การมองทุกข์เพื่อความสุข วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 4 หน้า 99
หน้าที่ 99 / 140

สรุปเนื้อหา

มนุษย์ส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้ความอยาก ความดิ้นรน ออกหน้าแล้ววิ่งตาม เหมือนวิ่งตามเงา ของตนเองในเวลาบ่าย ยิ่งวิ่งตาม ก็ดูเหมือน เงาจะห่างตัวออกไปทุกที ไม่ว่าจะอยู่ในเพศไหนและภาวะ อย่างใด ถ้าสามารถพอใจในภาวะ นั้นได้ เขาก็มีความสุข คนยากจนหา เช้ากินค่ำ อาจจะมีความสุขกว่ามหาเศรษฐี หรือมหาราชผู้เร่าร้อนอยู่เสมอเพราะ ความปรารถนาและทะยานอยากอันไม่รู้ จักสิ้นสุด มนุษย์เราจะมีสติปัญญา ฉลาดปานใดก็ตาม ถ้าได้เสียแล้วซึ่ง ปัญญาในการหาความสุขให้แก่ตนโดย ทางที่ชอบ เขาผู้นั้นควรจะทะนงตน ว่าฉลาดกว่าสัตว์ละหรือ? มนุษย์ส่วน ใหญ่มักจะปล่อยให้ความอยาก ความ ดิ้นรน ออกหน้าแล้ววิ่งตามเหมือนวิ่งตาม เงาของตนเองในเวลาบ่าย ยิ่งวิ่งตามก็ดู เหมือนเราจะห่างตัวออกไปทุกที ทุกคน ต้องการและมุ่งมั่นในความสุข แต่ความ สุขก็เป็นเหม

