การกำเนิดบาป วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 4 หน้า 113
หน้าที่ 113 / 140

สรุปเนื้อหา

บาปเกิดที่ตัวคนทำเองคือเกิดที่ใจของคนทำ ใครไป ทำชั่วเข้า บาปก็กัดกร่อนใจของคนนั้นให้เสียคุณภาพ เศร้าหมอง ขุ่นมัวไป ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน ไปไม่เกี่ยวกับคนอื่น เอาเป็นบาป ลูกหลานทั่วโลกจึงมีบาป ติดต่อมาด้วย โดยนัย ศาสนาคริสต์ เชื่อว่าบาปตกทอดถึงกันได้โดยสายเลือด สําหรับพระพุทธศาสนา เนี่องจาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงฝึกสมาธิมา อย่างดีเยี่ยมไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน เป็นผล ให้พระองค์ทรงเห็นและรู้จักธรรมชาติของ กิเลส อันเป็นต้นเหตุแห่งบาปทั้งหลาย ได้อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง และ สามารถกำจัดกิเลสเหล่านั้นออกไปได้โดย สิ้นเชิงและเด็ดขาด พระองค์ได้ตรัส สรุปเรื่องการกำเนิดของบาปไว้อย่าง ชัดเจนว่า "นตก ปาย อกุนนโต บาปย่อม ไม่มีแก่บุคคลผู้ไม่ทำบาป “อตตนาว กต ปาง อัตตนา สงฺกิลิสสติ ใครทำบาป คนนั้นก็ บาปเอง

