ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้ทำสังคายนา
ก็ดี ถ้าไม่กล่าวถึงพระจุนทเถระ ก็ดู
เหมือนจะมองไม่เห็นความริเริ่ม เอาใจ
ใส่ และความปรารถนาดีของท่าน ใน
เมื่อรู้เห็นเหตุการณ์ที่สาวกของนิครนถ
นาฏบุตรแตกกัน เพราะจากข้อความ
ที่ปรากฏในพระไตรปิฎก ท่านได้เข้า
พบพระอานนท์ถึง ๒ ครั้ง ครั้งแรก
พระอานนท์ชวนเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าด้วย
กัน พระพุทธเจ้าก็ตรัสแนะให้ทำสังคาย
นาดังกล่าวแล้วข้างต้น ครั้งหลัง เมื่อ
สาวกนิครนถนาฏบุตรแตกกันยิ่งขึ้น
ท่านก็เข้าหาพระอานนท์อีก ขอให้กราบ
กันไว้ได้ และจัดระเบียบหมวดหมู่เป็น
ปิฎกต่าง ๆ ในเมื่อพระศาสดานิพพาน
แล้ว พอเทียบได้ดังนี้ พระพุทธเจ้าเท่า
กับทรงเป็นเจ้าของสวนผลไม้ เช่นส้ม
หรือองุ่น พระเถระผู้จัดระเบียบหมวด
หมู่คำสอน เท่ากับผู้ที่จัดผลไม้เหล่านั้น
ห่อกระดาษบรรจุลังไม้เป็นประเภท ๆ
บางอย่างก็ใช้ผงไม้กันกระเทือนใส่แทน
ห่อกระดาษ ปัญหาเรื่องของภาชนะที่
ใส่ผลไม้ เช่นล้งหรือห่อก็เกิดขึ้น คือใน
ชั้นแรก คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น
รวมเรียกว่า พระธรรมพระวินัย เช่น
ทูลพระพุทธเจ้าเพื่อป้องกันมิให้เหตุการณ์
ทำนองนั้นเกิดขึ้นในพระพุทธศาสนา
พระพุทธเจ้าจึงแสดงธรรมแก่พระอานนท์
โดยแสดงโพธิปักขิยธรรม อันเป็นหลัก
ของพระพุทธศาสนา แล้วทรงแสดง
มูลเหตุแห่งการทะเลาะวิวาท 5 ประ
การ อธิกรณ์ ๔ ประการ วิธีระงับ
อธิกรณ์ ๒ ประการ กับประการสุด
ท้ายได้ทรงแสดงหลักธรรมสำหรับอยู่
ร่วมกันด้วยความผาสุก 5 ประการ
ที่เรียกว่าสาราณียธรรม อันเป็นไป
ในทางสงเคราะห์ อนุเคราะห์ และ
มีเมตตาต่อกัน มีความประพฤติ
และความเห็นในทางที่ดีงามร่วมกัน
เรื่องนี้ปรากฏในสามคามสูตร พระ
สุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ หน้า ๔๙ ซึ่ง
ควรบันทึกไว้ในที่นี้ เพื่อบูชาคุณ คือ
ความปรารถนาดีของพระจุนทเถระ ผู้
แสดงความห่วงใยในความตั้งมั่นยั่งยืน
แห่งพระพุทธศาสนา
เกิดพระไตรปิฎก
แม้ในตอนต้น จะได้ระบุนามของ
พระเถระหลายท่านว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง
กับพระไตรปิฎก แต่พระไตรปิฎกก็เกิด
ขึ้น ภายหลังที่ท่านพระเถระทั้งหลายได้
ร่วมกันร้อยกรองจัดระเบียบพระพุทธ
วจนะแล้ว ในสมัยของพระพุทธเจ้าเอง
ยังไม่มีการจัดระเบียบหมวดหมู่ ยังไม่มี
การจัดเป็นวินัยปิฎก สุตตันตปิฎก และ
อภิธัมมปิฎก นอกจากมีตัวอย่างการ
จัดระเบียบวินัยในการสวดปาฏิโมกข์
ลำดับสิกขาบททุกกึ่งเดือน ตามพระพุทธ -
บัญญัติ และการจัดระเบียบธรรมะใน
สังคีติสูตรและทสูตรสูตรที่พระสารีบุตร
เสนอไว้ กับตัวอย่างที่พระพุทธเจ้าทรง
ชี้แจงวิธีจัดระเบียบพระธรรม แก่พระ
จุนทเถระและพระอานนท์ในปาสาทิก
สูตรและสามคามสูตร ดังได้กล่าวไว้
แล้วในเบื้องต้น
พระพุทธเจ้าประทานพระพุทธ
การสังคายนาเป็นเหตุให้ โอวาทไว้มากหลายต่างกาลเวลา ต่าง
สถานที่กัน การที่พระสาวกซึ่งท่องจำ
ในสมัยเมื่อใกล้จะปรินิพพาน พระพุทธ
เจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า ธรรมและ
วินัยที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่
ท่านทั้งหลาย ธรรมและวินัยนั้น จะ
เป็นศาสดาของท่านทั้งหลาย เมื่อเรา
ล่วงลับไป
จึงเป็นอันกำหนดลงเป็นหลักฐาน
ได้อย่างหนึ่งว่า ในสมัยของพระพุทธเจ้า
ยังไม่มีคำว่า “พระไตรปิฎก" มีแต่คำว่า
“ธรรมวินัย” คำว่า “พระไตรปิฎก”
หรือ “ติปิฎก" ในภาษาบาลีนั้น มาเกิด
ขึ้นภายหลังที่ทำสังคายนาแล้ว แต่จะ
ภายหลังสังคายนาครั้งที่เท่าไรจะ
ได้กล่าวต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้คำว่าพระ
ไตรปิฎก จะเกิดขึ้นในสมัยหลังพุทธ
ปรินิพพาน ก็ไม่ทำให้สิ่งที่บรรจุอยู่
ในพระไตรปิฎกนั้น คลายความสำคัญ
ลงเลย เพราะคำว่าพระไตรปิฎกเป็น
เพียงภาชนะ กระจาดหรือลัง สำหรับ
ใส่ผลไม้ ส่วนตัวผลไม้หรือนัยหนึ่ง
พุทธวจนะ ก็มีมาแล้วในสมัยที่พระพุทธ
เจ้าทรงสั่งสอนพระศาสนา
อ่านต่อฉบับหน้า
Kalyanamitra.org