พระพุทธชินสีห์และพระพุทธรูปสำคัญ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 4 หน้า 28
หน้าที่ 28 / 140

สรุปเนื้อหา

สมเด็จพระมหาสมณเ ลูกฟูกแบบจีน ประดับลายหน้าบันแห่ง มุขทั้ง ๓ และมุขลดด้านหน้าด้วยกระเบื้อง เคลือบ ตรงกลางเป็นตราพระมหามงกุฎ และพระขรรค์พานรอง ๒ ชั้น ผนัง ภายนอกพระอุโบสถบุหินอ่อนสีขาว จากอิตาลีทั้งหลัง เสา ๒ คู่หน้าบุหินอ่อน สลักเป็นลอน ลายหัวเสาสลักเป็นลาย ใบผักกาดเทศแกะจากอิตาลี เมื่อผ่าน กำแพงแก้วเข้าไปตรงหน้า จะเห็นใบ สีมาศิลาติดอยู่ที่ผนังพระอุโบสถ บน ฐานหินแกรนิตสลักลายวิจิตรจากอิตาลี ตั้งอยู่ตรงส่วนกลางเหนือแท่นศิลา ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองงดงาม ประทับอยู่บนฐานทองบนชุกชีภายใน ซุ้มสาหร่าย มีตราพระมหามงกุฎอยู่ ตรงกลางซุ้มเบื้องบน พระพุทธปฏิมานี้ เป็นพระพุทธรูป สำคัญคู่บ้านคู่เมืองคือ “พระพุทธชินสีห์” มีตำนานกล่าวไว้ในพงศาวดารเหนือว่า สร้างสมัยพระเจ้าศรีธรรม

หัวข้อประเด็น

- พระพุทธชินสีห์และพระพุทธรูปสำคัญ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒๔ สมเด็จพระมหาสมณเ ลูกฟูกแบบจีน ประดับลายหน้าบันแห่ง มุขทั้ง ๓ และมุขลดด้านหน้าด้วยกระเบื้อง เคลือบ ตรงกลางเป็นตราพระมหามงกุฎ และพระขรรค์พานรอง ๒ ชั้น ผนัง ภายนอกพระอุโบสถบุหินอ่อนสีขาว จากอิตาลีทั้งหลัง เสา ๒ คู่หน้าบุหินอ่อน สลักเป็นลอน ลายหัวเสาสลักเป็นลาย ใบผักกาดเทศแกะจากอิตาลี เมื่อผ่าน กำแพงแก้วเข้าไปตรงหน้า จะเห็นใบ สีมาศิลาติดอยู่ที่ผนังพระอุโบสถ บน ฐานหินแกรนิตสลักลายวิจิตรจากอิตาลี ตั้งอยู่ตรงส่วนกลางเหนือแท่นศิลา ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองงดงาม ประทับอยู่บนฐานทองบนชุกชีภายใน ซุ้มสาหร่าย มีตราพระมหามงกุฎอยู่ ตรงกลางซุ้มเบื้องบน พระพุทธปฏิมานี้ เป็นพระพุทธรูป สำคัญคู่บ้านคู่เมืองคือ “พระพุทธชินสีห์” มีตำนานกล่าวไว้ในพงศาวดารเหนือว่า สร้างสมัยพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก เจ้าเมืองนครเชียงแสน ซึ่งสร้างขึ้นพร้อม กับพระพุทธชินราชและพระศาสดา เมื่อก่อน พ.ศ. ๑๕๐๐ (ในบางตำรา สันนิษฐานว่า พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก คือ พระเจ้าลือไทหรือลิไท แห่งพระ ราชวงศ์พระร่วง สมัยกรุงสุโขทัยเป็น ราชธานี) สมเด็จพระมหามณ กรมพระราชญาณวโรรส พระพุทธชินสีห์ (และพระพุทธ ชินราช) มีลักษณะแตกต่างกับพระพุทธรูป อื่น ๆ ในบางอย่าง เช่น มีนิ้วพระหัตถ์ ทั้ง ๔ นิ้ว พระบาททั้ง ๔ นิ้วยาวเสมอกัน ต้องตามคัมภีร์มหาปุริสลักษณะ พระ พุทธรูปที่สร้างกันขึ้นชั้นหลังได้ถือเป็น แบบสืบมาจนทุกวันนี้ อนึ่ง มีทรวดทรง และชายจีวรยาวแบบลังกา แสดงให้ เห็นว่าสร้างในสมัยกรุงสุโขทัยเมื่อนับถือ พระสงฆ์ลังกาวงศ์แล้ว ๓ สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระ ราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ได้ทรง อัญเชิญพระพุทธชินสีห์มาจากพระวิหาร ทิศเหนือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมือง พิษณุโลก อัญเชิญลงแพมาทั้งพระองค์ เมื่อฤดูน้ำ พ.ศ. ๒๓๗๒ มาประดิษฐาน ในมุขหลังของพระอุโบสถ (เดิมมี ๔ มุข ต่อมาได้รื้อมุขหลังเหลือ ๓ มุข) ครั้น สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎฯ เสด็จมาครองวัดนี้ ได้ทูลขอพระบรม ราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว อัญเชิญย้ายจากมุขหลังมา ประดิษฐานอยู่ในมุขหน้าจนปัจจุบันนี้ ถัดจากพระพุทธชินสีห์ มีพระ พุทธรูปใหญ่มากอีกองค์หนึ่งที่ใหญ่โตกว่า เรียกกันว่า “พระโต” หรือ “พระสุวรรณ เขต" ซึ่งสมเด็จพระบวรราชเจ้าได้ ทรงอัญเชิญมาจากวัดสระตะพาน เมือง เพชรบุรี มาประดิษฐานเป็นพระประธาน หันพระพักตร์ออกมาทางด้านหน้า พระอุโบสถ เป็นพระหล่อ หน้าพระเพลา (ตัก) ๙ ศอก ๒๑ นิ้ว พอสังเกตได้ว่า เดิมเป็นลักษณะพระขอม เมื่อได้ชมความงดงามของพระ พุทธปฏิมาทั้งสองแล้ว ก็อดใจไม่ได้ ที่จะต้องมองลงมาทางเบื้องหน้าพระ พุทธชินสีห์ ที่นั่นมีโต๊ะหมู่บูชา ตั้งอยู่ บนฐานชุกชีที่รับฐานพระ ถัดลงมา เป็นม้าหมู่บูชา ๓ ที่ ซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเป็น ผู้ออกแบบอย่างสวยงาม แล้วสร้างขึ้น เมื่อคราวมหาสมณุตตมาภิเศกสมเด็จ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศ วริยาลงกรณ์ ยังมีพระรูปซึ่งประดิษฐานตั้ง เรียงกันบนฐานชุกชี คือ พระรูปสมเด็จ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More