ข้อความต้นฉบับในหน้า
000
เมื่อเราทำบาป บาปนั้นก็ติดตัวเราไป ไม่มีใคร
ไถ่แทนได้ แต่เราจะต้องหมั่นสร้างบุญกุศลให้มาก
เพื่อมาเจือจางบาปให้หมดฤทธิ์ลงให้ได้
งดเว้นจากบาป
หมายความว่าอย่างไร
งด หมายถึง สิ่งใดที่เคยทำแล้ว
หยุดเสีย เลิกเสีย
เว้น หมายถึง สิ่งใดที่ไม่เคยท่า
ก็ไม่ยอมทําเลย
งดเว้นจากบาป จึงหมายความว่า
การกระทำใดก็ตามทั้ง กาย วาจา
ใจ ที่เป็นความชั่ว ความร้ายกาจ
๗. พูดเพ้อเจ้อ เช่น พูดพล่าม
พูดเหลวไหล พูดโอ้อวด
๔. คิดโลกมาก เช่น อยากได้ใน
ทางทุจริต เพ่งเล็งทรัพย์คนอื่น วางแผน
ทุจริต
๙. คิดพยาบาท เช่น คิดอาฆาต
คิดแก้แค้น คิดปองร้าย
๑๐. คิดเห็นผิด เช่น เห็นว่าบุญ
บาปไม่มี เห็นว่าบิดามารดาไม่มีพระคุณ
เห็นว่าตายแล้วสูญ เห็นว่ากฎแห่งกรรม
ไม่มี
ทำให้ใจเศร้าหมอง ถ้าเราเคยทำอยู่ วิธีงดเว้นจากบาป
ก็จะงดเสีย ที่ยังไม่เคยทำก็จะเว้น
ไม่ยอมทำโดยเด็ดขาด
สิ่งที่ทําแล้วเป็นบาป
คือ อกุศลกรรมบถ ๑๐ ได้แก่
๑. ฆ่าสัตว์ เช่น ฆ่าคน ยิงนก
ตกปลา รวมถึงทรมานสัตว์ กัดปลา
ชนไก่ ท่าร้ายร่างกาย
๒. ลักทรัพย์ เช่น ลักขโมย ปล้น
ฉ้อโกง หลอกลวง คอรัปชั่น
๓. ประพฤติผิดในกาม เช่น เป็นชู้
ฉุดคร่า อนาจาร
๔. พูดเท็จ เช่น พูดโกหก พูดเสริม
ความ พูด ความ ทำหลักฐานเท็จ
๕. พูดส่อเสียด เช่น พูดยุยงให้
เขาแตกกัน ใส่ร้ายป้ายสี
5. พูดคำหยาบ เช่น ค่า ประชด
แช่งชักหักกระดูก ว่ากระทบกระแทก
ให้สําเร็จ
คนเราประกอบขึ้นด้วยกายและใจ
โดยใจจะเป็นผู้คอยควบคุมภายให้ทำหรือ
ไม่ให้ทำสิ่งต่าง ๆ ที่ใจต้องการ พระสัม
มาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า
"ทุกอย่างมีใจเป็นใหญ่ สำเร็จ
ได้ด้วยใจ ถ้าใครมีใจชั่วเสียแล้ว
การพูด การกระทำของเขาก็ย่อมชั่ว
ตามไปด้วย เพราะการพูดชั่วทำชั่ว
นั้น ความทุกข์ก็ย่อมตามสนองเขา
เหมือนวงล้อเกวียนที่หมุนเวียนตามบด
ขยี้รอยเท้าโคที่ลากมันไป แต่ถ้ามีใจ
บริสุทธิ์ การพูด การกระทำ ก็ย่อม
บริสุทธิ์ตามไปด้วย เพราะการพูด
การกระทำ ที่บริสุทธิ์ดีงามนั้น ความสุข
ก็ย่อมตามสนองเขาเหมือนเงาที่ไม่
พรากไปจากร่างฉะนั้น”
ดังนั้น ผู้ที่ปรารถนาหาความสุข
ความก้าวหน้าทั้งหลาย จึงต้องฝึกใจ
ตนเองให้งดเว้นบาป ซึ่งทำได้โดย ต้อง
ฝึกให้ใจมีหิริโอตตัปปะ เสียก่อน
หิริโอตตัปปะคืออะไร
หิริ คือ ความละอายบาป เป็น
ความรู้สึกรังเกียจ ไม่อยากทำบาป
เห็นบาปเป็นของสกปรก จะทำใจของ
เราเศร้าหมอง จึงไม่ยอมทำบาป
โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัว
บาป เป็นความรู้สึกกลัว กลัวว่าเมื่อทำ
ไปแล้ว บาปจะส่งผลเป็นความทุกข์
ทรมานแก่เรา จึงไม่ยอมทำบาป
สมมุติว่าเราเห็นเหล็กชิ้นหนึ่งเปื้อน
อุจจาระอยู่ เรามีความรู้สึกรังเกียจ
ไม่อยากจับต้องเกรงว่าอุจจาระจะมาเปื้อน
มือเรา ความรู้สึกนี้เปรียบได้กับหิริคือ
ความละอายต่อบาป
สมมุติว่า เราเห็นเหล็กท่อนหนึ่ง
เผาไฟอยู่จนร้อนแดง เรามีความรู้สึกกลัว
ไม่กล้าจับต้อง เพราะเกรงว่าความร้อน
จะลวกเผาไหม้มือเรา ความรู้สึกนี้เปรียบ
ได้กับโอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวต่อผล
ของบาป
“สัตบุรุษ ผู้สงบระงับ ประกอบ
ด้วยหิริโอตตัปปะ ตั้งมั่นอยู่ในธรรม
ขาว ท่านเรียกว่าผู้มีธรรมของเทวดา
ในโลก
(พุทธสุภาษิต)
Kalyanamitra.org