ข้อความต้นฉบับในหน้า
๕๒
๒. ผลาญปัญญา ทำให้เราไม่รู้จักค่าของเงินตาม
ความเป็นจริง นักพนันเมื่อตอนที่เงินขาดมือ เขาจะมอง
ดูเงินเหมือนอย่างกับเทพเจ้าที่สามารถบันดาลอะไร ๆ ให้
เขาได้ ลืมไปว่ายังมีอีกหลาย ๆ สิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ ครั้นพอ
เขาได้เงินมาแล้ว เนื่องจากเขารู้ดีว่าเงินเหล่านี้คงจะอยู่กับเขา
ไม่นาน อาจจะเสียการพนันหมดเนื้อหมดตัวไปเมื่อไรก็ไม่รู้
เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะเสียไป เขาจึงต้องรีบกินรีบใช้รับจ่าย
เสียก่อนที่มันจะไปอยู่กับคนอื่น ของบางอย่างไม่ควรใช้ก็ใช้
ไม่ควรจ่ายก็จ่าย กลายเป็นคนฟุ่มเฟือย ตอนนั้นเขาเห็นเงิน
เหมือนเศษกระดาษ ครั้นเงินหมดเขาก็หิวเงินอีกต่อไป กลาย
เป็นว่าเขาต้องหิวเงินทั้งชาติ ปัญญาที่มีอยู่แทนที่จะใช้ให้
เป็นประโยชน์ก็เอาไปคิดคดโกงเขา
๓. ผลาญเวลา นักพนันเมื่อลงมือเล่น เขาจะลืม
ทุกสิ่งทุกอย่าง แม้เวลาเขาก็ลืม ถึงคราวเสีย ก็จะยิ่งทุ่มเท
หาทางเอาคืนกลับมาให้ได้ ไม่ได้ก็ไม่เลิก หรือกว่าจะเลิกก็
ต้องรอให้เงินหมดเสียก่อน ถึงได้ก็ไม่รู้จักพอ วันเวลาก็ผ่าน
ไป ๆ เรื่อย ๆ เสียงานเสียการอย่างอื่นโดยเขาไม่รู้ตัว
๔. ผลาญสุขภาพ นักพนันเมื่อลงมือเล่นแล้ว ก็มัก
จะต้องอดตาหลับขับตานอน กลั้นอุจจาระปัสสาวะ กิน
อาหารไม่เป็นเวลา ในที่สุดสุขภาพก็เสื่อม โรคภัยไข้เจ็บก็
เบียดเบียน
รวมความแล้ว การพนันผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง แม้
แต่ความเป็นคน ถึงได้เงินมาเงินนั้นก็ไม่อาจจะเก็บรักษา
ไว้ให้เกิดประโยชน์ได้ เขาจึงไม่รวยสักที
การพนันแม้เล่นกันสนุก ๆ ไม่ถึงกับเสียทรัพย์ ก็ไม่
สมควรเล่น เพราะถึงอย่างไรก็เสียเวลาเปล่า และที่สำคัญ
คือ เพาะนิสัยให้เป็นคนชอบเสี่ยง ขาดเหตุผล กลาย
เป็นคนเชื่อเรื่องดวง เชื่อโชคชะตา ซ้ำยังเพาะนิสัยให้
เป็นคนชอบพูดเพ้อเจ้อ เพราะต้องกระเซ้าเย้าแหย่คู่แข่ง
ให้เขาเผลอสติ จะได้มีโอกาสเล่นชนะได้ง่ายเข้า เป็นการ
เพาะนิสัยให้เป็นคนที่มีเหลี่ยมมีคู่และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง
ขึ้นชื่อว่า การพนันแล้วไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหน อย่า
เล่นเลยดีกว่า
อยากตาย
โอ้ละเอีย โอละเห่ นาฬิกาต้นตก ปลูกไว้ว่าจะ
แถมพก หนุ่มน้อยจะมีเมีย แค้นใจด้วยไอ้กระรอก
มันมากัดดอกมะพร้าวเสีย เจ้าก็ชวดมีเงิน ว่าจะกิน
ยาตายกินข้าวเหนียวนึ่ง กินน้ำผึ้งกับนมควาย กิน
เสียจะให้ตาย เสียดายแต่ดวงอุแม่นา
ถาม หลวงพ่อครับ บางครั้งผิดหวังอย่างแรง นึก
อยากฆ่าตัวตาย จะทำอย่างไรดีครับ?
