ข้อความต้นฉบับในหน้า
ค้ากําไรเกินขอบเขต อย่าท่า กัน
เลยนะ จะแบกบาปเลียเปล่าๆ มัน
เป็นความเดือดร้อนของเพื่อนร่วมโลก
ถ้าเราทำ ก็แสดงว่า เราขาดเมตตา
กรุณา บาปเวรอันนี้จะติดตัวข้าม
ภพข้ามชาติไปนาน เพราะทำ กับ
คนจำนวนมากด้วย
เราเกิดต่อไป
ก่าขบ101ก..ร
“ซะบาปไหมนะ ปาเราขาย
ของเคาทําไรคนลื่น"
การเป็นแม่ค้าขายของเอา
กำไร จะถือว่าบาปหรือ
ไมเจ้าคะ
การขายของจะเอากำไรหรือ
ไม่ก็ตาม ถ้าขายสิ่งของต้องห้ามละ
(บังสวณิชชา)
^ ค้าน้ำเมา
(มัชชวณิชชา)
อีกกี่ชาติ ๆ จะต้องได้รับความเดือด
ร้อนทุกชาติ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน
เมื่อเราเป็นทุกข์เดือดร้อน บาปที่
เราก่อไว้จะไปบังตาบังใจ ทํา ให้
คนอื่นไม่ช่วยเหลือเราตลอดไป จน
กว่าบาปนั้นจะอ่อนกำลังไป เพราะ
เราไม่ทำ ซ้ำอีก หรือหมั่นให้ทาน
คือสุราเมรัย เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
๕.ค้ายาพิษ (วิสวณิชชา)
ส่วนการค้าขายของอย่างอื่น
นั้น ถ้าเอากำไรพอสมควรก็ถือว่า
เป็นค่าแรงชนิดหนึ่ง ไม่บาป สิ่งที่
ต้องคำนึงถึงอย่างมากคือ เจตนา
เวลาค้าขาย ถ้าเราอยากได้กำไร
ก็บาปทั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มากๆ จนกระทั่งให้มีการกักตุน
ตรัสไว้ดังปรากฏใน ปัญจกนิบาต
อังคุตตรนิกาย ว่าการค้าขายประ
เภทต่างๆ ต่อไปนี้ ไม่ควรทำ เพราะ
เป็นบาป ได้แก่
๑.ค้าอาวุธเครื่องประหาร (สัตว์
ถวณิชชา)
๒.ค้ามนุษย์ (สัตตวณิชชา)
๓.ค้าสัตว์เพื่อให้เขาน่า ไปฆ่า
สินค้าขึ้นก็บาป เพราะการกักตุน
ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ยิ่งถ้าไป
กักตุนสิ่งของที่จ่า เป็นแก่การยังชีพ
เช่น อาหาร เสื้อผ้า วัสดุก่อสร้าง
บ้านเรือน ยารักษาโรค หรือที่เรียก
ว่า ปัจจัย 5 เพื่อการดำรงชีวิต ซึ่ง
ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย ก็ยิ่งทำให้คน
เดือดร้อนมาก การกักตุนสินค้าเพื่อ
ของจ๋า เป็นอื่นก็เหมือนกันเช่น
อุปกรณ์การเรียนของเด็กๆ ค่ารถ
โดยสาร ซึ่งเป็นความสะดวกสบาย
ของประชาชน เป็นของจ่า เป็นแก่
ชีวิต พ่อค้าแม่ค้าหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งหลาย อย่าไปกักดุน อย่าไปโก่ง
ราคาขายเลย เพราะเป็นบาปติด
ตัวไปหลายภพหลายชาติ
.กัลยาณมิตร/
กันยายน ๒๕๓๙