การสร้างบารมีในชาติปางก่อน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 4 หน้า 13
หน้าที่ 13 / 140

สรุปเนื้อหา

ละเอียด เข้าถึงกายธรรมพระสกทาคา พระสกทาคาละเอียด เข้าถึงกายพระอนาคา พระอนาคาละเอียด เข้าถึงกาย พระอรหัต พระอรหัตละเอียด เมื่อเข้าถึงถูกต้องร่องรอย ดังนี้เรียกว่า อตตสมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ เมื่อตั้งตนไว้ชอบเช่นนี้ ทำอย่างไรจึงได้ชื่อว่า ปุพเพ กดปุญญตา ความเป็นผู้ได้กระทำความดีไว้ในปางก่อน เพราะตนได้อบรมสั่งสมบารมีมาแล้วตั้งแต่อเนกชาติสมควร แล้ว ครบแสนกัปป์แล้ว มาพบพระพุทธศาสนาอาจได้สำเร็จ มรรคผลทีเดียว เพราะบารมีพอแล้ว ทำอะไรที่เรียกว่าท่า ความดีน่ะ ที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์อย่างนี้น่ะ ชาติก่อนที่ แล้ว ๆ มา ได้อุตส่าห์ให้ทานตามความสามารถและตาม กำลังของตน ตามส่วนที่จะพึงให้ได้ บำเพ็ญทานไปดังนี้แหละ ของนอกกายมีเท่าไร ๆ ให้ไปให้หมด ไม่เหลือไว้เลย ดังนี้ เรียกว่า ทานบารมี เนื้อและเลือดก็ให้ได้ เว้นแ

