ข้อความต้นฉบับในหน้า
“คุณเล็ก...”
ผมยกมือ ชิงเธอพูดต่อ
“แต่ที่ผมหนักใจก็คือ วัน ๆ
ในสมองของพ่อมีแต่เรื่องกำไร ถ้าผม
พูดเรื่องนี้ หากท่านไม่ช็อคก็คงหาว่าผม
บ้า ตลอดเวลาที่ผ่านมาพ่อไม่เคยได้ยิน
เรื่องการสร้างบารมี ท่านไม่เคยรู้จัก
ความสุขที่แท้จริง สิ่งที่ท่านรู้ก็คือความ
พอใจที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แล้วท่าน
ก็คว้าหาเอาใหม่ไม่สิ้นสุด...”
“คุณยังไม่ได้เริ่มอย่าเพิ่งท้อซิคะ
อยากให้ท่านทำบุญ คุณก็ต้องแนะ
ท่านให้รู้จักบุญก่อน ไม่มีใครหรอก
ที่ตนจะได้สะสมบุญ”
กลับผุดมาให้เห็นเป็นฉาก ๆ ผมจึงเสีย
เวลามากกับการเริ่มต้นใหม่ ดีที่ใจของ
“ไม่เป็นไรนะคะ หลวงพ่อท่าน
ค่ะที่รู้จักบุญแล้วจะปฏิเสธโอกาส ผมยังเบิกบานไม่หงุดหงิด
“ผมกลัวไม่ทันกาลนะสิ กัลยาณ | สอนไว้ว่าให้อดทน ทำใจให้สบายไม่
มิตรที่คุณเล่าทำงานยิ่งกว่าผึ้ง ธรรมะก็
แน่น ปัญญาอย่างผมจะโน้มน้าวใจพ่อ
กับแม่วิธีไหนจึงจะทัน”
“นั่งสมาธิแล้วอธิษฐานจิตทุก
วันสิคะ การเป็นกัลยาณมิตรให้กับ
พ่อและแม่ได้บุญมากนะคะ ระหว่าง
นี้เราก็ทำบุญของเราไปเรื่อย ๆ คุณ
พ่อคุณแม่รักคุณมากเป็นทุนอยู่แล้ว
ถ้าท่านเห็นว่าคุณปฏิบัติธรรมแล้ว
มีความสุข ความดี เลิกเหล้า เลิกบุหรี่
และสิ่งไม่ดีอื่น ๆ ที่เคยทำได้ คุณย่อม
จะโน้มน้าวจิตใจท่านได้สำเร็จ”
วัดที่ดี หรือดีที่วัด
ผมถูกพ่อสอนมาตั้งแต่เด็กว่า
ทำสิ่งใดต้องตั้งใจทำให้ดี ทำให้ได้
เมื่อฝึกสมาธิ ผมจึงตั้งใจฝึกอย่าง
จริงจังตามวิธีการที่หลวงพ่อสอน
ความที่ผมเคยเหลวไหลมามาก
เมื่อนั่งสมาธิใหม่ ๆ “ภาพ”ต่าง ๆ ใน
อดีต ทั้งที่ยังจำได้และที่คิดว่าลืมไปแล้ว
ต้องกังวล”
ภรรยาของผมจะคอยปลอบ และ
ให้กำลังใจทุกครั้งเมื่อผมเล่าให้ฟัง
การนั่งสมาธิมาก ๆ เป็นประจำ
แม้ใจของผมจะไม่สงบเท่าที่ควร เพราะ
มีเรื่องมารบกวนมาก ประกอบกับยังวาง
ใจไม่ถูกส่วน แต่ผมสังเกตตนเองได้ใน
ระยะหลังว่า ผมใจเย็นมากขึ้น เวลาคิด
ก็มีเหตุมีผลมีสาระประโยชน์ ผิดกับแต่
ก่อน
วันหนึ่งพ่อเรียกผมไปพบที่
ธนาคาร ในห้องทำงานส่วนตัวของท่าน
ผมทรุดตัวลงนั่ง ยังไม่ทันเอ่ย
ปากถาม ท่านก็ชี้ให้ดูแฟ้มที่วางไว้บน
โต๊ะ ในนั้นมีเอกสารและบันทึกอยู่หลาย
แผ่น ผมเปิดดูผ่าน ๆ จับใจความตอน
ท้ายว่า “ผลของการสอบสวนของคณะ
กรรมการนาย....ควรรับโทษถึงขั้นออก
จากงาน ทั้งนี้สุดแท้แต่ท่านประธานจะ
พิจารณาลงนามในประกาศที่แนบมา
ด้วยนี้ หรือจะวินิจฉัยให้เป็นอย่างอื่น”
“ถ้าแกเป็นประธานกรรมการอย่าง
พ่อ ลองบอกสิว่าแกจะตัดสินใจอย่างไร
ถึงเวลาที่แกควรจะเตรียมตัวได้แล้ว”
พ่อบอกผมด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจัง
“ให้เขาออกเราก็มีคนแทนได้ทันที
ครอบครัวเขาจะลำบากไหมพ่อถ้าเขา
ต้องตกงาน?”
“จะไปรู้ ถ้าเขาไม่รู้จักห่วงครอบ
ครัวมันก็ช่วยไม่ได้”
ส่วนมากมนุษย์เราก็มักจะเป็น
อย่างนี้ ตัวเองเดือดร้อนนิดหน่อยทน
ไม่ได้ ส่วนคนอื่นจะทุกข์ยากมากมาย
อย่างไรไม่เคยคิด
“จริง ๆ แล้วพ่อคิดว่าเขาทำผิด
หรือเปล่าครับ?”
“ก็ไม่เชิง แต่เขาเป็นผู้จัดการก็
ต้องรับผิดชอบ”
“เสียหายกี่ล้านครับ?”
“ไม่ถึงล้านหรอก แต่ก็เฉียดเต็มที่”
“ได้ตำแหน่งผู้จัดการเมื่ออายุ ๓๐
ตอนนี้อายุ ๓๙ เป็นมาแล้ว ๙ ปี ถ้าทำ
กำไรให้อย่างน้อยปีละ ๑ ล้าน ๙ ปีก
๙ ล้าน ได้มา ๙ เสียไป ๑
พ่อนั่งฟังผมพูดอย่างสนใจ
“เรียกเขามาพบเถอะครับ ลอง
ถามเรื่องครอบครัวหรือเรื่องสุขภาพของ
13
Kalyanamitra.org