤดู ฝน เป็นฤดูที่มีความเหมาะสมในการทำ ไร่ ทำ นา การปลูกข้าว เพราะข้าวเป็นพืชที่ ต้องอาศัยน้ำมาก จึงจะให้ผลผลิตได้เต็มที่ 1 ในประเทศไทยประชากรส่วนใหญ่กว่า 40% ประกอบอาชีพท่า นา ท่า ไร่ เมื่อถึงหน้าฝน ชาวนาทั้งหลายก็จะกุลีกุจอตระเตรียม อุปกรณ์เครื่องมือในการทำ นา เช่น เมล็ด พันธุ์ข้าว, ปุย, เครื่องมือไถหว่าน เป็นต้น ให้พร้อมเพื่อความสะดวกในการเพาะปลูก โดย : แก้วปริยัติ เดือน ๑๒ เมื่อถึงวันอธิษฐานเข้าพรรษา พระภิกษุ สามเณรทุกรูป ในแต่ละวัดก็จะ ไปประชุมพร้อมกันที่โบสถ์ เมื่อสวดมนต์ บูชาพระรัตนตรัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เป็น ประธานสงฆ์คือเจ้าอาวาสก็จะป่า กล่าวอธิษ ฐานว่า พรรษาพร้อมกัน ๓ ครั้ง เป็นภาษา บาลีว่า อิมสฺมิ อาวาเส อิม เดมาส์ วสส อุเปม แปลความเป็นภาษาไทยว่า ข้าพเจ้า ทั้งหลาย จะเข้าอยู่ที่ พรรษาตลอด ๓ เดือน ในอาวาสนี้ ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระสัมมา สมพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาใหม่ๆ ทรงลงพระสาวกไปประกาศธรรม ตาม สถานที่ต่างๆ ยังไม่มีการอยู่ที่ พรรษา พระภิกษุทั้งหลาย ก็เที่ยวจาริกไปตลอด ทั้งฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน คนทั้ง และการบำรุงรักษาให้ได้ผลผลิตที่ดีต่อไป หลายจึงพากันติเตียนโพนทะนาว่า ไฉน ในทางพระพุทธศาสนาฤดูฝนเป็น ฤดูที่มีความสำคัญสำหรับพระภิกษุ-สามเณร เพราะเป็นฤดูที่ต้องอธิษฐานอยู่ พรรษา ในอาวาส (วัด) ที่ตนอยู่ การอธิษฐานจำ พรรษา คือการผูกใจไว้ว่า จะอยู่ประจำ ใน อาวาสนั้นๆ ตลอดทั้ง ๓ เดือน โดยไม่ไป ค้างแรมที่ไหน วันอธิษฐานจำ พรรษา หรือ วันเข้าพรรษา ตรงกับคำ บาลีว่า วสสปนาฯ ยิกา แปลว่า ดิถีเป็นที่น้อมเข้าไปสู่กาลฝน มาจากค่า ว่า วสฺส (พรรษาทรือ กาลฝน)+ อุปนายิกา การน้อมเข้าไป วันอธิษฐาน เข้าพรรษานี้ มีอยู่ ๒ วันด้วยกัน คือ วัน เข้าพรรษาต้น เรียกว่า ปรมิกา ตรงกับวัน แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ไปออกพรรษาเอาวัน แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ วันเข้าพรรษาหลัง เรียกว่า ปัจฉิมิกา ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๙ ไปออกพรรษาเอาวันแรม ๑ ค่ำ พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงเที่ยว จาริกไปตลอดทั้งฤดูหนาว ฤดูร้อน และ ฤดูฝน เหยียบย่ำติณชาติ ต้นข้าว ต้นหญ้า) อันเขียวสด เบียดเบียนอินทรีย์อย่าง ๑ ซึ่ง มีชีวิต ยังสัตว์เล็กๆ เป็นจำนวนมากให้ถึง ความวอดวายเล่า ก็พวกปริพาชก ธัญญ เดียรถีย์ ผู้กล่าวธรรมอันต่ำทรามยังพัก ยังอาศัยอยู่ประจำ ตลอดฤดูฝน อนึ่งฝูงนก ทั้งหลายเล่า ก็ยังทำ รังบนยอดไม้ และพัก อาศัยอยู่ตลอดฤดูฝน ส่วนพระสมณะเชื้อ สายศากยบุตรเหล่านี้ เที่ยวจาริกไปตลอด ฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน เหยียบย่ำ ติณชาติอันเขียวสด เบียดเบียนสัตว์เล็กๆ จำนวนมากให้ถึงความวอดวาย ภิกษุทั้ง หลายได้ยินชาวบ้านติเตียนเช่นนั้น จึง กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระ ภาคเจ้าทรงอาศัยเหตุนั้นเป็นเค้ามูล จึง กัลยาณมิตร ! ๑๐ ไา กันยายน ๒๕๓๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More