หัวข้อประเด็น

- การสร้างบารมีในชาติปางก่อน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ละเอียด เข้าถึงกายธรรมพระสกทาคา พระสกทาคาละเอียด เข้าถึงกายพระอนาคา พระอนาคาละเอียด เข้าถึงกาย พระอรหัต พระอรหัตละเอียด เมื่อเข้าถึงถูกต้องร่องรอย ดังนี้เรียกว่า อตตสมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ เมื่อตั้งตนไว้ชอบเช่นนี้ ทำอย่างไรจึงได้ชื่อว่า ปุพเพ กดปุญญตา ความเป็นผู้ได้กระทำความดีไว้ในปางก่อน เพราะตนได้อบรมสั่งสมบารมีมาแล้วตั้งแต่อเนกชาติสมควร แล้ว ครบแสนกัปป์แล้ว มาพบพระพุทธศาสนาอาจได้สำเร็จ มรรคผลทีเดียว เพราะบารมีพอแล้ว ทำอะไรที่เรียกว่าท่า ความดีน่ะ ที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์อย่างนี้น่ะ ชาติก่อนที่ แล้ว ๆ มา ได้อุตส่าห์ให้ทานตามความสามารถและตาม กำลังของตน ตามส่วนที่จะพึงให้ได้ บำเพ็ญทานไปดังนี้แหละ ของนอกกายมีเท่าไร ๆ ให้ไปให้หมด ไม่เหลือไว้เลย ดังนี้ เรียกว่า ทานบารมี เนื้อและเลือดก็ให้ได้ เว้นแต่ชีวิตเท่านั้น ให้ดังนี้เรียกว่า ทานอุปบารมี ให้ชีวิตเป็นทานก็ได้ นี้ เรียกว่า ทานปรมัตถบารมี เมื่อให้ของนอกกายได้ตลอด ถึงชีวิตและเลือดเนื้อเช่นนี้ ได้ชื่อว่าตนได้บำเพ็ญทานของตน ไม่ใช่แต่ให้เท่านั้น ให้สูงยิ่งขึ้นไปกว่านั้น ครบปัญจมหา บริจาค ทานบารมี ทานอุปบารมี ทานปรมัตถบารมี ให้ ได้เกินกว่านั้น เรียกว่า ปุตตบริจาค ให้ลูกเป็นทานก็ได้ ให้ ตัวเป็นทานก็ได้ การให้อย่างนี้สูง ไม่ใช่ให้ง่าย ๆ ไม่ ใช่สละง่าย ๆ สละยากนัก คนใจไม่มั่นหมายในทานให้ ไม่ได้ ถ้ามั่นหมายในทานจึงจะให้ได้ เพราะฉะนั้น ปุพเพ กตปุญญตา ต้องทำความดีไว้ในปางก่อน ต้องบำเพ็ญทาน ให้มั่นหมาย ไม่ใช่บำเพ็ญอ่อนแง่นคลอนแคลน ให้ทานเป็น ของนอกกาย ให้ตลอดจนชีวิตและเลือดเนื้อ อย่างนี้ เรียกว่า ให้ทานจริงจัง คนที่สร้างบารมีต้องสร้างกันอย่างนี้ เรียกว่า ทำความดีไว้ในชาติปางก่อน เรียกว่าทานบารมี ศีลบารมีอีกดุจเดียวกัน การรักษาศีลให้บริสุทธิ์ไม่ มีเศร้าหมองด่างพร้อยอย่างหนึ่งอย่างใด ศีลบริสุทธิ์แท้ ๆ แน่วแน่ที่เดียว สมบัตินอกกายจะวอดวายอย่างหนึ่งอย่างใด ไม่ยอมให้ศีลเป็นอันตราย เรียกว่า ศีลบารมี แม้เลือดเนื้อ จะเป็นอันตรายไม่ยอมให้ศีลขาด เรียกว่า ศีลอุปบารมี แม้ชีวิตจะดับไปเดี๋ยวนี้ก็ไม่ยอมให้ศีลขาด เรียกว่า ศีล ปรมัตถบารมี เมื่อสมบูรณ์บริบูรณ์ด้วยศีลเช่นนี้ เรียกว่า ปุพเพ กตปุญญตา ความดีที่ทำไว้ในชาติก่อน เจริญภาวนาเล่าก็ดุจเดียวกัน เสียสมบัติภายนอก กายเว้นไว้แต่ชีวิตและเลือดเนื้อ ไม่ยอมให้เสียทางภาวนา เนื้อและเลือดจะแห้งเหือดหมดไปก็ไม่ว่า ไม่ยอมให้เสียทาง ภาวนา แม้ชีวิตจะดับไปก็ไม่ยอมให้เสียทางภาวนา มั่น หมายในทางภาวนาทีเดียว อย่างนี้เรียกว่า ภาวนาบารมี ภาวนาอุปบารมี ภาวนาปรมัตถบารมี ดุจเดียวกัน บ่า เพ็ญให้มั่นหมายในขันธสันดาน เรียกว่า ปุพเพกตปุญญตา ความเป็นผู้ได้กระทําความดีไว้ในชาติปางก่อน อุทาหรณ์ที่จะชักให้เห็นนั้นมีมาก ดังท่านผู้ปกครอง ประเทศ เช่นพระเจ้าแผ่นดิน ทำไมจึงเกิดเป็นพระเจ้าแผ่น ดิน ก็เพราะท่านเหล่านี้เป็นผู้ได้สั่งสมความดีไว้ในชาติปาง การเกิดเป็นกษัตริย์หรือเป็นพระเจ้าแผ่นดินไม่ใช่ ก่อน ของเกิดยาก ดังเช่นทุกกตบุรุษ บุรุษทำการรับจ้างของ อนาถปิณฑิกเศรษฐีในเมืองสาวัตถีในครั้งกระนั้น เวลาทุก กตบุรุษเสร็จจากการรับจ้างกลับมาเป็นเวลาเย็น เป็นวัน 6 ค่ำ แม่ครัวเขาก็หุงข้าวไว้ให้ แล้วก็ยกมาให้ทุกกตบุรุษ ทุกกตบุรุษจึงถามว่า “ท่านเจ้าข้า คนในบ้านเป็นอันมาก เคยเอิกเกริก โกลาหล หายไปไหนเล่า เงียบเชียบไปหมด” แม่ครัวเขาก็บอกว่า “คนในบ้านนี้เวลาวัน ๓ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ๑๕ ค่ำ เขารักษา ศีลกันทั้งหมดบ้าน เด็กเล็กก็ต้องรักษาศีลกันทั้งนั้น เขา ไม่รับประทานอาหารเย็นกันดอก ทุกกดบุรุษนักแต่ในใจว่า “เอ๊ะ เรามาทำการรับจ้าง ในบ้านที่เขารักษาศีลกัน เราเป็นคนไม่รักษาศีลมันก็ขัด จังหวะกัน ไม่ได้นา ชอบกล ศีลก็เป็นของรักษาได้ยาก เขา เป็นคนมั่งมีถึงขนาดนี้เขายังรักษาศีลกันทั้งบ้านทั้งช่อง เรา จนถึงขนาดนี้ใจยังหยาบช้ากล้าแข็ง ไม่รักษาศีลกับเขาบ้าง ล่ะ” คิดดังนี้แล้วก็ถามแม่ครัวว่า “ฉันจะรักษาศิลบ้างได้ไหมล่ะ แม่ครัวก็บอกว่า “ฉันจะไปถามนายดูก่อน” แม่ครัวก็รีบไปถามท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐีว่า “บุรุษทำการรับจ้างเขาจะรักษาศีล บ้างได้ไหมเจ้าคะ- ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีก็บอกว่า “ได้ แต่ว่าเป็นอุโบสถครึ่งวันนะ ไม่ได้เต็มวัน เพราะ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More