ตอบ คุณเอ๊ย คนเราไม่ต้องฆ่า ถึงเวลามันก็ตายอยู่
แล้ว อย่าไปเสียเวลาคิดฆ่าตัวตายให้โง่อยู่เลย อย่างไร ๆ
มันตายแน่ ๆ แต่ว่าก่อนจะตายนั่นน่ะ เราควรจะศึกษา
รับรู้ความจริงของชีวิต ของโลกเสียก่อน ไม่อย่างนั้น
เดี๋ยวความโง่จะติดตัวไปทุกชาติ
ประการแรก ที่เราจะต้องรู้คือ คนเราตายแล้วไม่
สูญ ถ้าตราบใดที่กิเลสยังไม่หมดก็ยังต้องเกิดใหม่อีกวันยังค่ำ
ประการที่สอง คือเป็นธรรมดาของโลกที่ว่า การที่คน
เราต้องประสบความทุกข์อย่างหนักหนาสาหัสขณะนี้ ไม่ใช่
เพราะเทวดาฟ้าดินที่ไหนมาดลบันดาลหรือกลั่นแกล้ง แต่เกิด
เพราะตัวเราเองนั่นแหละ ชาติที่แล้วเราสร้างบุญมาน้อย
แถมยังสร้างบาปเอาไว้มาก ความทุกข์ ความผิดหวังที่เกิด
ขึ้นนั้นเป็นผลบาปที่เราก่อไว้นั่นเอง พูดง่าย ๆ ทุกข์เพราะ
หนี้บาป
เพราะฉะนั้น แทนที่จะมาคิดฆ่าตัวตายเพื่อหนีทุกข์ สู้
อยู่ผจญทุกข์เสียดีกว่า เป็นการอดทนใช้หนี้บาป ใช้ให้หมด
เสียชาตินี้ จะได้ไม่ต้องลำบากในชาติหน้า แต่ถ้ารีบฆ่า
ตัวตายเสียตั้งแต่ชาตินี้ หนี้กรรมเก่ามันก็ยังไม่หมด
มิหนำซ้ำยังจะแถมเพิ่มความโง่เข้าไปในดวงใจอีกด้วย
เลิกทำตัวเป็นคนขี้แยขี้แพ้เสียที ดูซิ แม้มดปลวกตัวเล็กตัว
น้อย มันยังกล้าเผชิญหน้าทนชดใช้หนี้กรรมของมัน แล้วเรา
เป็นคนมีสติปัญญามากมายมหาศาล จะต้องมายอมแพ้อ่อน
ข้อท้อถอย รีบหนีหน้าฆ่าตัวตายไปจากโลกนี้ทำไมเล่า
ทำอย่างนี้สิ เมื่อประสบความทุกข์หนักหนาสาหัส
อย่างไรก็ตาม พยายามใช้ปัญญาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ให้เต็มความสามารถ ไม่ต้องน้อยใจในโชคชะตา
และหาโอกาสสร้างความดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ทั้งให้ทาน
รักษาศีล เจริญภาวนาอย่างเต็มที่ ให้บุญกุศลเหล่านี้
ช่วยบรรเทาทุกข์ไว้ในชาตินี้ แล้วจะมีความสุข มีความ
เจริญ มีความอิสระเต็มที่ในชาติหน้า อย่างนี้ไม่ดีกว่า
!! หรือ?
Kalyanamitra.org