หัวข้อประเด็น

- การมองทุกข์เพื่อความสุข

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มนุษย์ส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้ความอยาก ความดิ้นรน ออกหน้าแล้ววิ่งตาม เหมือนวิ่งตามเงา ของตนเองในเวลาบ่าย ยิ่งวิ่งตาม ก็ดูเหมือน เงาจะห่างตัวออกไปทุกที ไม่ว่าจะอยู่ในเพศไหนและภาวะ อย่างใด ถ้าสามารถพอใจในภาวะ นั้นได้ เขาก็มีความสุข คนยากจนหา เช้ากินค่ำ อาจจะมีความสุขกว่ามหาเศรษฐี หรือมหาราชผู้เร่าร้อนอยู่เสมอเพราะ ความปรารถนาและทะยานอยากอันไม่รู้ จักสิ้นสุด มนุษย์เราจะมีสติปัญญา ฉลาดปานใดก็ตาม ถ้าได้เสียแล้วซึ่ง ปัญญาในการหาความสุขให้แก่ตนโดย ทางที่ชอบ เขาผู้นั้นควรจะทะนงตน ว่าฉลาดกว่าสัตว์ละหรือ? มนุษย์ส่วน ใหญ่มักจะปล่อยให้ความอยาก ความ ดิ้นรน ออกหน้าแล้ววิ่งตามเหมือนวิ่งตาม เงาของตนเองในเวลาบ่าย ยิ่งวิ่งตามก็ดู เหมือนเราจะห่างตัวออกไปทุกที ทุกคน ต้องการและมุ่งมั่นในความสุข แต่ความ สุขก็เป็นเหมือนเงานั่นเอง ความสุขมิใช่ เป็นสิ่งที่เราจะต้องแสวงหาและมุ่งมอง หน้าที่โดยตรงที่มนุษย์ควรท่านั้น คือ การมองทุกข์ให้เห็น พร้อมทั้ง ตรวจสอบพิจารณาสาเหตุแห่งทุกข์ นั่นแล้วทำลายสาเหตุแห่งทุกข์เสีย โดยนัยนี้ความสุขก็จะเกิดขึ้นเอง เหมือน ผู้ปรารถนาความสุขความเจริญแก่ ประเทศชาติ ถ้าปราบเสี้ยนหนามและเรื่อง ร้ายในประเทศมิได้ ก็อย่าหวังเลยว่า ประเทศชาติจะเจริญและผาสุก หรือเหมือน ผู้ปรารถนาสุขแก่ร่างกาย ถ้ายังกำจัดโรค ในร่างกายมิได้ ความสุขกายจะมีได้ อย่างไร แต่ถ้าร่างกายปราศจากโรค มีอนามัย ความสุขกายก็มีมาเอง ด้วย ประการฉะนี้ปรัชญาเถรวาทจึงให้หลัก เราไว้ว่า “มองทุกข์ให้เห็นจึงเป็นสุข อธิบายว่า เมื่อเห็นทุกข์ กำหนดรู้ทุกข์ และค้นหาสมุฏฐานของทุกข์นั้นเสีย เหมือนหมอทำลายเชื้ออันเป็นสาเหตุแห่ง โรค ยิ่งทุกข์ลดน้อยลงเท่าใด ความสุขก็ ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น ความทุกข์ที่ลดลงนั่น เองคือความสุข เหมือนทัศนะทางวิทยา ศาสตร์ที่ถือว่าความเย็นไม่มี มีแต่ความ ร้อนที่ลดลงถึงที่สุด ก็กลายเป็นความเย็น ที่สุดความสุขนั้นมีขึ้นตามขั้นแห่งความ ทุกข์ที่ลดลง คำสอนทางศาสนาเมื่อ ว่าโดยนัยหนึ่งจึงเป็นเรื่องของ “ศิลปะแห่งการลดทุกข์” นั่นเอง พระอานนท์ได้รับคำบอกเล่าจาก สุนันทาภิกษุณีแล้ว ให้รู้สึกเป็นห่วง กังวลถึงโกกิลาภิกษุณียิ่งนัก ท่านคิดว่า หรือจะเป็นเพราะนางหกล้มเมื่อบ่ายนี้ กระมัง จึงเป็นเหตุให้นางป่วยลง อนิจจา โกกิลาเธอรักเรา เราหรือจะไม่รู้ แต่ เธอมาหลงรักคนที่ไม่มีหัวใจจะรักเสีย แล้ว เหมือนเด็กน้อยผู้ไม่ประสาต่อ ความตาย นั่งร่ำร้องเร่งเร้าขอคำตอบ จากมารดาผู้นอนตายสนิทแล้ว ช่าง น่าสงสารน่าสังเวชเสียนี่กระไร ผู้หญิง มีความอ่อนแอทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พระศาสดาจึงกีดกันนักหนา ในเบื้องแรก ที่จะให้สตรีบวชในศาสนา ทั้งนี้เป็น เพราะพระมหากรุณาของพระองค์ที่ ไม่ต้องการให้สตรีลำบาก มีเรื่องเดียว เท่านั้นที่สตรีทนได้ดีกว่าบุรุษ นั่นคือ การทนต่อความเจ็บปวด พระอานนท์มีพระรูปหนึ่งเป็น ปัจฉาสมณะไปสู่สำนักภิกษุณีเพื่อเยี่ยมไข้ แต่เมื่อเห็นอาการไข้ของโกกิลาภิกษุณี แล้ว ความสงสารและกังวลของท่าน ก็ค่อย ๆ คลายตัวลง ความฉลาดอย่าง เลิศล้ำของพระพุทธอนุชาแทงทะลุความ รู้สึกและเคลัญญาการของนาง ท่าน รู้สึกว่าท่านถูกหลอก ท่านไม่เชื่อเลยว่า นางจะเป็นไข้จริง “แต่เอาเถิด” พระอานนท์ปรารภ กับตัวท่านเอง “โอกาสนี้ก็เป็นโอกาสดี เหมือนกันที่จะแสดงบางอย่างให้นาง ทราบ เพื่อนางจะได้ละความพยายาม เลิกรัก เลิกหมกมุ่นในโลกีย์วิสัย หันมา ท่าความเพียรเพื่อละสิ่งที่ควรละ และ เจริญสิ่งที่ควรทำให้เจริญ ให้เหมาะสม กับเพศภิกษุณีแห่งนาง คงจะเป็น ประโยชน์เกื้อกูลแก่นางไปตลอดกาลนาน และคงจะเป็นปฏิการอันประเสริฐสำหรับ ความรักของนางผู้ภักดีต่อเราตลอดมา" อ่านต่อฉบับหน้า Kalyanamitra.org ๔๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More