ความเป็นมาของวัดบวรนิเวศวิหาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 4 หน้า 27
หน้าที่ 27 / 140

สรุปเนื้อหา

นํานานวัด ความเป็นมาของวัดบวรนิเวศวิหาร มีความเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ ๒ พระองค์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัย รัชกาลที่ 9 สวรรคตในปี พ.ศ. ๒๓๖๗ โดยมิได้ทรงมอบราชสมบัติ แก่พระราชวงศานุวงศ์พระองค์ใด ขณะ นั้น มีผู้ที่สมควรจะได้สืบราชสมบัติอยู่ ๒ พระองค์ คือ พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พระเจ้าลูกยา เธอพระองค์ใหญ่ และสมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ สมมุติเทววงศ์ฯ แต่สมเด็จพระอนุชาทรงผนวชอยู่ พระ ราชวงศานุวงศ์และข้าราชการทั้งปวง จึงได้ถวายราชสมบัติแด่พระเชษฐา เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๓ ทรงพระ พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงคัล เมื่อปีวอก พ.ศ. ๒๓๗๙ (เวลานั้นพระ ชันษาได้ ๓๒ พรรษา ทรงผนวชได้ ๑๒ พรรษา) ทรงพระกรุณาโปรดให้เลื่อน และ สมณศักดิ์

หัวข้อประเด็น

- ความเป็นมาของวัดบวรนิเวศวิหาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นํานานวัด ความเป็นมาของวัดบวรนิเวศวิหาร มีความเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ ๒ พระองค์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัย รัชกาลที่ 9 สวรรคตในปี พ.ศ. ๒๓๖๗ โดยมิได้ทรงมอบราชสมบัติ แก่พระราชวงศานุวงศ์พระองค์ใด ขณะ นั้น มีผู้ที่สมควรจะได้สืบราชสมบัติอยู่ ๒ พระองค์ คือ พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พระเจ้าลูกยา เธอพระองค์ใหญ่ และสมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ สมมุติเทววงศ์ฯ แต่สมเด็จพระอนุชาทรงผนวชอยู่ พระ ราชวงศานุวงศ์และข้าราชการทั้งปวง จึงได้ถวายราชสมบัติแด่พระเชษฐา เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๓ ทรงพระ พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงคัล เมื่อปีวอก พ.ศ. ๒๓๗๙ (เวลานั้นพระ ชันษาได้ ๓๒ พรรษา ทรงผนวชได้ ๑๒ พรรษา) ทรงพระกรุณาโปรดให้เลื่อน และ สมณศักดิ์ขึ้นเสมอเจ้าคณะรอง พระราชทานชื่อวัดใหม่ว่า “วัดบวรนิเวศ วิหาร” เป็นเสมือนประกาศให้รู้ว่า ทรง เทียบพระอนุชาธิราชไว้ในฐานะกรม พระราชวังบวรสถานมงคล ตำแหน่ง นามว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า | มหาอุปราช เพราะคำว่า “บวรนิเวศ” เจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว พระองค์ทรงสถาปนาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นศักดิพลเสพ เป็นพระมหา อุปราชทรงพระนามว่า สมเด็จพระ บวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวร มหาศักดิพลเสพ และในปี พ.ศ. ๒๓๖๗ นั้นเอง สมเด็จพระบวรราชเจ้าพระองค์ นั้นก็ทรงสร้างวัดขึ้นวัดหนึ่ง ประทาน นามว่า “วัดใหม่” ทรงสร้างวัดนี้เรื่อยมา จนทิวงคตในปี พ.ศ. ๒๓๗๕ เมื่อพระมหาอุปราช ทิวงคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มิได้ทรงตั้งกรมพระราชวังบวรอีก แต่ ทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎ สมมุติเทววงศ์ ซึ่งทรงผนวช และประทับอยู่ ณ วัดสมอราย (วัดราชา ธิวาสในปัจจุบัน) เสด็จมาครองวัดใหม่ เทียบกันได้กับ “บวรสถาน” ซึ่งเป็น พระราชวังที่ประทับของสมเด็จกรม พระราชวังบวรสถานมงคล ที่เรียกกัน ว่า “วังหน้า” อีกอย่างหนึ่งวัดนี้เรียก กันสั้น ๆ ว่า “วัดบน” เทียบกันได้กับ “วังบน” อันเป็นคำเรียกพระบวรราชวัง อีกชื่อหนึ่ง สภาพในปัจจุบัน วัดบวรนิเวศวิหาร ปัจจุบันได้ รวมเอาวัดรังษีสุทธาวาสเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งได้กลายเป็นบริเวณคณะเหลืองรังษี คณะแดงรังษี โรงเรียนพระปริยัติธรรม และยังเป็นที่ปรากฏอยู่มี พระอุโบสถวัด รังษี พระวิหารคณะรังษี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญ และงดงามหลายอย่าง มีชื่อเสียงและ ประวัติความเป็นมาน่าสนใจศึกษา เพราะ เป็นโบราณสถานที่แสดงถึงศิลปวัฒน ธรรมของชาติไทยในอดีตกาล อาทิ... พระอุโบสถและพระ พุทธรูปคู่แผ่นดิน พระอุโบสถมีขนาดใหญ่ มีมุข คือส่วนที่ยื่นออกมา ๓ มุข มุขหน้ายื่น ไปทางทิศเหนือ อีก ๒ มุขยื่นไปทาง ทิศตะวันออกมุขหนึ่ง และทิศตะวันตก มุขหนึ่ง หลังคามุงกระเบื้องเคลือบเป็น กรมหมื่นศักดิพลเสพ (พระองค์เจ้าอรุโณทัย) เป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๑๗ ในพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงมีศักดิ์ เป็นพระเจ้าอา ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว Kalyanamitra.org ๒๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More