หัวข้อประเด็น

- การกำเนิดบาป

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บาปเกิดที่ตัวคนทำเองคือเกิดที่ใจของคนทำ ใครไป ทำชั่วเข้า บาปก็กัดกร่อนใจของคนนั้นให้เสียคุณภาพ เศร้าหมอง ขุ่นมัวไป ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน ไปไม่เกี่ยวกับคนอื่น เอาเป็นบาป ลูกหลานทั่วโลกจึงมีบาป ติดต่อมาด้วย โดยนัย ศาสนาคริสต์ เชื่อว่าบาปตกทอดถึงกันได้โดยสายเลือด สําหรับพระพุทธศาสนา เนี่องจาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงฝึกสมาธิมา อย่างดีเยี่ยมไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน เป็นผล ให้พระองค์ทรงเห็นและรู้จักธรรมชาติของ กิเลส อันเป็นต้นเหตุแห่งบาปทั้งหลาย ได้อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง และ สามารถกำจัดกิเลสเหล่านั้นออกไปได้โดย สิ้นเชิงและเด็ดขาด พระองค์ได้ตรัส สรุปเรื่องการกำเนิดของบาปไว้อย่าง ชัดเจนว่า "นตก ปาย อกุนนโต บาปย่อม ไม่มีแก่บุคคลผู้ไม่ทำบาป “อตตนาว กต ปาง อัตตนา สงฺกิลิสสติ ใครทำบาป คนนั้นก็ บาปเอง “อตตนา อกติ ปาป่ อตตนาว สุชาติ ใครไม่ทำบาป คนนั้นก็บริสุทธิ์” พระพุทธวจนะนี้ เป็นเครื่องยืนยัน การค้นพบของพระองค์ว่า บาปเป็นเรื่อง เฉพาะตัว ไม่ใช่สิ่งติดต่อกันได้ ใครทำบาปคนนั้นก็ได้บาป ใครไม่ทำ บาปก็รอดตัวไป พ่อท่าบาปก็เรื่องของพ่อ ลูกทำบาปก็เรื่องของลูก คนละคนกัน เปรียบเหมือนก่อกินข้าวพ่อก็อิ่ม ลูกไม่ได้ กินลูกก็หิว หรือลูกกินข้าวลูกก็อิ่ม พ่อไม่ ได้กินข้าวพ่อก็หิว ไม่ใช่พ่อกินข้าวอยู่ ที่บ้านลูกอยู่บนยอดเขาแล้วจะอิ่มไปด้วย เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัว ใครทำใครได้ ดังนั้นตามความเห็นของพุทธศาสนา บาปจึงเกิดที่ตัวคนทําเอง คือเกิดที่ ใจของคนทํา ใครไปท่าชั่วเข้า บาปก็ กัดกร่อนใจของคนนั้นให้เสียคุณภาพ เศร้าหมอง ขุ่นมัวไป ทำให้เกิดความทุกข์ ทรมานไป ไม่เกี่ยวกับคนอื่น วิธีล้างบาป เมื่อทัศนะในเรื่องกำเนิดบาปต่าง กันดังกล่าว วิธีล้างบาประหว่างศาสนา ที่มีพระเจ้า กับของพระพุทธศาสนาจึงห่าง กันราวฟ้ากับดิน ศาสนาที่เชื่อพระเจ้า เชื่อผู้สร้าง ผู้ศักดิ์สิทธิ์ สอนว่า พระเจ้า ทรงไว้ซึ่งสิทธิ์ขาด ที่จะยกเลิกบาปให้ ใคร ๆ ได้โดยการไถ่บาป ขออย่างเดียว ให้ผู้นั้นภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าก็แล้วกัน แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงรู้ แจ้งโลกหาใครเสมอเหมือนมิได้ ครัสสอนว่า สุทธิ อสุทธิ ปจจตต์ "ความ บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ เป็นเรื่อง เฉพาะตัว นาญโญ คุณญ์ วิโสธย “ใครจะ ไถ่บาป ทำให้คนอื่นบริสุทธิ์ไม่ได้ พระพุทธวจนะทั้งหมดนี้ ปฏิเสธ ทัศนะที่ว่า บาปของคนหนึ่งจะตกทอดไป ยังอีกคนหนึ่งได้ และปฏิเสธลัทธิที่ว่า บาปที่คนหนึ่งทำแล้วจะมีผู้หนึ่งผู้ใดมา ไถ่ถอนให้ได้ วิธีการล้างบาปในพุทธศานา สามารถทำได้อย่างมีเหตุผลดังนี้ สมมุติว่าเรามีเกลืออยู่ซ้อนหนึ่ง ใส่ลงไปในน้ำ ๑ แก้ว เมื่อคนให้ละลาย แล้วลองชิมดู ผลเป็นอย่างไร “ก็เต็ม” ถ้าเอาน้ำแก้วนี้ใส่ลงในถังน้ำแล้ว เติมน้ำให้เต็ม ชิมดูเป็นอย่างไร “ก็แค่กร่อย ๆ ถ้าเอาน้ำในถังนี้ ใส่ลงในแท้งค์ น้ำฝนใบใหญ่ ชิมดูเป็นอย่างไร “ก็จืดสนิท- เกลือหายไปไหนหรือเปล่า ? “เปล่า ยังอยู่ครบถ้วนตามเดิม แล้วทําไมไม่เค็ม “ก็เพราะน้ำมันมีปริมาณมาก เจือจางจนกระทั่งเกลือหมดฤทธิ์ เราจึง ไม่รู้สึกถึงความเค็ม พระท่านเรียก อัพ โพหาริก แปลว่า มีเหมือนไม่มี คือเกลือ นั้นยังมีอยู่แต่ว่าหมดฤทธิ์เสียแล้ว ถือได้ ว่าไม่มี เช่นกัน วิธีล้างบาปในพุทธศาสนา ก็คือ การตั้งใจทำความดีสั่งสมบุญ ให้มากเข้าไว้ ให้บุญกุศลนั้นมาเจือ จางบาปลงไป การทำบุญอุปมาเสมือน เติมน้ำ ทำบาปอุปมาเสมือนเติมเกลือ เมื่อเราทำบาป บาปนั้นก็ติดตัวเราไป ไม่มีใครได้แทนได้ แต่เราจะต้อง หมั่นสร้างบุญกุศลให้มาก เพื่อมา เจือจางบาปให้หมดฤทธิ์ลงไปให้ได้ Kalyanamitra.org Go
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More