ความเจริญและความเสื่อมในสังคม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 4 หน้า 11
หน้าที่ 11 / 140

สรุปเนื้อหา

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ (๓ ครั้ง) ปฏิรูปเทสวาโส จ ปุพเพ จ กตปุญญตา อตุผสมมาปณิธิ จ เอดมุมจุดสมุดมนติฯ ณ บัดนี้ อาตมภาพจักได้แสดงมงคลกถา วาจา เครื่องกล่าวปรารภเหตุเครื่องถึงซึ่งความเจริญ ดังนี้ เป็น ข้อใหญ่ใจความ ในสากลโลกก็ต้องการความเจริญด้วยกัน ทั้งนั้น หลีกเลี่ยงหนีความเสื่อมสิ้นด้วยกันทั้งนั้น ความ เสื่อมเป็นอนิฏฐผล ไม่เป็นที่ปรารถนาแก่ประชาชนทุกหมู่ เหล่า ความเจริญเล่าเป็นอิฏฐิผล” เป็นที่ปรารถนาแก่ ประชาชนทุกหมู่เหล่าดุจเดียวกัน เหตุนั้นเราท่านทั้งหลาย ทั้งคฤหัสถ์บรรพชิต บรรดามาสโมสรในสถานที่นี้ทุกถ้วน หน้า ก็ต้องการเหตุเครื่องถึงซึ่งความเจริญดุจเดียวกัน เมื่อ เป็นดังนั้น จอมนสิการกำหนดไว้ในใจ ในเวลาที่สดับตรับฟัง พระธรรมเทศนาสืบต่อไป ในสัปดาห์ก่อนโน้นได้แสดงตาม วาระพระบ

