ข้อความต้นฉบับในหน้า
การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมนั้น
ยากที่จะหลีกพ้นการกระทบกระทั่งซึ่ง
กันและกัน อันเป็นเรื่องสามัญของปุถุชน
รวมทั้งการกระทบกระทั่งกันด้วยวาจา
ซึ่งมีผลกระทบต่อจิตใจเป็นอย่างมาก
ถึงกับบางท่านคิดว่าถูกทำร้ายร่างกาย
เสียยังดีกว่าถูกประทุษร้ายด้วยวาจา
เพราะ “เจ็บจนตายนั่นเพราะเหน็บให้
เจ็บใจ”
สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรง
แสดงแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ทางแห่งถ้อยคำที่บุคคลอื่นจะ
พึงกล่าวกับท่าน มีอยู่ ๕ ประการคือ
๑. กล่าวโดยการอันสมควรบ้าง
ไม่สมควรบ้าง
๒. กล่าวโดยตามจริงบ้าง ไม่จริง
บ้าง
๓. กล่าวด้วยถ้อยคำอ่อนหวาน
บ้าง หยาบคายบ้าง
๔. กล่าวด้วยถ้อยคำประกอบด้วย
ประโยชน์บ้าง
ไม่ประกอบด้วยประโยชน์บ้าง
๕. กล่าวด้วยเมตตาจิตบ้าง ด้วย
โทสะบ้าง”
พระพุทธองค์ทรงแนะว่า เมื่ออยู่
ในภาวะที่ถูกกระทบด้วยถ้อยคำอัน
ไม่สมควรแก่กาละ ถ้อยคำที่หยาบคาย
ไม่จริง ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และ
ถ้อยคำอันกล่าวด้วยโทสะแล้ว เราควร
ทำจิตใจให้หนักแน่นว่าตัวเราเองจะ
ไม่กล่าววาจาอันชั่วร้าย เราจะมีจิต
เมตตา ไม่ลุแก่โทสะ และจะช่วยเหลือ
เกื้อกูลผู้อื่นด้วยสิ่งอันเป็นประโยชน์
เราจะทำจิตใจให้หนักแน่นกว้างใหญ่
เหมือนแผ่นดิน เราจะไม่หวั่นไหวต่อ
การด่าว่านั้น เปรียบเสมือนบุรุษถือ
เอาจอบและตะกร้ามา แล้วคิดว่าเราจัก
กระทำแผ่นดินอันใหญ่นี้ไม่ให้เป็นแผ่น
ดิน แล้วก็ขุดเอาดินตรงที่นั้น ๆ โกยขี้ดิน
ไปทิ้งตรงที่นั้น ๆ บ้วนน้ำลายและถ่าย
ปัสสาวะลงในที่นั้น ๆ แล้วสำทับว่าท่าน
ไม่ใช่แผ่นดินแล้ว บุรุษนั้นก็จะต้องเหน็ด
เหนื่อยลำบากเสียเปล่า เป็นแน่แท้ ดัง
นั้น เราจึงควรแผ่เมตตาจิตไปถึงเขา
ด้วยเมตตาจิตอันเสมอด้วยแผ่นดิน
ไพบูลย์ ใหญ่ยิ่งสุดประมาณ ไม่มี
เวรไม่มีพยาบาท ดังนั้นแล้ว จิตใจ
ของเราก็จะสงบไม่ถูกกระทบด้วยการ
ด่าว่านั้น
เนื้อความจาก
กกจูปมสูตร มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
๑mo
เพชรจากพระไตรปิฎก
ชินปุตฺโต ภิกฺขุ
วิธีปฏิบัติเมื่อถูกด่าว่า
Kalyanamitra.org