ข้อความต้นฉบับในหน้า
๖๔
ต่อจากฉบับ แล้ว
ว
ตถุต่าง ๆ ที่ประกอบเป็น
กายมนุษย์นั้น ทางศาสนาเรียกว่า ธาตุ
และสามารถแยกธาตุออกได้ 5 ธาตุ
ด้วยกัน ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม
ธาตุไฟ ธาตุอากาศ และธาตุวิญญาณ
ธาตุดิน หมายถึง ธาตุส่วนที่
เป็นของแข็งในกายมนุษย์
ธาตุน้ำ หมายถึง ธาตุส่วนที่
เป็นของเหลวในกายมนุษย์
ธาตุไฟ หมายถึง ธาตุส่วนที่
เป็นความร้อนให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย
ธาตุลม หมายถึง ธาตุส่วนที่
ละเอียด พัดผ่านไปมาในร่างกายได้
ธาตุอากาศ หมายถึง ธาตุ
ละเอียดอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งบรรจุอยู่ในที่
ว่างของธาตุชนิดอื่นได้
ธาตุวิญญาณ หมายถึง ใจซึ่ง
เป็นธาตุรู้
ธาตุทั้ง 5 นี้เป็นธาตุส่วนหยาบ
เมื่อประกอบได้ส่วนกับดวงธรรม ก็เกิด
เป็นกายมนุษย์ขึ้น ธาตุส่วนหยาบนี้จะ
สะอาดหรือไม่เพียงใด ขึ้นอยู่กับธาตุ
ข้างซ้ายเป็น ดวงธาตุลม ข้างขวาเป็น
ดวงธาตุดิน และแต่ละดวงก็มีสายธาตุ
สีขาวใสไหลเชื่อมโยงไปยังดวงธาตุ
อากาศ ทำให้ทุก ๆ ธาตุสามารถไหล
ติดต่อถึงกันได้ ตรงกลางดวงธาตุ
อากาศมี ดวงธาตุวิญญาณ ขนาดเส้น
ผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑ นิ้ว (ขนาดลูก
ปิงปอง) ซ้อนอยู่ ดวงธาตุทั้ง 5 นี้
เป็นดวงใสสะอาดคล้ายดวงแก้ว และ
รอบ ๆ ดวงธาตุมีรัศมีสว่างเปล่งออกมา
โดยรอบเรียกว่า ธรรม ดังนั้นทั้งธาตุ
และธรรมในส่วนที่ละเอียดแล้ว จึงต่าง
เป็นดวงใสสะอาดด้วยกัน นอกจากนี้
ยังช่วยกันควบคุมธาตุธรรมส่วนหยาบ
อีกด้วย
เนื่องจากดวงธาตุซึ่งซ้อนกันอยู่
ในกลางดวงธรรมทุก ๆ ดวงจะละเอียด
ยิ่งขึ้นไปตามลำดับ ทำให้ดวงศีลใส
ละเอียดกว่าดวงมนุษยธรรม ทำให้
ดวงสมาธิใส-ละเอียดกว่าดวงศีล ท่า
ให้ดวงปัญญาใส-ละเอียดกว่าดวงสมาธิ
ทำให้ดวงวิมุตติ ใส-ละเอียดกว่าดวง
ปัญญา ทำให้ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ
ใส-ละเอียดกว่าดวงวิมุตติ ดังนั้นผู้
ปฏิบัติจึงสมควรทำใจให้หยุดให้นิ่งเข้า
ธาตุส่วนละเอียดนั้นตั้งอยู่กลาง | ไปในดวงธรรมที่อยู่ชั้นในที่สุดเท่าที่จะ
ส่วนละเอียดอีกทีหนึ่ง
ดวงธรรม สมมุติว่าเราหยิบดวงธรรม
ขึ้นมาดวงใดดวงหนึ่ง ซึ่งมีขนาดเส้นผ่า
ศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว (ขนาดเท่า
ลูกฟุตบอล) ที่ตรงกลางดวงธรรมจะ
มีดวงธาตุอากาศขนาดเส้นผ่าศูนย์
กลางประมาณ ๒ นิ้ว (ขนาดลูกเทนนิส)
ซ่อนอยู่ และข้างหน้า ข้างหลัง ข้างซ้าย
ข้างขวา ของดวงธาตุอากาศภายในดวง
ธรรมนั้น ก็มีดวงธาตุขนาดเท่า ๆ กันอีก
๔ ดวงอยู่ด้วยคือ ข้างหน้าเป็น ดวง
ธาตุน้ำ ข้างหลังเป็น ดวงธาตุไฟ
ทำได้ ทั้งร่างกายและจิตใจจะได้ใส
ละเอียดประณีตเร็วขึ้น
กายมนุษย์ละเอียด
ทุกคนในโลกนี้ไม่ได้มีกายที่ประ
กอบด้วย เลือด เนื้อ กระดูก ฯลฯ ที่
เห็นเป็นส่วนหยาบเพียงกายเดียว ยังมี
กายที่ละเอียด ๆ ซึ่งไม่สามารถเห็นได้
ด้วยตาเปล่าซ้อนอยู่ภายในอีกหลายภาย
เรียกว่า กายในกาย กายในกายเหล่า
นี้ละเอียดมาก จนกระทั่งเข้าไปนั่งอยู่
ในกลางดวงธรรมได้
กายในกายชั้นที่ ๒ นับจากมนุษย์
เข้าไป ประกอบด้วยธาตุธรรมที่ละเอียด
ยิ่งขึ้น เรียกว่า กายมนุษย์ละเอียด
กายมนุษย์ละเอียดของผู้ใดก็มีลักษณะ
รูปร่างหน้าตาเหมือนผู้นั้น แม้เสื้อผ้า
อาภรณ์ที่สวมใส่ก็เป็นเช่นเดียวกัน ต่าง
กันตรงที่ละเอียดกว่า คือละเอียดจนใส
เป็นแก้ว เมื่อเปรียบกันแล้ว กายทั้งสอง
นี้ก็เหมือนหุ่นที่หล่อออกมาจากแบบ
พิมพ์เดียวกัน คือกายมนุษย์เหมือน
หล่อขึ้นจากดิน แต่กายมนุษย์ละเอียด
เหมือนหล่อขึ้นจากแก้วใส ๆ จึงเรียก
ร่างกายที่ประกอบด้วยเลือดเนื้อว่า กาย
มนุษย์หยาบ คือหยาบกว่ากายมนุษย์
ละเอียด
เนื่องจากกายมนุษย์ละเอียดนี้
ประกอบขึ้นจากธาตุธรรมที่ละเอียดมาก
กว่า สามารถไปไหนมาไหนได้คล่อง
แคล่วโดยไม่ต้องเดิน แต่เห็นไปและไป
ได้เร็วทันใจ กายมนุษย์ละเอียดนี้ทำ
หน้าที่สำคัญอยู่ ๓ ประการคือ
Q.
ทำาหน้าที่ฝัน เมื่อเราหลับ
กายมนุษย์ละเอียดนี้สามารถออกไป
เที่ยวได้ ถ้าพบสิ่งใดเข้าก็สามารถนำ
มารายงานให้กายมนุษย์หยาบทราบ
อาจขัดบ้างไม่ชัดบ้างตามสภาพ
๒. ทำหน้าที่ควบคุมใจ คือ
ถือเอากายมนุษย์หยาบเป็นหุ่นเชิด เมื่อ
มนุษย์จะคิด-พูด-ทำสิ่งใดแล้ว กาย
มนุษย์ละเอียดจะคุมอย่างกระชั้นชิด
ถ้าเห็นว่าเป็นทางชั่วก็ห้ามไว้ หรือถ้า
เป็นทางดีก็สนับสนุน แต่เนื่องจาก
มนุษย์ไม่ได้เอาใจไปหยุดอยู่ตรงกลาง
กายอยู่เสมอ จึงไม่เห็นกัน มีแต่ทำให้ฉุก
คิดบ้าง หรือได้ยินเสียงเหมือนคนตัก
เตือนมาจากภายในบ้าง หรือเห็นเป็น
Kalyanamitra.org