ข้อความต้นฉบับในหน้า
วิทยาลัยจวนจะเปิดแล้ว หอพักเต็มไป
ด้วยคนจองล่วงหน้าไว้แล้ว จอยจึง
ต้องอยู่ที่พักนี้ตลอด ๓ เดือนแรกที่มา
รุ่งขึ้นได้พากันไปซื้อเครื่องกัน
ชั้นในตลอดตัวยาวลงมาคล้ายกางเกง
เพราะส่วนที่ปะทะหิมะมากที่สุดคือส่วน
ขา จึงต้องสวมกางเกงบลูยีนส์อย่างหนา
หรือกางเกงผ้าขนสัตว์ทับ Under Wear
หนาวทั้งหลาย เช่นท้อปบู๊ตกันหิมะ ถุง | อีกชั้นหนึ่ง สวมถุงเท้าขนสัตว์ให้เท้า
มือ และหมวก ของนอกจากนั้นเราขน
มาจากเมืองไทย เช่น สเวตเตอร์กันหนาว
เสื้อโอเวอร์โค้ตขนสัตว์ เสื้อท้อปโค้ดขน
ห่าน ที่น้าสมถวิลซื้อให้ ๑ ตัวก่อนเดิน
ทาง และอวดนักหนาว่าเสื้อขนห่านนี้
อุ่นกว่าเสื้อขนแกะเสียอีก เพราะเป็น
สินค้าที่ทำส่งออกขายต่างประเทศ แม่
ทำหน้าสงสัย บ่นพึมพำ
“ท่านเป็นสัตว์เมืองร้อน ขนจะ
อุ่นกว่าแกะที่เป็นสัตว์เมืองหนาวได้
อย่างไร”
แต่จอยก็พอใจว่าเสื้อขนห่านที่
น้าสมถวิลให้ ดูทันสมัยเหมาะกับเด็กวัย
รุ่น ไม่รุ่มร่ามเหมือนโอเวอร์โค้ตที่แม่
เตรียมไว้ให้ และก็น่าอัศจรรย์ที่ว่า
จอยมาอยู่ในเมืองที่อากาศหนาวจัด
ตลอด ๒ ปี ก็ได้อาศัยเสื้อขนห่านผลิต
ในประเทศไทยนี่แหละ ใช้สวมผลัดกัน
อยู่ ๓ ตัวจนหมดฤดูหนาว เสื้อโค้ตขน
สัตว์ของแม่เลยแขวนไว้เป็นที่ระลึกถึงแม่
อยู่ในตู้เสื้อผ้านั่นเอง และเวลาที่จอย
เห็นเด็กฝรั่งใส่เสื้ออย่างของจอยเวลา
เดินไปมหาวิทยาลัย จอยอยากสะกิด
บอกเหลือเกินว่า
“นี่ Made in Thailand นะจ๊ะ
ไม่ใช่ Made in U.S.A. หรือ Taiwan
อย่างที่พวกยูเข้าใจ”
ในยามฤดูหนาวเวลาไปมหาวิท
ยาลัย ก็ต้องแต่งกายทะมัดทะแมงเหมือน
นักเล่นสกีบนยอดเขา มิฉะนั้นก็คงทน
ความหนาวตลอดจนฝนหิมะไม่ไหว เริ่ม
แต่ต้องหา Under Wear ขนสัตว์ใส่
อุ่นมากที่สุด และสวมท้อปบู๊ตซับด้าน
ในด้วยขนสัตว์เช่นเดียวกัน เป็นท้อปบู๊ต
ครึ่งน่องชนิดกันลื่นหกล้มจากเกร็ดหิมะ
เรียนจนได้ ขากลับตอนค่ำอุณหภูมิลด
ต่ำลงอีกมากกว่าตอนเช้า เธอก็ฝืนใจ
เดินหอบหนังสือเรียนจากตึกไกลกลับที่
พัก ก็ทนความหนาวมาเรื่อย ๆ จนมือชา
หมดความรู้สึก กลับมาถึงที่พักปรากฏ
ว่าประสาทมือชาแข็งหมด กำมือไม่ได้
จนเกือบจะพิการไป แต่จอยก็ไม่ทราบ
ผลในเวลาต่อมาว่าได้แก้ไขอย่างใด
ที่ละลายเต็มถนน ส่วนท่อนบนก็ใส่
สเวตเตอร์แขนสั้น ทับด้วยสเวตเตอร์
และทุเลาขึ้นหรือไม่ แม่ทราบเรื่องนี้
ก็เลยลงทุนซื้อถุงมือหนัง ๒ คู่ให้จอย
แขนยาวจนอุ่น มีท้อปโค้ดขนห่านประดับ
คู่หนึ่งแม่ใส่ไว้ให้ในกระเป๋าเรียน เพราะ
เป็นชิ้นสุดท้าย สวมหมวกหนาคลุม
รู้ว่าถึงอย่างไรก็ลืมเอากระเป๋าเรียนไป
ศีรษะคลุมหน้าลงมาจนปิดจมูก เหลือ ไม่ได้ อีกคู่หนึ่งให้สวมมือเวลาออก
แต่ลูกตาและปากถึงคางไว้หายใจ เพราะ
อากาศที่หนาวและแห้งอย่างเมืองวิส
คอนซินนี้ ถ้าไม่ปิดจมูกให้อบอุ่นดี อาจ
มีเลือดกำเดาไหลออกจากจมูกได้ จึง
มองดูแล้วเหมือนผู้หญิงอาหรับ และจะ
ลืมถุงมือไม่ได้เป็นอันขาด เคยมีนัก
ศึกษาหญิงต่างชาติคนหนึ่งชะล่าใจ เดิน
ทางไปมหาวิทยาลัยไปได้ครึ่งทาง ทราบ
ว่าลืมเอาถุงมือมา แต่ก็แข็งใจเดินไป
จากที่พัก แม่เตรียมไว้ให้เหมือนสมัย
จอยอยู่โรงเรียนอนุบาล จอยจึงได้คิด
ว่าอันที่จริงมีแม่มาส่งนี่ก็ดีเหมือนกัน
เพราะแม่คิดรอบคอบกว่าจอยมาก ถ้า
เป็นจอยก็คงมีถุงมือเพียงคู่เดียวแหละ
คงคิดไม่ถึงว่าควรมีสำรองไว้เผื่อขาด
เผื่อเหลือหรือเผื่อหายอีก ๑ คู่ และถ้า
เวลารีบก็คงมีการลืมกันบ่อยทีเดียว
เมื่อจอยบ่นอ่อย ๆ ว่าซื้อถุงมือดี ๆ ตั้ง
๒ คู่เสียดายเงิน แม่รีบท้วงว่า
Kalyanamitra.org
๑๑๙