หัวข้อประเด็น

- ความเจริญและความเสื่อมในสังคม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ (๓ ครั้ง) ปฏิรูปเทสวาโส จ ปุพเพ จ กตปุญญตา อตุผสมมาปณิธิ จ เอดมุมจุดสมุดมนติฯ ณ บัดนี้ อาตมภาพจักได้แสดงมงคลกถา วาจา เครื่องกล่าวปรารภเหตุเครื่องถึงซึ่งความเจริญ ดังนี้ เป็น ข้อใหญ่ใจความ ในสากลโลกก็ต้องการความเจริญด้วยกัน ทั้งนั้น หลีกเลี่ยงหนีความเสื่อมสิ้นด้วยกันทั้งนั้น ความ เสื่อมเป็นอนิฏฐผล ไม่เป็นที่ปรารถนาแก่ประชาชนทุกหมู่ เหล่า ความเจริญเล่าเป็นอิฏฐิผล” เป็นที่ปรารถนาแก่ ประชาชนทุกหมู่เหล่าดุจเดียวกัน เหตุนั้นเราท่านทั้งหลาย ทั้งคฤหัสถ์บรรพชิต บรรดามาสโมสรในสถานที่นี้ทุกถ้วน หน้า ก็ต้องการเหตุเครื่องถึงซึ่งความเจริญดุจเดียวกัน เมื่อ เป็นดังนั้น จอมนสิการกำหนดไว้ในใจ ในเวลาที่สดับตรับฟัง พระธรรมเทศนาสืบต่อไป ในสัปดาห์ก่อนโน้นได้แสดงตาม วาระพระบาลีว่า อเสวนา จ พาลาน ปณฺฑิตาน จ เสวนา ปูชา จ ปูชนียานํ การไม่คบคนพาล คบแต่บัณฑิต บูชาสิ่ง ที่ควรบูชา สามข้อนี้เป็นเหตุเครื่องถึงซึ่งความเจริญโดยแท้ ได้แสดงมาแล้ว วันนี้จะแสดงใน ปฏิรูปเทสวาโส เป็นลำดับไป การ อยู่ในประเทศอันสมควร เรียกว่า ปฏิรูปเทสวาโส ปุพเพ จ กตปุญญตา ความเป็นผู้ได้กระทำความดีไว้ในปางก่อน อตฺต สมมาปณิธิ จ การตั้งตนไว้ชอบ เอดมมงคลมุตตม สามข้อนี้เป็นเหตุเครื่องถึงความเจริญสูงสุด นี่ตามวาระ พระบาลี คลี่ความเป็นสยามภาษา ต่อแต่นี้จะอรรถาธิบาย ขยายความเป็นลำาดับไป ปฏิรูปเทสวาโส การอยู่ในประเทศอันสมควรนั้น เราต้องรู้จักประเทศ คือประเทศที่เราอยู่ในบัดนี้เรียกว่า ประเทศไทย มีประเทศอื่นอยู่รั้วรอบขอบชิด เรียกว่าประเทศ ใกล้ชิดติดกัน ประเทศอินโดจีนนี่ก็เป็นประเทศ ประเทศลาว ก็เป็นประเทศ ประเทศพม่าก็เป็นประเทศ ต่อออกไปจาก พม่าก็เป็นประเทศอินเดีย ประเทศลังกาต่อไปอีก ไปทาง ยุโรปมีมากประเทศที่เดียว ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส กว้างออกไปอีกคือประเทศเยอรมัน และประเทศเยอรมันนั้น เป็นประเทศลอกแลก ตายแล้วกลับฟื้นขึ้น เวลานี้ฟื้นขึ้นแล้ว ฟื้นขึ้นครึ่งประเทศ ยังไม่ฟื้นหมดประเทศ แปลก ประเทศ ก็รู้จักเป็นรู้จักตายเหมือนกัน เมื่อรู้จักหลักอันนี้ ประเทศนั้น แหละเป็นหลักอันสำคัญ ถ้าว่ามนุษย์อยู่ในประเทศใดไม่มี พุทธศาสนา ประเทศนั้นเป็นประเทศเรียกว่าไม่มีศาสนา แน่นอน ประเทศเหล่านั้นเรียกว่าประเทศโยกคลอน เพราะ ถ้าประเทศใดมี ศาสนาเป็นตัวสําคัญของประเทศนัก พุทธศาสนาที่แน่นอน ประเทศนั้นก็เป็นหลักฐาน เป็น ประเทศที่เป็นหลักเป็นประธานของโลกทีเดียว ในบัดนี้ ประเทศต่าง ๆ พุทธศาสนาง่อนแง่นคลอนแคลน ใน แหลมทองนี้มีอยู่ ๕ ประเทศ ประเทศลาว มอญ พม่า ประเทศเขมร และประเทศไทย ห้าประเทศนี้เป็นประเทศ ที่นับถือพระพุทธศาสนา มีศาสนาที่แน่นแฟ้น ไม่ยักเยื้อง แปรผันไปตามใคร พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่มีคำสอน เป็นนิยยานิกธรรม จริง ๆ น่าสัตว์ออกจากไตรภพแท้ๆ เรียกว่ากระแสพระพุทธฎีกา สิบลำดับของโลกของธรรมมา พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกก็ขนเวไนยสรรพสัตว์ให้พ้นจาก ไตรวัฏ ๒๔ อสงไขยเศษ ๆ ทุก ๆ พระองค์มา บัดนี้เราเกิดมาเป็นไทย เราได้อยู่ในประเทศไทย มีศาสนาปรากฏอยู่ในประเทศไทยนี้ เรียกว่าพุทธศาสนา เราเป็นภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ตั้งอยู่ในพุทธ ศาสนาด้วย นี้เป็นปฏิรูปเทส ไม่ใช่อื่น ตรงนี้เป็นปฏิรูปเทส เมื่อครั้งพุทธกาลโน้น อินเดียเป็นปฏิรูปเทส แล้วก็ต่อมาลังกา เป็นปฏิรูปเทส บัดนี้อินเดียไม่เป็นปฏิรูปเทสเสียแล้ว เท่ากับ มิลักขประเทศที่มีศาสนานั่นเฟือนหมดแล้ว เราไม่สมควร จะไปประพฤติปฏิบัติ เวลานี้พุทธศาสนารุ่งโรจน์อยู่ใน ประเทศไทยแห่งเดียว ประเทศพม่า ประเทศเขมร ประเทศ ลาว เขาก็พอใช้ เขาก็ดีเหมือนกัน แต่ว่าแน่นแฟ้นสำคัญ ไม่รู้จักแยกแตกสลายละก็ต้องประเทศไทย เพราะมี พระเจ้าแผ่นดินเป็นอัครศาสนูปถัมภ์ทีเดียว เรียกว่า อุปถัมภ์ศาสนาอย่างเลิศ พระเจ้าแผ่นดินเป็นศาสนูปถัมภ์ ทีเดียว นี่เป็นปฏิรูปเทส ประเทศที่สมควรที่เราจะพึง ประพฤติปฏิบัติในศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณ * แสดง ณ วันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖ * อิฏฐผล ผลเป็นที่พอใจ: ตรงข้ามกับ อนิฏฐผล * ธรรมที่นำสัตว์ออกจากทุกข์ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More