ข้อความต้นฉบับในหน้า
พัฒนาคน
พัฒนาชาติ
จากประสบการณ์ต่าง ๆ
ที่ท่านได้พบเห็น ทั้งในภูมิภาค
ต่าง ๆ ของประเทศไทยเราเอง
และประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่ใกล้
เคียงและห่างไกล ทำให้ท่านเห็น
ว่า การมุ่งพัฒนาประเทศโดย
มุ่งพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจแต่
เพียงอย่างเดียวนั้น ไม่อาจประ
สบความสำเร็จได้ การที่จะ
ให้คน “กินดี อยู่ดี” โดยไม่
คำนึงถึงคุณธรรมในตัวบุคคล มี
แต่จะทำให้สังคมเกิดความวุ่น
วาย แก่งแย่งชิงดี ขาดความจริง
ใจ แล้งน้ำใจ ทำให้คนฝักใฝ่
ในอบายมุขยิ่งขึ้น มีโจรผู้ร้าย
มากขึ้น เพราะคนเราเกิดความ
รู้สึกที่ “ไม่พอ” อยู่ตลอดเวลา
ท่านหัวหน้ากองกิจการพลเรือน
ได้เล่าว่า
“เกาหลีใต้เขาพัฒนา
พร้อม ๆ กับเรา เขานำแบบ
อย่างจากเราไปใช้ แต่เขาทำได้
สำเร็จ เพราะเขาเริ่มพัฒนาที่
คน เขาเริ่มที่ใจ แต่เราเริ่มที่
เศรษฐกิจกันเรื่อยมา เราเลยมี
อบายมุขเต็มเมือง”
รัฐบาลได้มองเห็นปัญหา
เหล่านี้ และไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้
คิดหาวิธีที่จะแก้ไขอยู่ตลอดเวลา
ขณะนี้ได้วางแผนดำเนินการ
แล้วอย่างเป็นขั้นเป็นตอน คือ
“...การที่จะแก้ปัญหาคน
ในชาติได้ ก็ต้องแก้ที่ระบบเจ้า
หน้าที่ของรัฐเสียก่อน เจ้าหน้าที่
ของรัฐเป็นทรัพยากรที่มีค่าต่อ
ประเทศชาติมาก แต่เจ้าหน้าที่ก็
เป็นปุถุชน ย่อมมีโลภะ โทสะ
โมหะบ้าง บางทีก็มีความฟุ้ง
เฟ้อ ไม่ประหยัดในเรื่องการ
ยังชีพ ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่ก่อ
ปัญหาให้มาก”
ในจุดนี้ ท่านได้ช่วยหา
วิธีแก้ไขให้ตามแนวพระพุทธ
ศาสนา คือ
“ทำอย่างไรให้เขาประหยัด
ได้ ก็ต้องรักษาศีล ทำภาวนา
คนไทยเรามักคิดว่า การทำบุญ
คือการให้ทานอย่างเดียว ถ้า
เรารู้จักรักษาศีล ทำภาวนา
ก็จะทำให้เราลด ละ เลิก อบาย
มุขได้ คนที่นั่งสมาธิ อยู่ธุดงค์
แล้ว จะกลายเป็นอีกคนหนึ่ง....
ปัจจุบันนี้ คนไทยเราเข้า
วัดกันผิด ๆ เราพูดว่า เข้าวัดเข้า
วา แต่เข้าไปเพื่อรดน้ำมนต์ ดู
หมอ ขอเครื่องรางของขลัง ซึ่งไม่
ใช่การแสดงออกถึงการเป็น
พุทธมามกะที่แท้จริงเลย พุทธ
มามกะแท้ จะต้องปฏิบัติตาม
คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้า เป็นหลักในการดำเนินชีวิต
ยึดอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย
นิโรธ มรรค นำมรรคมีองค์ ๘ มา
ใช้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ผมได้ชี้แจงให้
บรรดาลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชา
ฟังอยู่เสมอ
การที่รัฐบาลจะแก้ปัญหา
ของคนในชาติในปัจจุบันนี้ ก็ใช้
หลักพุทธศาสนาแก้ไข ใช้มรรค
๔ ข้อแรกคือ สัมมาทิฐิ มี
ปัญญาชอบ (Right Understan
ding) สร้างความเข้าใจให้คน
ในชาติ
ในการให้คุณธรรมแก่
ประชาชนนี้ เป็นนโยบายของ
โครงการแผ่นดินธรรมแผ่น
ดินทอง ซึ่งผู้ที่ผลักดันโครง
การนี้จนประสบผลสำเร็จและ
รัฐบาลยอมรับก็คือ พลโทประ
หยัด รอดโพธิ์ทอง รองแม่
ทัพภาค ๓ ซึ่งท่านเพิ่งเสียชีวิต
ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้”
อย่างไรก็ตาม การพัฒนา
คนยังดำเนินต่อไปอย่างเร่งรีบ
และที่เพิ่งผ่านไปสด ๆ ร้อน ๆ
ก็คือ การอบรมตำรวจ ที่จัง
หวัดพิษณุโลก ท่านได้เล่าให้
ฟังว่า
“เรื่องนี้ ผมได้คุยกับ
พล.ต.ต.สว่าง จิณสิทธิ์ ซึ่งเป็น
ผู้บังคับการตำรวจภูธร ๔ ท่าน
บอกว่า ตำรวจที่มาอบรม เขา
พยายามเข้ามาพัฒนาตนเอง
เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ
ต่อมา ก็ได้จัดอบรมสัสดี
อำเภอ ที่วัดพระศรีรัตนมหา
ธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก
ในการอบรมระยะนี้ จะเน้นเจ้า
หน้าที่ที่ทำงานใกล้ชิดประ
ชาชนก่อน
ในการอบรมคราวต่อ
ไป กำลังจะขยายไปสู่นักธุรกิจ
ด้วย
จะจัดการอบรมให้เขา
มีความรู้ ความคิด และรู้วิธี
ปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา เพื่อ
จะสร้างนักธุรกิจที่ดีมีคุณธรรม
ขึ้นให้มากในสังคม”
Kalyanamitra.org
๑๐๑